สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์ทุกประเทศ
| วันที่ 1 | กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ฉางซา (สนามบินฉางซาหวงฮัว) (A67766 : 20:15 - 00:50+1) 17.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ สายการบิน แอร์ ทราเว |
| วันที่ 2 | ฉางซา - ฉางเต๋อ – วัดเฉียนหมิง – เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น - น้ำตกฝูหรง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1) นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองฉางเต๋อ (ระยะทาง 167 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 |
| วันที่ 3 | เมืองโบราณเปียนเฉิง – เกาะฉุ้ยฉุ้ย - ล่องเรือลากโบราณ ลาลาตู้ - อาคารเตี้ยวเจี่ยวโหลว - อนุสาวรีย์สามมณฑล – เมืองโบราณเฟิ่งหวง - สะพานสายรุ้ง - ถนนสือป้าน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| วันที่ 4 | เจียงโข่ว – หมู่บ้านม้งหยุนซือ – ภูเขาฟานจิ้งซาน (รวมกระเช้าขึ้นลง + รถอุทยาน) – ยอดเขาจินติ่ง - หินเห็ด – ถงเหริน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7) นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านม้ |
| วันที่ 5 | แกรนด์แคนยอนถงเหริน - ฉางซา (โดยรถไฟความเร็วสูง + รวมรถขนกระเป๋า) – ถนนคนเดินหวงซิงลู่ – IFS x POPMART เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10) นำท่านเดินทางสู่ แกรนด์แคนยอนถงเหริน |
| วันที่ 6 | วัดไคฟู่ – CHANGSHA BAILIAN OUTLET - ฉางซา (สนามบินฉางซาหวงฮัว) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (A67765: 16:35 – 19.15) เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13) นำท่านเดินทางสู่ วัดไ |
| รอบเดินทาง | ราคาผู้ใหญ่ | ราคาเด็ก | สถานะ |
| 2026-11-08 - 2026-11-13 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2026-11-20 - 2026-11-25 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2026-12-04 - 2026-12-09 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2026-12-18 - 2026-12-23 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2027-01-01 - 2027-01-06 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2027-01-03 - 2027-01-08 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2027-01-10 - 2027-01-15 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2027-01-17 - 2027-01-22 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2027-02-26 - 2027-03-03 | 26,888.- | 26,888.- | จองได้ |
| 2027-03-05 - 2027-03-10 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
| 2027-03-12 - 2027-03-17 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
| 2027-03-19 - 2027-03-24 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
โปรแกรมการเดินทางทัวร์ทุกประเทศ
กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ฉางซา (สนามบินฉางซาหวงฮัว) (A67766 : 20:15 - 00:50+1)
17.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ สายการบิน แอร์ ทราเวลโดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน แอร์ทราเวล (A6) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ
