สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์ยุโรป
| วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย – สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ |
| วันที่ 2 | สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ – สนามบินเลโอนาร์โดดาวินชี ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี – นครรัฐวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สบาซิลิกา – เมืองโรม – มหาวิหารแพนธีออน – กลุ่มโรมันฟอรัม – สนามกีฬาโคลอสเซียม – ประตูชัยกรุงโรม – น้ำพุเทรวี – จัตุรัสนาโวน่า – ย่านบันไดสเปน – เมืองปิซ่า |
| วันที่ 3 | เมืองปิซ่า – จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม – มหาวิหารดูโอโม – หอเอนแห่งเมืองปิซ่า – เมืองฟลอเรนซ์ – มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร – จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย – รูปปั้นวีรบุรุษเพอร์ซิอุส – สะพานเวคคิโอ – เมืองเวนิสเมสเตร |
| วันที่ 4 | เมืองเวนิสเมสเตร – ท่าเรือตรอนเคตโต้ – เกาะเวนิส – สะพานถอนหายใจ – วังดอดจ์ – จัตุรัสซานมาร์โค – โบสถ์ซานมาร์โค – เมืองมิลาน – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน – แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล – เมืองลูเซิร์น |
| วันที่ 5 | เมืองลูเซิร์น – อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล – เมืองกรินเดลวัลด์ – สถานีรถไฟกรินเดลวัลด์ – เคเบิ้ลคาร์ Eiger Express – สถานีรถไฟไอเกอร์เกล็ทเชอร์ – ยอดเขาจุงเฟรา – ธารน้ำแข็ง – ถ้ำน้ำแข็งพันปี – เมืองดิจอง |
| วันที่ 6 | เมืองดิจอง – เมืองปารีส – พระราชวังแวร์ซายส์ – ย่านมงต์มาตร์ – มหาวิหารซาเครเกอร์ |
| วันที่ 7 | เมืองปารีส – ทรอกาเดโร – วิวทิวทัศน์หอไอเฟล– ประตูชัยฝรั่งเศส – ล่องเรือชมแม่น้ำแซน – พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ – ห้างปลอดภาษีเบนลักซ์ – ห้างสรรพสินค้าแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์ |
| วันที่ 8 | เมืองปารีส – สนามบินปารีส ชาร์ล เดอ โกล ประเทศฝรั่งเศส – สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ |
| วันที่ 9 | สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ – สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย |
|
|
||||
|
|
||||
| วันเดินทาง |
ราคาทัวร์/ท่าน พักห้องละ 2-3 ท่าน |
ราคาทัวร์เด็ก/ท่าน (อายุไม่เกิน 12 ปี) |
ราคาทัวร์ไม่รวม ตั๋วเครื่องบิน |
ราคา ห้องพักเดี่ยว |
| 03 – 11 กุมภาพันธ์ 2569 | 85,990 | 85,990 | 65,990 | 15,000 |
|
03 – 11 มีนาคม 2569 (วันมาฆบูชา) |
87,990 | 87,990 | 67,990 | 15,000 |
| อัตราค่าบริการสำหรับ เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ท่านละ 20,000 บาท | ||||
|
อัตรานี้ ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ และ หัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2,500 บาท ราคาทัวร์ข้างต้นไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น (ประเทศฝรั่งเศส) ราคา 6,500 บาทโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ อำนวยความสะดวกในการยื่น และให้คำแนะนำแก่ท่าน |
||||
โปรแกรมการเดินทางทัวร์ยุโรป
18.00 นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โปรดสังเกตุป้าย Let’s Go พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกเช็คอินให้แก่ท่าน
21.10 ออกเดินทางสู่ สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ719 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
21.10 ออกเดินทางสู่ สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ719 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
00.40 เดินทางถึง สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ และรอต่อเครื่อง
01.55 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินเลโอนาร์โดดาวินชี ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ366 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
08.10 เดินทางถึง สนามบินเลโอนาร์โดดาวินชี ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี หลังจากนั้นนำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองรับสัมภาระพร้อมออกเดินทางตามรายการ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งน้อยที่สุดในโลก ทั้งในแง่พื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ในเมืองโรมเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสต์โรมันคาทอลิก นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ส บาซิลิกา (St. Peter’s Basilica) เป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของเมืองโรม เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในนครรัฐวาติกัน และเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นมหาวิหารแห่งนี้นั้นยังเป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของเมืองโรมร่วมกับอีกสามวิหารอันได้แก่ มหาวิหารซันตามาเรียมัจโจเร, มหานักบุญเปาโลนอกกำแพงและมหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน ** ไม่รวมค่าบัตรเข้าชมภายใน มหาวิหารเซนต์ ปีเตอร์ส บาซิลิกา ท่านละ ประมาณ 20 ยูโร (EUR) หรือคำนวณเป็นเงินไทยประมาณ 800 บาท บางกรณีมีงานสำคัญ หรือ พิธีการสำคัญต่างๆทางศาสนา อาจไม่สามารถเข้าชม หรือ เข้าใกล้ชิดกับมหาวิหารฯได้ แต่ทางบริษัทจะพยายามนำท่านชมมหาวิหารให้ใกล้ชิดมากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรม (Rome) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี เมืองโรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน เมืองโรมกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในประเทศอิตาลี
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (1) พิเศษ…พิซซ่าอิตาเลี่ยน เมนูที่โด่งดังไปทั่วโลก
นำท่านถ่ายรูปคู่กับ มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon) เป็นวิหารรูปทรงจตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโรม โดยมีอายุมากกว่า 2,000 ปี ที่แสดงให้เห็นได้ชัดถึงศิลปะเก่าแก่ในยุคโรมัน แพนธีออนถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยก่อนที่จะเริ่มนับคริสต์ศักราชประมาณ 20 ปี นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ กลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน นำท่านถ่ายรูปกับ สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองโรมประเทศอิตาลี เป็นสนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เป็นสนามประลองอันทรงเกียรติในอดีต นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยกรุงโรม (Arch of Constantine) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงชัยชนะของคอนสแตนติน Maxentius อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานเพียงไม่กี่แห่งจากยุคสมัยของอาณาจักรโรมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่

นำท่านถ่ายรูปกับ น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุประติมากรรมของเทพนิยายกรีกแบบบาโรก ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโรม มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมาเมืองโรมอีกครั้งก็จะสมหวัง จากนั้นนำท่านชม จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona) เป็นอีกหนึ่งจัตุรัสที่จัดได้ว่าเป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทั้งน้ำพุสวยๆ หลายจุดในบริเวณ ร้านอาหาร ตึกอาคารสีสันสดใส นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยสินค้าอาร์ตๆ และโชว์เก๋ๆ ให้ได้ชมกัน
นำท่านเดินทางสู่ ย่านบันไดสเปน (Piazza di Spagna) เป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรู ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำต่างๆมากมาย อาทิ Gucci, Prada, Bulgari, Hermès, Cartier, Louis Vuitton, Jimmy Choo,Miu Miu, Dolce & Gabbana, and Céline เป็นต้น รวมถึงร้านอาหาร ร้านขนม ร้านกาแฟ ร้านไอศกรีม ให้ท่านได้เลือกสรรค์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักอย่างดีเกี่ยวกับหอเอนเมืองปิซา ซากโบราณวัตถุของเมืองที่ยังหลงเหลือจากศตวรรษที่5ก่อนคริสตกาล แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (2)
ที่พัก B&B HOTEL Pisa Airport ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
01.55 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินเลโอนาร์โดดาวินชี ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ366 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
08.10 เดินทางถึง สนามบินเลโอนาร์โดดาวินชี ฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี หลังจากนั้นนำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองรับสัมภาระพร้อมออกเดินทางตามรายการ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งน้อยที่สุดในโลก ทั้งในแง่พื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ในเมืองโรมเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสต์โรมันคาทอลิก นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ส บาซิลิกา (St. Peter’s Basilica) เป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของเมืองโรม เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในนครรัฐวาติกัน และเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นมหาวิหารแห่งนี้นั้นยังเป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของเมืองโรมร่วมกับอีกสามวิหารอันได้แก่ มหาวิหารซันตามาเรียมัจโจเร, มหานักบุญเปาโลนอกกำแพงและมหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน ** ไม่รวมค่าบัตรเข้าชมภายใน มหาวิหารเซนต์ ปีเตอร์ส บาซิลิกา ท่านละ ประมาณ 20 ยูโร (EUR) หรือคำนวณเป็นเงินไทยประมาณ 800 บาท บางกรณีมีงานสำคัญ หรือ พิธีการสำคัญต่างๆทางศาสนา อาจไม่สามารถเข้าชม หรือ เข้าใกล้ชิดกับมหาวิหารฯได้ แต่ทางบริษัทจะพยายามนำท่านชมมหาวิหารให้ใกล้ชิดมากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรม (Rome) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี เมืองโรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน เมืองโรมกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในประเทศอิตาลีเที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (1) พิเศษ…พิซซ่าอิตาเลี่ยน เมนูที่โด่งดังไปทั่วโลก
