เลื่อนขึ้น
ทัวร์ถูก ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ดี ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์ทั่วโลก ทัวร์ราคาถูก ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์บริการดี ทัวร์บริการประทับใจ ทัวร์ดีมีคุณภาพ
  
ประเทศ:
ทัวร์จีน ทัวร์จีน
เข้าชม:
3
รหัสทัวร์:
GQ-2UHGH-FD003
สายการบิน:
Thai AirAsia
ทัวร์จีน

ทัวร์จีน บินตรงหางโจว ตามรอยศรัทธาผู่โถวซาน โลกภาพยนตร์เหิงเตี้ยน เสน่ห์เจียงหนานเส้าซิง 6 วัน 5 คืน แอร์เอเชีย
ราคาเริ่มต้น 24,900.-

ทัวร์จีน6 วัน 5 คืน บินตรงหางโจว ตามรอยศรัทธาผู่โถวซาน โลกภาพยนตร์เหิงเตี้ยน เสน่ห์เจียงหนานเส้าซิง 6 วัน 5 คืน แอร์เอเชีย
ทัวร์จีน ทัวร์จีน

สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์จีน

วันที่ 1  กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – หางโจว (FD568 : 16.05 - 22.15) – เข้าสู่โรงแรมที่พัก 13.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จุดนัดพบ อาคาร1 ชั้น3 ประตู 1 เช็คอินเคาน์เตอร์ส
วันที่ 2  หางโจว – ผู่โถวซาน - วัดผู่จี้ – เจ้าแม่กวนอิมหนานไห่ – เจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป - วัดไผ่ม่วง - โจวซาน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1) นำท่านออกเดินทางสู่ เกาะผู่โถวซาน (ระยะทาง
วันที่ 3  โจวซาน - วัดเสวี่ยโต้ว (รวมรถอุทยาน) – ถนนคนเดินหนานถัง - หนิงปอ – จัตุรัสหอกลองหอระฆัง - ถนนคนเดินเหล่าไว่ทาน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4) นำท่านเดินทางสู่ เมืองหนิงปอ (ระ
วันที่ 4  หนิงปอ - เหิงเตี้ยน – HENGDIAN WORLD STUDIO - เช็คอิน อุทยานชิงหมิงซ่างเหอหยวน (จำลอง) - ถนนกว่างโจว - อี้อู เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7) นำท่านเดินทางสู่ HENGDIAN WORLD ST
วันที่ 5  เส้าซิง - สะพานป้าจื้อ - ถนนเดินฉางเฉียว – เมืองโบราณอันชาง - หางโจว – ถนนคนเดินเหอฝั่งเจีย เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเส้าซิง (ระยะทาง
วันที่ 6  หางโจว – ทะเลสาบซีหู – ชมใบไม้เปลี่ยนสี่ ณ ถนนเป่ยลู่ -สะพานต้วนเฉียว - หางโจว(สนามบินหางโจวเสี่ยวซาน) – กรุงเทพฯ(สนามบินดอนเมือง) (FD569 : 22.15 - 01.40+1) เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแร

รอบเดินทางราคาผู้ใหญ่ราคาเด็กสถานะ
2026-11-04 - 2026-11-0925,900.-25,900.-จองได้
2026-11-06 - 2026-11-1125,900.-25,900.-จองได้
2026-11-11 - 2026-11-1625,900.-25,900.-จองได้
2026-11-13 - 2026-11-1824,900.-24,900.-จองได้
2026-11-18 - 2026-11-2325,900.-25,900.-จองได้
2026-11-20 - 2026-11-2525,900.-25,900.-จองได้
2026-11-25 - 2026-11-3024,900.-24,900.-จองได้
2026-11-27 - 2026-12-0225,900.-25,900.-จองได้
2026-12-02 - 2026-12-0725,900.-25,900.-จองได้
2026-12-04 - 2026-12-0925,900.-25,900.-จองได้
2026-12-06 - 2026-12-1125,900.-25,900.-จองได้
2026-12-09 - 2026-12-1425,900.-25,900.-จองได้
2026-12-11 - 2026-12-1625,900.-25,900.-จองได้
2026-12-13 - 2026-12-1825,900.-25,900.-จองได้
2026-12-16 - 2026-12-2125,900.-25,900.-จองได้
2026-12-18 - 2026-12-2325,900.-25,900.-จองได้
2026-12-20 - 2026-12-2525,900.-25,900.-จองได้
2026-12-23 - 2026-12-2825,900.-25,900.-จองได้
2026-12-25 - 2026-12-3026,900.-26,900.-จองได้
2026-12-27 - 2027-01-0129,900.-29,900.-จองได้
2026-12-27 - 2027-01-0129,900.-29,900.-จองได้
2027-01-01 - 2027-01-0628,900.-28,900.-จองได้