20.15 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินฉางซาหวงฮัว โดย สายการบิน แอร์ ทราเวล(A6) เที่ยวบินที่ A67766 มีบริการอาหารว่าง Snack box บนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
00.50 น. +1 เดินทางถึง สนามบินฉางซาหวงฮัว มหานครแห่งสีสัน วัฒนธรรมพันปี และเสน่ห์ใบไม้เปลี่ยนสีแห่งมณฑลหูหนาน เมืองหลวงแห่งมณฑลหูหนาน คือจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณแห่งประวัติศาสตร์พันปีเข้ากับพลังความมีชีวิตชีวาของมหานครยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เมืองที่ทอดตัวเคียงคู่แม่น้ำเซียงเจียง แห่งนี้อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ แสงสีสุดตระการตายามค่ำคืน และรสชาติอาหารที่เผ็ดร้อนจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ เมื่อสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน ฉางซาจะถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีอบอุ่นอันน่าหลงใหล ท้องฟ้าโปร่ง อากาศเย็นสบายและแห้งกำลังดี อุณหภูมิเฉลี่ยราว 15–22 องศาเซลเซียส
หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก DAYS HOTEL BY WYNDHAM CHANGSHA หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ฉางซา - ฉางเต๋อ – วัดเฉียนหมิง – เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น - น้ำตกฝูหรง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองฉางเต๋อ (ระยะทาง 167 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ได้รับการขนานนามในประวัติศาสตร์จีนโบราณว่า อู๋หลิง ดินแดนต้นกำเนิดแห่งมหากาพย์วรรณกรรมในตำนานอย่าง บทกวีแห่งสวนดอกท้อ ของกวีเถาหยวนหมิง ซึ่งพรรณนาถึงดินแดนสวรรค์บนดินอันสงบสุข เมืองแห่งนี้ทอดตัวเคียงข้างสายน้ำหยวนเจียงและทะเลสาบต้งถิง สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเรียบง่าย ร่มรื่น และวิถีชีวิตริมน้ำที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมพุทธศาสนาและบทกวีพันปี ฉางเต๋อมิได้เป็นเพียงชุมทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของหูหนานตะวันตกเฉียงเหนือ แต่คือเมืองที่ผสานความเงียบสงบทางจิตวิญญาณ ความเขียวขจีของผืนน้ำ และมรดกอารยธรรมโบราณเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เป็นหมุดหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้หยุดพักสายตา สูดไอดินริมน้ำ และสัมผัสความอบอุ่นแบบเมืองน้ำดั้งเดิมที่ซ่อนความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างลึกซึ้ง
นำท่านเดินทางสู่ วัดเฉียนหมิง หรือที่รู้จักกันในนาม วัดเซ็นกู่เต๋อ มรดกทางจิตวิญญาณและศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายเซนที่หยั่งรากลึกคู่เมืองฉางเต๋อมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ศตวรรษที่ 9) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาเต๋อซาน ดินแดนต้นกำเนิดแห่งปรัชญา "เต๋อ" (คุณธรรม) และเป็นถิ่นพำนักของปรมาจารย์เซนชื่อดัง "เต๋อซาน ซวนเจี้ยน" ผู้ริเริ่มการสอนธรรมแบบฉับพลัน วัดเฉียนหมิงจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานทั่วไป หากแต่เป็นโอเอซิสแห่งความสงบนิ่งที่หล่อเลี้ยงใจผู้คน เป็นพื้นที่แห่งการชะลอจังหวะชีวิตเพื่อค้นพบความโปร่งเบาภายใน ภายในวัด ท่านจะพบกับ เจดีย์กู่เฟิง ตระหง่านอยู่บนเนินเขาเชื่อมต่อกับเขตอาราม