นำท่านถ่ายรูปคู่กับ มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon) เป็นวิหารรูปทรงจตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโรม โดยมีอายุมากกว่า 2,000 ปี ที่แสดงให้เห็นได้ชัดถึงศิลปะเก่าแก่ในยุคโรมัน แพนธีออนถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยก่อนที่จะเริ่มนับคริสต์ศักราชประมาณ 20 ปี นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ กลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน นำท่านถ่ายรูปกับ สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองโรมประเทศอิตาลี เป็นสนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เป็นสนามประลองอันทรงเกียรติในอดีต นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยกรุงโรม (Arch of Constantine) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงชัยชนะของคอนสแตนติน Maxentius อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานเพียงไม่กี่แห่งจากยุคสมัยของอาณาจักรโรมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่ 
นำท่านถ่ายรูปกับ น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุประติมากรรมของเทพนิยายกรีกแบบบาโรก ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโรม มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมาเมืองโรมอีกครั้งก็จะสมหวัง จากนั้นนำท่านชม จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona) เป็นอีกหนึ่งจัตุรัสที่จัดได้ว่าเป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทั้งน้ำพุสวยๆ หลายจุดในบริเวณ ร้านอาหาร ตึกอาคารสีสันสดใส นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยสินค้าอาร์ตๆ และโชว์เก๋ๆ ให้ได้ชมกัน
นำท่านเดินทางสู่ ย่านบันไดสเปน (Piazza di Spagna) เป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรู ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำต่างๆมากมาย อาทิ Gucci, Prada, Bulgari, Hermès, Cartier, Louis Vuitton, Jimmy Choo,Miu Miu, Dolce & Gabbana, and Céline เป็นต้น รวมถึงร้านอาหาร ร้านขนม ร้านกาแฟ ร้านไอศกรีม ให้ท่านได้เลือกสรรค์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักอย่างดีเกี่ยวกับหอเอนเมืองปิซา ซากโบราณวัตถุของเมืองที่ยังหลงเหลือจากศตวรรษที่5ก่อนคริสตกาล แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (2)
ที่พัก B&B HOTEL Pisa Airport ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยเริ่มจาก นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ หอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ มหาวิหารดูโอโม (Duomo) อันยิ่งใหญ่งดงาม นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) อันเลื่องชื่อสัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า ยังได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย การสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ **ไม่รวมค่าบัตรเข้าชมภายในมหาวิหาร และ ทาวเวอร์ (หอเอนแห่งเมืองปิซ่า) ค่าบัตรเข้าชม ท่านละ ประมาณ 20 ยูโร (EUR) หรือ คำนวณ เป็นเงินไทย ท่านละ ประมาณ 800 บาท (THB) ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ประเทศอิตาลี เมืองที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) ชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสาน นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้นอันวิจิตรสวยงาม อาทิเช่น น้ำพุรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune), วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด (David Statue) ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (4)
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นวีรบุรุษเพอร์ซิอุส (Perseus with the Head of Medusa) ประติมากรรมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมซึ่งมีแผงนูนสีบรอนซ์ ยุคแห่งฟลอเรนซ์คนที่สองยุคโคซิโมที่ 1 เดอเมดิชิ, มอบหมายงานที่มีความเชื่อมโยงทางการเมืองเฉพาะกับงานประติมากรรมอื่นๆ ในจัตุรัสซึ่งผลงานชิ้นนี้ถือว่าเป็นผลงานที่โด่งดังมากอีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีร้านขายทองและอัญมณีอยู่ทั้งสองข้างสะพาน อิสระให้ท่านชมบรรยากาศและเลือกชมสินค้า หรือ ของที่ระลึกต่างๆมากมาย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิสเมสเตร (Venice Mestre) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ของประเทศอิตาลี เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียติก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุดของประเทศอิตาลี และเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ และศิลปะที่ได้รับหลายฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic) เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water) เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

ค่ำ อิสระอาหารค่ำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการท่องเที่ยว