ทัวร์จีน ทัวร์จีน

โปรแกรมการเดินทางทัวร์จีน

กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – หางโจว (FD568 : 16.05 - 22.15) – เข้าสู่โรงแรมที่พัก
13.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จุดนัดพบ อาคาร1 ชั้น3 ประตู 1 เช็คอินเคาน์เตอร์สายการบิน Air Asia (FD) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
16.05 น. ออกเดินทางจาก สนามบินดอนเมือง สู่ สนามบินหางโจว โดยสายการบิน Air Asia (FD) เที่ยวบินที่ FD568
* น้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม * ไม่มีบริการอาหารบนเครื่องบิน
22.15 น. เดินทางถึง สนามบินหางโจว เซียวซาน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง(เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก WELCOME HOTEL HANGZHOU หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)

หางโจว – ผู่โถวซาน - วัดผู่จี้ – เจ้าแม่กวนอิมหนานไห่ – เจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป - วัดไผ่ม่วง - โจวซาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
นำท่านออกเดินทางสู่ เกาะผู่โถวซาน (ระยะทาง 284 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์กลางเกลียวคลื่น เขาผู่โถวซาน มิได้เป็นเพียงหนึ่งในสี่มหาพุทธบรรพตศักดิ์สิทธิ์ของจีน หากแต่เป็นยอดเขาศักดิ์สิทธิ์เพียงแห่งเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางมหาสมุทร การก้าวเข้าสู่ผู่โถวซานคือการเดินทางสู่สังฆมณฑลแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิม (พระอวโลกิเตศวร) ซึ่งผสานพลังศรัทธาอันเงียบสงบเข้ากับเกลียวคลื่นและลมทะเล เป็นพื้นที่แห่งการปล่อยวางความว้าวุ่น สดับฟังเสียงคลื่นกระทบผาหินที่เปรียบเสมือนเสียงสวดมนต์ธรรมชาติ และสัมผัสความเมตตาอันไร้ขอบเขตกลางทะเลจีนตะวันออก
นำท่านเดินทางโดยสารเรือจาก ท่าเรือโจวซาน สู่ เกาะผู่โถวซาน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
นำท่านสู่ วัดผู่จี้ วัดศูนย์กลางอันดับหนึ่งในบรรดาสามมหาอารามหลวงแห่งผู่โถวซาน หนึ่งในสี่พุทธคีรีศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินจีน อารามแห่งนี้มิได้เป็นเพียงศาสนสถานโบราณที่สืบทอดประวัติศาสตร์มานับพันปีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังและซ่ง แต่คือ "หัวใจแห่งความเมตตาอันไร้ขอบเขต" ดั่งความหมายของชื่อ *ผู่จี้* (普济) ที่แปลว่า *การโปรดสัตว์และสงเคราะห์มวลมนุษย์อย่างถ้วนทั่ว* ท่ามกลางอ้อมกอดของแมกไม้โบราณและสายลมทะเลตงไห่ หัวใจอันทรงคุณค่าที่สุดของวัดผู่จี้ประดิษฐานอยู่ภายใน วิหารหยวนทง ซึ่งมีสมญานามว่า " วิหารมีชีวิต” ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างไม้โบราณอันโอ่โถงที่สามารถรองรับสาธุชนได้นับพันคน ภายในเป็นที่ประดิษฐาน พระพิรุฬห์กวนอิม สีทองอร่ามสูงสง่าถึง 8.8 เมตร ในพุทธลักษณะปางบุรุษเพศอันงามสง่าและเปี่ยมด้วยเมตตาบารมี ซึ่งถือเป็นองค์ประธานปางแท้ดั้งเดิม ขนาบข้างด้วยรูปเคารพ พระโพธิสัตว์กวนอิม 32 ปางอวตาร ที่แสดงถึงการแบ่งภาคมาโปรดเวไนยสัตว์ตามเหตุปัจจัย สะท้อนศรัทธาอันลึกซึ้งว่าไม่ว่าผู้กราบไหว้จะแบกรับความทุกข์ร้อนแบบใดมา พระองค์ย่อมสดับฟังและประทานความร่มเย็นให้เสมอ ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูศิลาโบราณ จะพบกับสระปล่อยสัตว์ขนาดใหญ่ มีสะพานหิน 3 สายพาดผ่าน ในฤดูอบอุ่นใบบัวเขียวชอุ่มและดอกบัวหลวงจะบานสะพรั่งสะท้อนเงากำแพงวัดสีเหลืองมัสตาร์ดและหลังคากระเบื้องเคลือบ ภาพของควันธูปหอมกรุ่นที่ลอยละล่องตัดกับไอแดดอบอุ่น เสียงสวดมนต์ทำวัตรและเสียงระฆังทองเหลืองก้องกังวานสลับกับเสียงนกร้องใต้ร่มเงาต้นการบูรพันปี มอบความรู้สึกสงบนิ่งตัดขาดจากความเร่งรีบของโลกภายนอก
นำท่านนมัสการขอพร ท่ามกลางท้องมหาสมุทรแห่งพระเมตตาและหลักชัยแห่งศรัทธาน่านน้ำบูรพา พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้ ณ ยอดเขาซวงเฟิง บนเกาะผูโถวซาน ประติมากรรมทางศาสนาอันโอฬาร ศูนย์รวมจิตวิญญาณของ 1 ใน 4 มหาพุทธคีรีศักดิ์สิทธิ์แห่งแผ่นดินจีน พระองค์ประทับยืนตระหง่านหันพระพักตร์สู่อ่าวหลงวานและท้องทะเลกว้างใหญ่ ดั่งสัญลักษณ์แห่งความกรุณาอันไร้ขอบเขตที่คอยปกป้องคุ้มครองสรรพชีวิตและผู้เดินทางทางทะเลให้อยู่รอดปลอดภัยจากเภทภัยทั้งปวง องค์พระโพธิสัตว์หล่อขึ้นจากทองสัมฤทธิ์มีความสูงรวมฐานทั้งสิ้น 33 เมตร ซึ่งตัวเลข 33 มีความหมายลึกซึ้งตามคติพุทธมหายาน หมายถึง 33 ภาคอวตาร ของพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ทรงนิรมิตกายมาโปรดเวไนยสัตว์ (เฉพาะองค์พระพุทธรูปสูง 18 เมตร ประทับบนฐานดอกบัว 2 เมตร และตั้งอยู่บนแท่นอาคารสูง 13 เมตร) พระพักตร์ขององค์พระใช้ทองคำแท้บริสุทธิ์ในการหล่อหลอมถึง 13 ชั่ง (ราว 6.5 กิโลกรัม) ทำให้เปล่งประกายสีทองสุกปลั่งสะท้อนรับแสงอาทิตย์อย่างน่าอัศจรรย์ พระหัตถ์ซ้ายทรงถือ "ธรรมจักร" สื่อถึงการหมุนกงล้อแห่งธรรมเพื่อขจัดทุกข์ภัย ส่วนพระหัตถ์ขวายกขึ้นในท่าประทานอภัยและประทานพรอันเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ใต้ฐานองค์พระชั้นที่สองยังเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมทองแดงขนาดเล็กถึง 500 องค์ ซึ่งแต่ละองค์มีอริยาบถและปางที่แตกต่างกันอย่างประณีต
นำท่านนมัสการขอพร วัดไผ่ม่วง จุดเริ่มต้นแห่งศรัทธาพันปี ของดินแดนพุทธภูมิกลางทะเลจีนตะวันออก ตามตำนานในปี ค.ศ. 863 พระภิกษุชาวญี่ปุ่นนามว่า ‘ฮุ่ยเอ้อ’ ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิมจากเขาอู่ไถซานเพื่อนำกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อเรือแล่นมาถึงบริเวณนี้กลับเกิดพายุและปรากฏการณ์คลื่นดอกบัวขวางกั้นไว้ เสมือนพระองค์ไม่ประสงค์จะจากแผ่นดินนี้ไป จึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ ริมโขดหินแห่งนี้ ก่อกำเนิดเป็น วัดกวนอิมไม่ยอมไป จุดกำเนิดและหัวใจแห่งศรัทธาทั้งหมดของเกาะแห่งนี้ คำว่า “ปู้เขิ่นชวี่” มีความหมายลึกซึ้งว่า “ไม่ยอมจากไป” ย้อนกลับไปในสมัยราชวงศ์ถัง พระภิกษุชาวญี่ปุ่นนามว่า *ฮุ่ยเอ้อ ได้อัญเชิญองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมจากเขาอู่ไถซานเพื่อนำกลับไปประดิษฐาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ทว่าเมื่อเรือแล่นมาถึงน่านน้ำเหลียนฮวาหยาง (ทะเลดอกบัว) บริเวณเกาะผู่โถวซาน กลับเกิดพายุคลื่นลมและปรากฏการณ์ดอกบัวเหล็กขวางลำเรือไว้ไม่ให้แล่นผ่าน พระฮุ่ยเอ้อจึงตระหนักได้ว่าองค์พระแม่กวนอิมมีพุทธประสงค์ที่จะสถิตอยู่ ณ แผ่นดินนี้เพื่อโปรดสรรพสัตว์ นับตั้งแต่นั้นอารามแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นเป็นอนุสรณ์แห่ง "สายใยวาสนา" และคำมั่นสัญญาแห่งความเมตตา และทำให้ป่าไผ่ม่วงกลายเป็นหมุดหมายทางจิตวิญญาณที่เป็นต้นกำเนิดการบูชาเจ้าแม่กวนอิมแห่งผู่โถวซานตราบจนปัจจุบัน ยามก้าวเข้าสู่อารามป่าไผ่ม่วงและวัดกวนอิมไม่ยอมไป กลิ่นหอมจางๆ ของธูปบูชาผสมผสานกับไอเค็มสดชื่นของลมทะเล เสียงสวดมนต์แผ่วเบาดังกังวานเคล้าเสียงใบไผ่สีม่วงเข้มเสียดสีกันตามแรงลม
สมควรแก่เวลานำท่านโดยสารเรือกลับสู่ เมืองโจวซาน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
ที่พัก MAISON NEW CENTURY ZHOUSHAN หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)