เมื่อเดินขึ้นสู่ชั้นบนของเจดีย์ จะมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำหยวนเจียง ที่ทอดตัวคดเคี้ยวโอบล้อมเมืองฉางเต๋อราวกับริบบิ้นไหมสีคราม สถาปัตยกรรมกำแพงสีแดงชาดตัดกับชายคาไม้อันวิจิตรสะท้อนเอกลักษณ์ศิลปะพุทธโบราณที่หาชมได้ยาก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น (ระยะทาง 238 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เดิมมีชื่อว่า "หวังชุน" มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี หัวใจของฟูหรงเจิ้นไม่ใช่แค่การเป็นชุมชนโบราณริมน้ำ แต่คือ มหานครพันปีที่แขวนอยู่เหนือน้ำตก สะท้อนภูมิปัญญาการตั้งถิ่นฐานของชนเผ่าถู่เจีย ที่หลอมรวมสถาปัตยกรรมเรือนไม้เข้ากับธรณีสัณฐานหน้าผาหินปูนและสายน้ำเชี่ยวกรากได้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนจะกลายเป็นหมุดหมายระดับตำนานหลังภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง Hibiscus Town (1986 เข้าฉายจนได้รับการเปลี่ยนชื่อเมืองเพื่อเป็นเกียรติแก่ภาพยนตร์ ยามกลางวัน ท่านจะพบกับบรรยากาศเงียบสงบและขรึมขลัง ทอดน่องบน ถนนหินห้าลี้ สัมผัสรอยลึกบนแผ่นหินเขียวขัดมันที่สึกกร่อนตามกาลเวลา กลิ่นควันฟืนและกลิ่นหอมของเต้าหู้ข้าวโบราณ ตัดกับเสียงคำรามหนักแน่นของสายน้ำตกเบื้องล่าง
เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า เมืองโบราณจะแปลงโฉมสู่โลกแห่งจินตนาการ แสงไฟสีส้มทองอบอุ่นจะสว่างไสวไล่ระดับไปตาม เรือนไม้แบบเตี้ยวเจี่ยวโหลวที่สร้างขนานไปบนหน้าผา สะท้อนเงาวิบวับบนผืนน้ำและม่านน้ำตกที่พวยพุ่ง กลายเป็นทัศนียภาพอันตระการตาเสมือนเมืองลอยฟ้าในเทพนิยาย ภายในหมู่บ้านยังเป็นที่ตั้งของ น้ำตกฟูหรงเจิ้น ที่ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติกลางหุบเขา ทว่าคือเส้นเลือดใหญ่และหัวใจของอารยธรรมชนเผ่าถู่เจีย ที่ดำรงอยู่มากว่า 2,000 ปี น้ำตกสายนี้ผ่าใจกลางชุมชนโบราณ สะท้อนปรัชญาการตั้งถิ่นฐานที่โอบรับพลังแห่งสายน้ำ มอบมิติความงามที่ผสานความดุดันของธรรมชาติเข้ากับความอ่อนช้อยของประวัติศาสตร์ได้อย่างไร้รอยต่อ น้ำตกฟูหรงเจิ้นมีความสูงรวมกว่า 60 เมตร กว้างราว 40 เมตร ทอดตัวลดหลั่นสองระดับผ่านใจกลางชุมชนลงสู่แม่น้ำโหย่วสุ่ย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก FURONG BLOSSOMY PICTURESQUE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เมืองโบราณเปียนเฉิง – เกาะฉุ้ยฉุ้ย - ล่องเรือลากโบราณ ลาลาตู้ - อาคารเตี้ยวเจี่ยวโหลว - อนุสาวรีย์สามมณฑล – เมืองโบราณเฟิ่งหวง - สะพานสายรุ้ง - ถนนสือป้าน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโบราณเปียนเฉิง (ระยะทาง 102 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) จิตวิญญาณดั้งเดิมแห่งเซียงซีที่หลุดออกมาจากหน้าวรรณกรรมชิ้นเอกเรื่อง “ชายแดน” ของเสิ่นฉงเหวิน ความหมายลึกซึ้งของชาต้งไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียงเมืองโบราณริมน้ำ หากคือ จุดตัดแห่งพรมแดนและความเงียบสงบอันไร้กาลเวลา ที่ตั้งอยู่ตรงรอยต่อบรรจบของ 3 มณฑล ได้แก่ หูหนาน ฉงชิ่ง และกุ้ยโจว ดังสมญา “ก้าวเท้าเดียวข้ามสามมณฑล” ท่ามกลางแม่น้ำชิงสุ่ย ที่ไหลรินหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตชาวม้งและชาวถู่เจีย เมืองแห่งนี้จึงเป็นภาพตัวแทนของความรัก ความเรียบง่าย และความผูกพันของชุมชนโบราณที่กาลเวลาไม่อาจกลืนหาย