ที่พัก Belstay Venezia Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยเริ่มจาก นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ หอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ มหาวิหารดูโอโม (Duomo) อันยิ่งใหญ่งดงาม นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) อันเลื่องชื่อสัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า ยังได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย การสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ **ไม่รวมค่าบัตรเข้าชมภายในมหาวิหาร และ ทาวเวอร์ (หอเอนแห่งเมืองปิซ่า) ค่าบัตรเข้าชม ท่านละ ประมาณ 20 ยูโร (EUR) หรือ คำนวณ เป็นเงินไทย ท่านละ ประมาณ 800 บาท (THB) ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ประเทศอิตาลี เมืองที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) ชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสาน นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้นอันวิจิตรสวยงาม อาทิเช่น น้ำพุรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune), วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด (David Statue) ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (4)
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นวีรบุรุษเพอร์ซิอุส (Perseus with the Head of Medusa) ประติมากรรมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมซึ่งมีแผงนูนสีบรอนซ์ ยุคแห่งฟลอเรนซ์คนที่สองยุคโคซิโมที่ 1 เดอเมดิชิ, มอบหมายงานที่มีความเชื่อมโยงทางการเมืองเฉพาะกับงานประติมากรรมอื่นๆ ในจัตุรัสซึ่งผลงานชิ้นนี้ถือว่าเป็นผลงานที่โด่งดังมากอีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีร้านขายทองและอัญมณีอยู่ทั้งสองข้างสะพาน อิสระให้ท่านชมบรรยากาศและเลือกชมสินค้า หรือ ของที่ระลึกต่างๆมากมาย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิสเมสเตร (Venice Mestre) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ของประเทศอิตาลี เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียติก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุดของประเทศอิตาลี และเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ และศิลปะที่ได้รับหลายฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic) เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water) เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

ค่ำ อิสระอาหารค่ำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการท่องเที่ยว
ที่พัก Belstay Venezia Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (5)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto Pier) เพื่อล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส (Cruise to Venice) สู่ เกาะเวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยการคมนาคมทั้งเมืองใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน
นำท่านเดินชมความสวยงามโดยรอบของเมืองเวนิส ผ่านชม สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับ ผ่านชม วังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองเมืองเวนิสในอดีต นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสซานมาร์โค (St. Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในทวีปยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาณาเขตอันงดงาม นำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ โบสถ์ซานมาร์โค (St. Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ อิสระให้ท่านได้มีเวลาเดินเที่ยวชมเกาะอันสุดแสนโรแมนติกตามอัธยาศัย **ไม่รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า ราคาขึ้นอยู่กับชนิดของเรือ และ แต่ละช่วงวัน ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง**
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (6) พิเศษเมนู...สปาเก็ตตี้หมึกดำ เมนูขึ้นชื่อของเวนิส
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo de Milan) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลานเปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลานเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับสองใน ประเทศอิตาลี นำท่านเดินทางสู่ แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittario Emanuele II) ที่นับเป็นศูนย์การค้าที่สวยงามหรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน โดยมี อนุเสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆ ในอิตาลี และอนุเสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรอเนสซองซ์อีก 1 ท่านคือ ลิโอนาร์ โด ดาร์วินชี นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (7)
ที่พัก Hotel Arcade AG, Lucerne ระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto Pier) เพื่อล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส (Cruise to Venice) สู่ เกาะเวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยการคมนาคมทั้งเมืองใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (6) พิเศษเมนู...สปาเก็ตตี้หมึกดำ เมนูขึ้นชื่อของเวนิส
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo de Milan) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลานเปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลานเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับสองใน ประเทศอิตาลี นำท่านเดินทางสู่ แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittario Emanuele II) ที่นับเป็นศูนย์การค้าที่สวยงามหรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน โดยมี อนุเสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆ ในอิตาลี และอนุเสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรอเนสซองซ์อีก 1 ท่านคือ ลิโอนาร์ โด ดาร์วินชี นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (7)