นำท่านเดินทางสู่ เกาะฉุ้ยฉุ้ย หัวใจเชิงวรรณกรรมที่หลุดออกมาจากหน้ากระดาษของนวนิยายระดับมาสเตอร์พีซ ตัวเกาะตั้งสงบนิ่งอยู่กลางแม่น้ำชิงสุ่ย ณ จุดบรรจบพรมแดนธรรมชาติ 3 มณฑล (หูหนาน, ฉงชิ่ง และกุ้ยโจว) เกาะแห่งนี้คือตัวแทนของความรักอันบริสุทธิ์ ความเรียบง่ายของวิถีชนบทดั้งเดิม และความหวังที่เปี่ยมไปด้วยความภักดี ซึ่งยืนหยัดข้ามกาลเวลาท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก บนเกาะจะพบกับประติมากรรมหินอ่อนสีขาวของ ชุ่ยชุ่ยและเจ้าสุนัขสีทองคู่ใจ ที่ออกแบบโดยปรมาจารย์ด้านศิลปะ “หวงหย่งอวี่” รูปร่างของเกาะมีลักษณะเรียวยาวคล้ายเรือแจวโบราณลอยลำนิ่งกลางสายน้ำ โดยมีรูปสลักของเด็กสาวชุ่ยชุ่ยสวมหมวกสาน นั่งกอดเข่าเหม่อมองไปยังคุ้งน้ำไกลสุดสายตา เคียงข้างด้วยสุนัขแสนรู้ ประติมากรรมนี้เป็นดั่งหมุดหมายทางความรู้สึกที่ตรึงบรรยากาศแห่งการรอคอยคนรักกลับมา และเปิดมิติให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความละเมียดละไมของจิตวิญญาณแห่งเซียงซี
นำท่านโดยสารเรือ เรือลากเชือกโบราณลาลาตู้ เรือลากเชือกนี้สะท้อนปรัชญาความเรียบง่าย ความเงียบสงบ และวิถีชีวิตดั้งเดิมที่กาลเวลากว่าร้อยปีไม่อาจเปลี่ยนผ่าน เป็นการเดินทางที่ข้ามมิติทั้งทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ความมหัศจรรย์ของเรืออยู่ที่ การเคลื่อนที่ไร้ใบพายและไร้เครื่องยนต์ ขับเคลื่อนด้วยพลังกายและกลไกภูมิปัญญาพื้นบ้านโบราณข้ามแม่น้ำชิงสุ่ย โดยอาศัยเส้นสลิงเหล็กเส้นเดียวที่ขึงตึงข้ามสองฝั่งน้ำ คนพายเรือจะถือท่อนไม้บากทรงตัว ออกแรงเหนี่ยวรั้งสลิงไปข้างหน้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทุกลมหายใจและแรงดึงจากท่อนไม้ส่งผ่านสู่ตัวเรือไม้ ทำให้เรือลื่นไหลไปบนผิวน้ำสีมรกตอย่างนุ่มนวลและเงียบกริบ ไร้เสียงเครื่องยนต์รบกวนความสงบของธรรมชาติ เมื่อก้าวเท้าลงบนแผ่นกระดานไม้ของเรือลาล่าวู่ ผู้เดินทางจะได้ยินเพียงเสียงน้ำกระทบกาบเรือเบาๆ สลับกับเสียงเสียดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของไม้บากกระทบสายสลิง ผืนน้ำชิงสุ่ยใสกระจ่างราวกระจกสะท้อนภาพเงาของบ้านเรือนไม้ยกพื้นโบราณของชาวม้งและชาวถู่เจียที่เกาะเรียงรายตามแนวผาริมน้ำ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโบราณเฟิ่งหวง (ระยะทาง 277 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองโบราณที่งดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนได้ถือกำเนิดขึ้น ชื่อของเมืองนี้แปลว่า "หงส์" ตามตำนานที่เล่าขานว่าเคยมีหงส์สองตัวบินถลาลงมาเหนือเมืองแล้วหลงใหลในความงามจนมิอาจจากไปไหน ภูเขาที่โอบล้อมเมืองจึงมีรูปร่างคล้ายหงส์ที่กำลังสยายปีก มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1704 สมัยราชวงศ์ชิง ที่นี่เคยเป็นเมืองหน้าด่านทางการทหารที่สำคัญ เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าต่างๆ และต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่รุ่งเรือง เมืองโบราณแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาวเหมียว (ม้ง) และถู่เจีย ที่ยังคงสืบทอดวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากพื้นที่เขตเมืองเก่ามีมาตรการอนุรักษ์และจำกัดการจราจร จึงไม่อนุญาตให้รถบัสท่องเที่ยวขนาดใหญ่เข้าสู่บริเวณใจกลางเมือง ดังนั้น การสัญจรภายในพื้นที่จะเปลี่ยนไปใช้ "รถโดยสารบริการของทางเมืองเก่า ที่จัดไว้ให้แทน โดยรถบัสคันหลักของคณะทัวร์จะจอดรอรับ-ส่งท่าน ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณด้านนอก
นำท่านชม สะพานสายรุ้ง สะพานสายรุ้ง หรือ "หงเฉียว" ไม่ได้เป็นเพียงสะพานข้ามแม่น้ำถัวเจียงเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณของเมืองโบราณเฟิ่งหวง สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการบูรณะใหม่ในปี 2000 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเป็นสะพานมีหลังคาคลุม 2 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นทางเดินสัญจรขนาบข้างด้วยร้านค้าเล็กๆ ที่คึกคัก ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะและจุดชมวิวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าที่สายหมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือผืนน้ำ หรือยามค่ำคืนที่สะพานและอาคารบ้านเรือนริมน้ำสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ หงเฉียวคือภาพจำอันงดงามของเฟิ่งหวงที่นักเดินทางทุกคนต้องมาสัมผัส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก FENGHUANG INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เจียงโข่ว – หมู่บ้านม้งหยุนซือ – ภูเขาฟานจิ้งซาน (รวมกระเช้าขึ้นลง + รถอุทยาน) – ยอดเขาจินติ่ง - หินเห็ด – ถงเหริน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านม้งหยุนซือ (ระยะทาง 100 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือที่ในแวดวงการท่องเที่ยวรู้จักในชื่อ หมู่บ้านม้ง–ถู่เจียหยุ่นซือ ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบใต้ร่มเงาผืนป่ามรดกโลกภูเขาฝานจิ้ง คำว่า "หยุ่นซือ" มีความหมายตามภาษาถิ่นโบราณเปรียบเปรยถึง "เคหาสน์ในม่านเมฆ" หรือ "สถานที่ซึ่งเหล่าเทวาและธรรมชาติลงมาดื่มน้ำ" ภาพตัวแทนวิถีชีวิตดั้งเดิมอายุกว่า 600–700 ปี ที่หลอมรวมภูมิปัญญาชนเผ่า ระบบคูน้ำโบราณ และศรัทธาต่อธรรมชาติให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนทางจิตวิญญาณอันแสนบริสุทธิ์ หัวใจธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชุมชนแห่งนี้คือ "สระมังกรศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำพุหินปูนธรรมชาติสีเขียวมรกตใสกระจ่างที่ผุดขึ้นจากโพรงถ้ำใต้ดินลึก สระน้ำแห่งนี้รักษาอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี และได้รับการขนานนามว่าเป็น "บารอมิเตอร์พยากรณ์อากาศธรรมชาติ" เนื่องจากระดับน้ำที่กระเพื่อมขึ้นหรือลดระดับลงสัมพันธ์กับความกดอากาศและมักบอกเหตุฝนตกหรือฟ้าโปร่งได้อย่างแม่นยำ น้ำจากสระนี้ไหลรินลงสู่แม่น้ำหลงถานกลายเป็นลำธารใสแจ๋วที่ลัดเลาะผ่านหน้าบ้านไม้ทุกหลัง ขับเคลื่อนกังหันน้ำโบราณ และสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมไม้ประสานหินและลานกานหลาน ที่ปลูกสร้างเรียงรายตามแนวตรอกแผ่นหินเขียวอย่างวิจิตรตระการตา