ที่พัก Hotel Arcade AG, Lucerne ระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่าเช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (8)

นำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument of Lucerne) แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิตเซอร์แลนด์ที่เกิดจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปีค.ศ. 1792 นำท่านเดินสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปยุโรป นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดลวัลด์ (Grindelwald) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองตากอากาศเล็กๆแสนสวยงามของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของ สถานีรถไฟกรินเดลวัลด์ (Grindelwald Terminal Station)

นำท่านนั่ง เคเบิ้ลคาร์ Eiger Express พิชิตยอดเขาจุงเฟรา เปลี่ยนขบวนรถไฟที่ สถานีรถไฟไอเกอร์เกล็ทเชอร์ มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ขึ้นสู่ยอดเขาสถานีปลายทางสถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป เดินทางถึง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau / Top of Europe) หนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก นำท่านเข้าชม ถ้ำน้ำแข็งพันปี (Ice Palace) เป็นถ้ำน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เกิดจากการขุดเจาะใต้ธารน้ำแข็ง Glacier ลึกลงไป 30 เมตร ภายในจะมีผลงานศิลปะเป็นน้ำแข็งแกะสลักอยู่ตามจุดต่างๆ และลานสฟิงซ์ จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรปที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สัมผัสกับภาพของ ธารน้ำแข็ง (Aletsch Glacier) ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความยาวถึง 22 กิโลเมตรและความหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปและกิจกรรมบนยอดเขาที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดย ที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น สุดพิเศษบริการอาหารกลางวันบนยอดเขาจุงเฟรา (9) พิเศษ...ฟองดูว์ชีส
(กรณีร้านอาหารบนยอดเขาจุงเฟราไม่สามารถรองรับคณะได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตามทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำท่านรับประทานอาหารที่ภัตตาคารในเมืองใกล้เคียงเป็นการทดแทน)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง (Dijon) (เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโกตดอร์ในแคว้นบูร์กอญในประเทศฝรั่งเศส เมืองดิจองเป็นอดีตเมืองของจังหวัดเบอร์กันดี ประวัติศาสตร์ของดิจองเริ่มจากการตั้งรกรากของชาวโรมันยุคโบราณโดยชื่อเมืองว่า ดีวีโอ (Divio) ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางไปเมืองลียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (10)
ที่พัก ibis Dijon Gare Hotel, Dijon ระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่า

นำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument of Lucerne) แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิตเซอร์แลนด์ที่เกิดจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปีค.ศ. 1792 นำท่านเดินสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปยุโรป นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดลวัลด์ (Grindelwald) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองตากอากาศเล็กๆแสนสวยงามของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของ สถานีรถไฟกรินเดลวัลด์ (Grindelwald Terminal Station)
นำท่านนั่ง เคเบิ้ลคาร์ Eiger Express พิชิตยอดเขาจุงเฟรา เปลี่ยนขบวนรถไฟที่ สถานีรถไฟไอเกอร์เกล็ทเชอร์ มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ขึ้นสู่ยอดเขาสถานีปลายทางสถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป เดินทางถึง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau / Top of Europe) หนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก นำท่านเข้าชม ถ้ำน้ำแข็งพันปี (Ice Palace) เป็นถ้ำน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เกิดจากการขุดเจาะใต้ธารน้ำแข็ง Glacier ลึกลงไป 30 เมตร ภายในจะมีผลงานศิลปะเป็นน้ำแข็งแกะสลักอยู่ตามจุดต่างๆ และลานสฟิงซ์ จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรปที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สัมผัสกับภาพของ ธารน้ำแข็ง (Aletsch Glacier) ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความยาวถึง 22 กิโลเมตรและความหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปและกิจกรรมบนยอดเขาที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดย ที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น สุดพิเศษบริการอาหารกลางวันบนยอดเขาจุงเฟรา (9) พิเศษ...ฟองดูว์ชีส