นำท่านเดินทางสู่ เขาฝานจิ้งซาน เทือกเขาหินแปรอายุพันสี่ร้อยล้านปี แต่ชื่อ “ฝานจิ้ง” ยังมีความหมายลึกซึ้งถึง “ดินแดนอันบริสุทธิ์ของพระพุทธองค์” ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้าขุนเขาพุทธธรรมอันยิ่งใหญ่ของจีน ในฐานะพุทธคยาแห่งพระศรีอริยเมตไตรย ความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์ที่ยอดเขาเสียดแทงทะลุคลื่นเมฆหมอก ดั่งภาพวาดพู่กันจีนโบราณ สะท้อนถึงการหลุดพ้นจากความวุ่นวายทางโลกเข้าสู่ความสงบนิ่งและบริสุทธิ์ หนึ่งภาพจำที่สะกดสายตาของฝานจิ้งซานคือยอดเขาหินเดี่ยวรูปร่างคล้ายแท่งหินขนาดยักษ์ที่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า บนยอดสุดเกิดรอยแยกตามธรรมชาติราวกับถูกคมดาบผ่าออกเป็นสองซีก โดยมี “สะพานหินโบราณทอดข้ามเหวลึก” เชื่อมระหว่างสองยอดเขา ยอดฝั่งหนึ่งประดิษฐาน วิหารพระศากยมุนี (ตัวแทนของโลกปัจจุบัน) และอีกฝั่งประดิษฐาน วิหารพระศรีอริยเมตไตรย (ตัวแทนของโลกอนาคต) การได้ก้าวข้ามสะพานหินแคบๆ ท่ามกลางหมอกลอยฟุ้งเหนือก้นเหวลึกพันเมตร คือรายละเอียดอันทรงพลังที่เชื่อมโยงทั้งความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา สถาปัตยกรรมโบราณ และปรัชญาทางจิตวิญญาณเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
บ่าย นำท่านขึ้นสู่ วิหารลอยฟ้าเหนือกาลเวลา ณ ยอดเขาจินติ่ง ยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้าที่ระดับความสูง 2,336 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสัญลักษณ์แห่งความเพียรและความสงบทางจิตวิญญาณ เสาหินธรรมชาติขนาดยักษ์ที่ก่อกำเนิดขึ้นมากว่าพันล้านปีเปรียบดั่งแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยเด่นอยู่เหนือทะเลหมอก ยามเช้าตรู่เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องกระทบไอหมอก จะเกิดปรากฏการณ์มวลเมฆสีแดงอมทองโอบล้อมยอดเขา ดั่งแสงรัศมีแห่งพุทธธรรมอันเป็นที่มาของนาม "เมฆสีแดงบนยอดวิหารสีทอง"
นำท่านเดินทางสู่ หินเห็ด อนุสาวรีย์แห่งกาลเวลา ที่ยืนหยัดท้าทายแรงโน้มถ่วงมายาวนานกว่า 1,400 ล้านปี หินก้อนนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความสมดุลและความนิ่งสงบ ท่ามกลางการแปรเปลี่ยนของผืนพิภพและสภาพอากาศบนยอดเขาสูง สะท้อนถึงปรัชญาธรรมชาติของขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ที่สรรพสิ่งอันเปราะบางสามารถดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้อย่างอัศจรรย์ โครงสร้างหินแปรแผ่นซ้อนชั้นความสูงประมาณ 10 เมตร ที่มีลักษณะส่วนยอดแผ่กว้างด้านบนแต่ฐานคอดกิ่วด้านล่าง คล้ายดอกเห็ดยักษ์ที่กำลังบานอยู่ริมหน้าผาสูงชัน รอยริ้วลายชั้นหินที่เรียงตัวกันเป็นแนวระนาบเผยให้เห็นร่องรอยการกัดเซาะของลม ฝน และน้ำแข็งนับล้านๆ ฤดูกาล จนกลายเป็นตราสัญลักษณ์ธรรมชาติ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาฝานจิ้งซาน
นำท่านเดินทางสู่ เมืองถงเหริน (ระยะทาง 60 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองเอกแห่งขุนเขาและสายนทีทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกุ้ยโจว ได้รับสมญานามอันทรงคุณค่าว่าเป็นทั้งประตูด่านหน้าสู่กุ้ยโจว และอ้อมกอดแห่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จิตวิญญาณของถงเหรินหล่อหลอมขึ้นจากความสงบนิ่งของภูมิประเทศคาสต์ ผืนป่าเขียวขจี และสายน้ำจิ่นเจียง ที่โอบล้อมผืนแผ่นดิน เมืองนี้มิได้เป็นเพียงจุดศูนย์รวมแห่งความเจริญและการคมนาคม,แต่ยังเป็นดินแดนที่หยั่งรากลึกในความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งชาวม้ง, ถูเจีย และต้ง ที่ผสานวิถีชีวิตเข้ากับภูมิศาสตร์หุบเขาและตำนานโบราณอย่างกลมกลืนและเปี่ยมมนต์ขลัง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก TONGREN MEIGAO INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
แกรนด์แคนยอนถงเหริน - ฉางซา (โดยรถไฟความเร็วสูง + รวมรถขนกระเป๋า) – ถนนคนเดินหวงซิงลู่ – IFS x POPMART
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
นำท่านเดินทางสู่ แกรนด์แคนยอนถงเหริน เผลงานชิ้นเอกทางธรณีวิทยาแห่งเทือกเขาอู่หลิงที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "รอยแยกแห่งผืนพิภพ" รอยกรีดลึกของหน้าผาหินปูนคาสต์ ที่ถูกสายน้ำกัดเซาะมานานนับล้านปี ไม่เพียงเผยให้เห็นความอัศจรรย์ของพลังธรรมชาติ แต่ยังซ่อนโลกคู่ขนานที่ตัดขาดจากความเร่งรีบภายนอก มอบพื้นที่แห่งความสงบอันบริสุทธิ์ เย็นฉ่ำ และเปี่ยมด้วยมนต์สะกดของผืนป่าโบราณ นำท่านเดินทางผ่าน สะพานไม้เลียบหน้าผาลอยฟ้า ยาวกว่า 800 เมตรที่ทอดตัวเกาะเลียบไปตามผนังผาหินปูนสูงตระหง่านเหนือร่องลึก ใต้ฝ่าเท้าคือน้ำตกละอองขาวและลำธารสีมรกตใสบริสุทธิ์ ขณะที่เบื้องบนคือแมกไม้เขียวขจีที่เกาะเกี่ยวตามซอกผา การเดินบนเส้นทางสายนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินลอยตัวอยู่ใจกลางรอยแยกของโลก ที่ทุกฝีก้าวเปิดมุมมองพาโนรามาอันชวนตื่นตะลึงและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
บ่าย นำท่านโดยสารรถไฟความเร็วสูงจาก เมืองถงเหริน สู่ เมืองฉางซา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมง) เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเล็กท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ สู่มหานครอันมีชีวิตชีวาแห่งมณฑลหูหนาน ระหว่างทาง ผ่อนคลายไปกับทัศนียภาพที่เคลื่อนผ่านนอกหน้าต่าง ทั้งแนวเขาสลับซับซ้อน ผืนป่า หมู่บ้านชนบท และสายน้ำที่ค่อย ๆ เลือนหายไปเบื้องหลัง ราวกับกำลังเปิดดูภาพความทรงจำตลอดเส้นทางที่ผ่านมา จากผาหินแดงอันยิ่งใหญ่ เมืองโบราณในม่านหมอก ไปจนถึงหุบเขาสีมรกต ก่อนรถไฟจะนำท่านเข้าสู่สีสันร่วมสมัยของ เมืองฉางซา
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินหวงซิงลู่ สู่ชีพจรแห่งความมีชีวิตชีวาใจกลางนครฉางซา แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และสตรีทฟู้ดระดับตำนานที่สะท้อนจิตวิญญาณความสนุกสนานของชาวหูหนานได้อย่างเต็มเปี่ยม ขับกล่อมบรรยากาศให้เดินเล่นได้อย่างรื่นรมย์ แสงไฟนีออนหลากสีสันเริ่มสว่างไสวสะท้อนเงาบนทางเดินหิน กลิ่นหอมเย้ายวนของเกาลัดคั่วหอมกรุ่นใบไม้ร่วงและควันอุ่นๆ ลอยฟุ้งมาจากแผงสตรีทฟู้ดสองข้างทาง ท่านจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของอาหารพื้นเมืองรสจัดจ้าน ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้เหม็นฉางซาสูตรดั้งเดิมที่ทอดจนผิวนอกกรอบสีดำสนิทราดด้วยน้ำซอสพริกรสเผ็ดร้อน, ขนมแป้งทอดเคลือบน้ำตาลคาราเมลสีทอง "ถังโหยวปาปา" ที่กรอบนอกนุ่มเหนียวเคี้ยวเพลิน, และการถือแก้วชานมชื่อดังประจำเมือง "ชาเหยียนเยว่เซ่อ" (Sexy Tea) จิบเพิ่มความอบอุ่นท่ามกลางอากาศเย็น ทั่วทั้งถนนเต็มไปด้วยพลังของเสียงเพลง ผู้คน และร้านค้าแบรนด์ชั้นนำ เรียงรายเชื่อมต่อไปจนถึงลานอนุสาวรีย์หวงซิงและห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองอย่างตระการตา