(กรณีร้านอาหารบนยอดเขาจุงเฟราไม่สามารถรองรับคณะได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตามทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำท่านรับประทานอาหารที่ภัตตาคารในเมืองใกล้เคียงเป็นการทดแทน)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง (Dijon) (เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโกตดอร์ในแคว้นบูร์กอญในประเทศฝรั่งเศส เมืองดิจองเป็นอดีตเมืองของจังหวัดเบอร์กันดี ประวัติศาสตร์ของดิจองเริ่มจากการตั้งรกรากของชาวโรมันยุคโบราณโดยชื่อเมืองว่า ดีวีโอ (Divio) ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางไปเมืองลียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (10)
ที่พัก ibis Dijon Gare Hotel, Dijon ระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (11)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปารีส (Paris) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ปารีสเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน ตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความมีเสน่ห์ของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย สวยตั้งแต่การออกแบบภายนอกและเมื่อเข้าไปด้านในก็ยิ่งสวยงาม รวมถึงผลงานศิลปะระดับก้องโลกที่หามูลค่าไม่ได้ที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีอยู่นับไม่ถ้วน
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (12)
นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) (ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที) หรือที่เรียกว่า “Château de Versailles” ในภาษาฝรั่งเศส สถานที่อันหรูหราแห่งนี้เป็นพระราชวังหลวงตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่สำคัญคือพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีค.ศ. 1979 จากองค์การยูเนสโก พระราชวังแวร์ซายส์เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระประสงค์ให้สร้างพระราชวังขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ โดยใช้เงินในการสร้างทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ และคนงานกว่า 30,000 คน โดยพระราชวังใหญ่โตสวยงามแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในแบ่งออกเป็นห้อง เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ เป็นต้น ซึ่งแต่ละห้องล้วนมีเครื่องประดับหรูหราและภาพเขียนที่มีชื่อเสียงประดับอยู่ตามผนังห้อง ซึ่งทั่วโลกยกย่องว่า พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นที่รวบรวมเอกลักษณ์แห่งศิลปกรรมของฝรั่งเศสที่เคยกระฉ่อนโลกทั้งมวล จนมีคำกล่าวว่า “คราใดใครได้เยือนแวร์ซายส์ ครานั้นเขาได้เห็นโลกอันศิวิไลซ์ที่แท้จริงแล้ว” พระราชวังแวร์ซายส์จัดห้องเป็นสัดส่วนอย่างสมพระเกียรติที่สุดและแต่ละห้องได้สร้างอย่าง วิจิตรบรรจง ให้ความสอดคล้องกับเหตุการณ์และนามของห้องอย่างยิ่ง ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ ห้องกระจก (The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของแวร์ซายส์ในรอบ 4 ศตวรรษ ออกแบบโดยสถาปนิกเอก มอนสาร์ท ห้องนี้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงกำกับการก่อสร้าง (**อัตรานี้รวมค่าเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์เรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าชมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์นำท่านเข้าชมพระราชวังหลวง Palais Royal เป็นการทดแทน)
นำท่านเดินทางสู่ ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นรวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีสในอดีต นำท่านชม มหาวิหารซาเครเกอร์ (Sacré-Cœur) หรือมหาวิหารแห่งพระหฤทัย ความสูง 83 เมตร ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่บนเนิน Montmartre หรือเรียกอีกชื่อว่า ภูเขาแห่งผู้พลีชีพในศาสนา ภายในโบสถ์ยังมีภาพโมเสกที่ใหญ่ที่สุดโลก รวมถึง ไปป์ออแกนขนาดใหญ่ของโบสถ์ที่ถูกสร้างโดย อริสทิด คาวาเยคอลต์ ประติมากรรมของ มหาวิหาร ซาเครเกอร์จะเป็นการก่อสร้างสไตล์บาเซนไท ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ มีทัศนียภาพที่สวยงาม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (13)
ที่พัก Brit Hotel Privilège Paris - Rosny ระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปารีส (Paris) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ปารีสเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน ตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความมีเสน่ห์ของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย สวยตั้งแต่การออกแบบภายนอกและเมื่อเข้าไปด้านในก็ยิ่งสวยงาม รวมถึงผลงานศิลปะระดับก้องโลกที่หามูลค่าไม่ได้ที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีอยู่นับไม่ถ้วน
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (12)
นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) (ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที) หรือที่เรียกว่า “Château de Versailles” ในภาษาฝรั่งเศส สถานที่อันหรูหราแห่งนี้เป็นพระราชวังหลวงตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่สำคัญคือพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีค.ศ. 1979 จากองค์การยูเนสโก พระราชวังแวร์ซายส์เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระประสงค์ให้สร้างพระราชวังขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ โดยใช้เงินในการสร้างทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ และคนงานกว่า 30,000 คน โดยพระราชวังใหญ่โตสวยงามแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในแบ่งออกเป็นห้อง เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ เป็นต้น ซึ่งแต่ละห้องล้วนมีเครื่องประดับหรูหราและภาพเขียนที่มีชื่อเสียงประดับอยู่ตามผนังห้อง ซึ่งทั่วโลกยกย่องว่า พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นที่รวบรวมเอกลักษณ์แห่งศิลปกรรมของฝรั่งเศสที่เคยกระฉ่อนโลกทั้งมวล จนมีคำกล่าวว่า “คราใดใครได้เยือนแวร์ซายส์ ครานั้นเขาได้เห็นโลกอันศิวิไลซ์ที่แท้จริงแล้ว” พระราชวังแวร์ซายส์จัดห้องเป็นสัดส่วนอย่างสมพระเกียรติที่สุดและแต่ละห้องได้สร้างอย่าง วิจิตรบรรจง ให้ความสอดคล้องกับเหตุการณ์และนามของห้องอย่างยิ่ง ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ ห้องกระจก (The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของแวร์ซายส์ในรอบ 4 ศตวรรษ ออกแบบโดยสถาปนิกเอก มอนสาร์ท ห้องนี้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงกำกับการก่อสร้าง (**อัตรานี้รวมค่าเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์เรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าชมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์นำท่านเข้าชมพระราชวังหลวง Palais Royal เป็นการทดแทน)
นำท่านเดินทางสู่ ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นรวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีสในอดีต นำท่านชม มหาวิหารซาเครเกอร์ (Sacré-Cœur) หรือมหาวิหารแห่งพระหฤทัย ความสูง 83 เมตร ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่บนเนิน Montmartre หรือเรียกอีกชื่อว่า ภูเขาแห่งผู้พลีชีพในศาสนา ภายในโบสถ์ยังมีภาพโมเสกที่ใหญ่ที่สุดโลก รวมถึง ไปป์ออแกนขนาดใหญ่ของโบสถ์ที่ถูกสร้างโดย อริสทิด คาวาเยคอลต์ ประติมากรรมของ มหาวิหาร ซาเครเกอร์จะเป็นการก่อสร้างสไตล์บาเซนไท ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ มีทัศนียภาพที่สวยงาม ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (13)
ที่พัก Brit Hotel Privilège Paris - Rosny ระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (14)
นำท่านเดินทางสู่ ทรอกาเดโร (Trocadero) อาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดงานนิทรรศการ สร้างในสถาปัตยกรรมแบบ Neo Classic ต่อมาได้มีการรื้อถอนอาคารเดิมและสร้างอาคารแบบใหม่โดยใช้ชื่อว่า ปาแลเดอชาโย (Palais de Chaillot) โดยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับอาหารเดิม คือ มีตัวอาคารยื่นออกเป็นปีกทั้งสองข้าง โดยลักษณะโค้ง โดยสร้างบนรากฐานของอาคารเดิมทั้งหมด เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหอไอเฟลได้จากจัตุรัสทรอกาเดโรผ่านจากลานว่างแห่งนี้ ที่นี่จึงถือเป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนปารีสต้องมาถ่ายรูปวิวหอไอเฟล ณ ลานแห่งนี้ อิสระให้ท่านถ่ายรูปคู่กับ วิวทิวทัศน์หอไอเฟล (Tour Eiffel) แลนด์มาร์คแห่งฝรั่งเศส เป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็ง มีอายุกว่า 200 ปีสร้างขึ้นปีพ.ศ. 2349 หลังจากที่จักรพรรดิ นโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะจากยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าสามสิบปี โดยใช้ศิลปะคลาสสิคใหม่ที่ดัดแปลงมาจากสถาปัตยกรรมโรมันโบราณโดยการใช้รูปปั้นแกะสลักจากช่างแกะสลัก รูปแกะสลักลอยตัวที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การปลุกใจ รวมทั้งสดุดีการเสียสละแก่วีรชนทหารกล้าที่ทำเพื่อประเทศฝรั่งเศส ต่อมาถูกตั้งให้เป็นอนุสรณ์ของทหารฝรั่งเศสในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามที่ทำเพื่อประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย
นำท่าน ล่องเรือชมแม่น้ำแซน (Bateaux-Mouches) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรือนำเที่ยวในแม่น้ำแซนยอดนิยมเจ้าหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นบริษัททัวร์ที่ดำเนินกิจการทางเรือที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีสด้วย ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง ชมสถานที่สำคัญที่แม่น้ำทอดผ่านทั่วเมืองปารีส

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (15) เมนูพิเศษ!! หอยเอสคาโก้
นำท่านถ่ายรูปด้านนอกของ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louver Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น จากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 19 อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ พีระมิดแก้วของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ.1988 โดยเป็นหนึ่งในโครงการที่ริเริ่มของประธานาธิบดีฟร็องซัว มีแตร็อง เพื่อใช้สอยเป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์
อิสระให้ท่านเดินชมพิพิธภัณฑ์และช้อปปิ้งสินค้าที่ ห้างปลอดภาษีเบนลักซ์ (Duty Free Benlux) ห้างชื่อดังใจกลางกรุงปารีส ซึ่งจะได้พบกับสินค้าแบรนด์ชั้นนำต่างๆจากทั่วโลกในราคาที่ไม่แพงและบรรยากาศที่หรูหราตระการตา พร้อมทั้งมีพนักงานและข้อความภาษาไทยในห้างนี้ นำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) ตั้งอยู่บน Boulevard Haussmann ในเขตที่ 9 ของกรุงปารีสใกล้กับ Opera Garnier มีแบรนด์หลากหลายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ร้านเพื่อให้เหมาะกับทุกงบประมาณ ตั้งแต่เสื้อผ้าสำเร็จรูปไปจนถึงแฟชั่นชั้นสูง สถาปัตยกรรมของร้านเป็นแบบอาร์ตนูโว อิสระให้ท่านช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย
ค่ำ อิสระอาหารค่ำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการช้อปปิ้ง
ที่พัก Brit Hotel Privilège Paris – Rosny ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางสู่ ทรอกาเดโร (Trocadero) อาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดงานนิทรรศการ สร้างในสถาปัตยกรรมแบบ Neo Classic ต่อมาได้มีการรื้อถอนอาคารเดิมและสร้างอาคารแบบใหม่โดยใช้ชื่อว่า ปาแลเดอชาโย (Palais de Chaillot) โดยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับอาหารเดิม คือ มีตัวอาคารยื่นออกเป็นปีกทั้งสองข้าง โดยลักษณะโค้ง โดยสร้างบนรากฐานของอาคารเดิมทั้งหมด เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหอไอเฟลได้จากจัตุรัสทรอกาเดโรผ่านจากลานว่างแห่งนี้ ที่นี่จึงถือเป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนปารีสต้องมาถ่ายรูปวิวหอไอเฟล ณ ลานแห่งนี้ อิสระให้ท่านถ่ายรูปคู่กับ วิวทิวทัศน์หอไอเฟล (Tour Eiffel) แลนด์มาร์คแห่งฝรั่งเศส เป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็ง มีอายุกว่า 200 ปีสร้างขึ้นปีพ.ศ. 2349 หลังจากที่จักรพรรดิ นโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะจากยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าสามสิบปี โดยใช้ศิลปะคลาสสิคใหม่ที่ดัดแปลงมาจากสถาปัตยกรรมโรมันโบราณโดยการใช้รูปปั้นแกะสลักจากช่างแกะสลัก รูปแกะสลักลอยตัวที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การปลุกใจ รวมทั้งสดุดีการเสียสละแก่วีรชนทหารกล้าที่ทำเพื่อประเทศฝรั่งเศส ต่อมาถูกตั้งให้เป็นอนุสรณ์ของทหารฝรั่งเศสในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามที่ทำเพื่อประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย
นำท่าน ล่องเรือชมแม่น้ำแซน (Bateaux-Mouches) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรือนำเที่ยวในแม่น้ำแซนยอดนิยมเจ้าหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นบริษัททัวร์ที่ดำเนินกิจการทางเรือที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีสด้วย ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง ชมสถานที่สำคัญที่แม่น้ำทอดผ่านทั่วเมืองปารีส
![]() |

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (15) เมนูพิเศษ!! หอยเอสคาโก้
นำท่านถ่ายรูปด้านนอกของ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louver Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น จากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 19 อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ พีระมิดแก้วของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ.1988 โดยเป็นหนึ่งในโครงการที่ริเริ่มของประธานาธิบดีฟร็องซัว มีแตร็อง เพื่อใช้สอยเป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์
อิสระให้ท่านเดินชมพิพิธภัณฑ์และช้อปปิ้งสินค้าที่ ห้างปลอดภาษีเบนลักซ์ (Duty Free Benlux) ห้างชื่อดังใจกลางกรุงปารีส ซึ่งจะได้พบกับสินค้าแบรนด์ชั้นนำต่างๆจากทั่วโลกในราคาที่ไม่แพงและบรรยากาศที่หรูหราตระการตา พร้อมทั้งมีพนักงานและข้อความภาษาไทยในห้างนี้ นำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) ตั้งอยู่บน Boulevard Haussmann ในเขตที่ 9 ของกรุงปารีสใกล้กับ Opera Garnier มีแบรนด์หลากหลายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ร้านเพื่อให้เหมาะกับทุกงบประมาณ ตั้งแต่เสื้อผ้าสำเร็จรูปไปจนถึงแฟชั่นชั้นสูง สถาปัตยกรรมของร้านเป็นแบบอาร์ตนูโว อิสระให้ท่านช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัยค่ำ อิสระอาหารค่ำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการช้อปปิ้ง
ที่พัก Brit Hotel Privilège Paris – Rosny ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (16)
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางเข้าสู่ สนามบินปารีส ชาร์ล เดอ โกล เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
10.25 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินชางงี ประทศสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ335 (บริการอาหารและเครื่องดื่ม
บนเครื่อง)
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางเข้าสู่ สนามบินปารีส ชาร์ล เดอ โกล เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
10.25 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินชางงี ประทศสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ335 (บริการอาหารและเครื่องดื่ม
บนเครื่อง)
06.15 เดินทางถึง สนามบินชางงี ประทศสิงคโปร์ และรอต่อเครื่อง
09.25 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ708 (บริการอาหารและเครื่องดื่ม
บนเครื่อง)
11.00 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ ... พร้อมความประทับใจ
09.25 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ708 (บริการอาหารและเครื่องดื่ม
บนเครื่อง)
11.00 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ ... พร้อมความประทับใจ


ราคาทัวร์ข้างต้นไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น (ประเทศฝรั่งเศส) ราคา 6,500 บาท