ไม่ไกลจากถนนคนเดินหวงซิงลู่ ยังเป็นที่ตั้งของ ตึก IFS (Changsha International Finance Square) แลนด์มาร์กตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในมณฑลหูหนาน ด้วยความสูงตระหง่านกว่า 452 เมตร สถาปัตยกรรมระดับโลกแห่งนี้รวบรวมมนต์เสน่ห์แห่งแฟชั่น ศิลปะร่วมสมัย และไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ไว้ใจกลางเมือง จุดที่ไม่ควรพลาดคือสวนประติมากรรมลอยฟ้าบนชั้น 7 (L7 Rooftop Sculpture Garden) ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมถาวรระดับโลก "SEEING/WATCHING" โดยศิลปิน KAWS** ที่นำคาแรกเตอร์อันโด่งดังอย่าง Companion และ BFF ในโทนสีฟ้าและเทามานั่งเคียงข้างกันอย่างโดดเด่น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก CHANGSHA BAIXI HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วัดไคฟู่ – CHANGSHA BAILIAN OUTLET - ฉางซา (สนามบินฉางซาหวงฮัว) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (A67765: 16:35 – 19.15)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
นำท่านเดินทางสู่ วัดไคฝู หรือ อารามไคฝู เป็นหนึ่งในวัดพุทธนิกายเซนที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของมณฑลหูหนาน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยห้าราชวงศ์ (ค.ศ. 927) จนมีคำกล่าวขานติดปากชาวเมืองว่า มีวัดไคฝูก่อน จึงมีเมืองฉางซา เมื่อย่างก้าวเข้าสู่อารามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความเงียบสงบอันลึกซึ้ง ใบแปะก๊วยโบราณผลัดใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามตัดกับแนวกำแพงสีแดงชาดและกระเบื้องหลังคาสีเข้มสไตล์สถาปัตยกรรมหมิงและชิงอย่างงดงาม กลิ่นหอมกรุ่นของควันธูปอ่อน ๆ ลอยละล่องเคล้าสายลมเย็นสบาย เสียงระฆังลมและบทสวดมนต์แว่วดังช่วยชะล้างความวุ่นวายภายนอก ให้จิตใจได้สัมผัสความสงบและรื่นรมย์
สัมผัสสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งกลาง ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และการช้อปปิ้งระดับพรีเมียมของเมืองฉางซา ณ CHANGSHA BAILIAN OUTLET นครแห่งการช้อปปิ้งที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เสื้อผ้าแฟชั่นสตรีทแวร์ อุปกรณ์กีฬา และสินค้าไลฟ์สไตล์ไว้อย่างครบครัน เพลิดเพลินกับการเลือกชมคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง–ฤดูหนาว ทั้งเสื้อโค้ต แจ็กเก็ต รองเท้าสนีกเกอร์ และกระเป๋าแบรนด์เนมในราคาเอาต์เล็ตสุดคุ้มพร้อมโปรโมชันส่วนลดตลอดทั้งปี ระหว่างการเดินเลือกซื้อสินค้า ยังสามารถแวะดื่มด่ำกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบด เครื่องดื่มอุ่นๆ หรือชิมขนมท้องถิ่นและอาหารรสเลิศตามคาเฟ่และร้านอาหารที่เปิดต้อนรับ เติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วยความเพลิดเพลิน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินฉางซาหวงฮัว เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน แอร์ ทราเวล(A6) พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
16.35 น. ออกเดินทางจาก สนามบินฉางซาหวงฮัว สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดย สายการบิน แอร์ ทราเวลเที่ยวบินที่ A67765 มีบริการอาหารว่าง Snack box บนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
19.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ




























