โจวซาน - วัดเสวี่ยโต้ว (รวมรถอุทยาน) – ถนนคนเดินหนานถัง - หนิงปอ – จัตุรัสหอกลองหอระฆัง - ถนนคนเดินเหล่าไว่ทาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหนิงปอ (ระยะทาง 87 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) มีความหมายตามตัวอักษรอันลึกซึ้งว่า "คลื่นลมอันสงบแห่งทะเลบูรพา" เมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางเศรษฐกิจและเมืองท่าเรือระดับโลกของมณฑลเจ้อเจียงเท่านั้น แต่เป็นจุดกำเนิดสำคัญของ "เส้นทางสายไหมทางทะเลโบราณ" ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คนด้วยสายน้ำหลักสามสายมาบรรจบกัน ณ "ซานเจียงโข่ว" จิตวิญญาณของหนิงโปสะท้อนผ่านความสมดุลระหว่าง"ความเจริญทางการค้า" และ "ความสงบร่มเย็นทางพุทธธรรม" ดินแดนแห่งนี้เป็นบ้านเกิดแห่งความเมตตาและพลังศรัทธาของพระศรีอริยเมตไตรย (พระสังกัจจายน์โพธิสัตว์) ณ เทือกเขาเสวี่ยโต้ว ผสมผสานกับรากเหง้าภูมิปัญญาการค้าแบบพ่อค้าหนิงโป ที่เปิดรับวัฒนธรรมสากลมานับร้อยปี ก่อเกิดเป็นมหานครริมน้ำที่สง่างาม เรียบง่าย ทว่าเปี่ยมด้วยพลังชีวิตที่ไร้กาลเวลา
นำท่านเดินทางสู่ วัดเสวี่ยโต้ว (รวมรถอุทยาน) ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาเสวี่ยโต้วซาน เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง วัดโบราณแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,600 ปี (สร้างขึ้นครั้งแรกในยุคราชวงศ์จิ้น) และได้รับการยกย่องให้เป็น *แดนตรัสรู้และศูนย์กลางพุทธภูมิของพระศรีอริยเมตไตรย" หนึ่งใน 5 ขุนเขาพุทธธรรมอันยิ่งใหญ่ของแดนมังกร ความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้สถาปัตยกรรมแห่งนี้คือปรัชญาแห่ง "ความปีติ เมตตา อภัยทาน และการปล่อยวาง" ผ่านรูปลักษณ์ของพระโพธิสัตว์ผู้มีรอยยิ้มเปี่ยมสุขและพุงพลุ้ย อันมีรากฐานมาจากตำนาน "พระภิกษุบุไต้" (พระถุงย่าม) ซึ่งเป็นบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองเฟิ่งฮว่าในยุคราชวงศ์ถัง ไฮไลต์เชิงประจักษ์ที่เป็นดั่งหมุดหมายสำคัญระดับโลก คือ องค์พระสังกัจจายน์โพธิสัตว์ สัมฤทธิ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงรวมฐานถึง 56.74 เมตร (ตัวองค์พระสูง 33 เมตร หล่อขึ้นจากแผ่นทองสัมฤทธิ์กว่า 500 ตัน ประดิษฐานบนฐานบัว 9 เมตรและอาคารฐานราก 14.74 เมตร) องค์พระหันหน้าสู่ทิวทัศน์หุบเขาด้วยพระพักตร์แย้มสรวล พระหัตถ์ขวาถือลูกประคำ พระหัตถ์ซ้ายถือถุงย่ามโภคทรัพย์ จุดที่สร้างความประทับใจลึกซึ้งแก่ผู้มาเยือนคือกิจกรรมธรรมเนียมโบราณ กอดพระบาทขอพร เพื่อสัมผัสนิ้วพระบาทขนาดใหญ่ขององค์พระ สื่อถึงการน้อมรับพลังแห่งความโชคดี ความสุขสมหวัง และความมั่งคั่งตามความเชื่อดั้งเดิม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
นำท่านแวะ ถนนคนเดินโบราณหนานถัง ย่านการค้าโบราณที่ได้รับการบูรณะ แต่เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งวิถีชีวิตริมสายน้ำเจียงหนาน” อดีตศูนย์กลางการค้าเลื่องชื่อทางประตูทิศใต้ของเมืองหนิงโปที่รู้จักกันในนาม ตลาดสามหนานเหมิน ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งใต้จนถึงยุคราชวงศ์หมิงและชิง ที่นี่คือภาพสะท้อนจิตวิญญาณของพ่อค้าและชาวเมืองหนิงโป เป็นจุดบรรจบระหว่างสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้โบราณ ลำคลองหนานถาง และวัฒนธรรมอาหารพื้นเมืองอันลึกซึ้งที่สืบทอดกันมากว่าร้อยปี เดินทอดน่องบนถนนปูแผ่นหินโบราณ ขนาบข้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์เจียงหนาน กำแพงสีขาวตัดกับกระเบื้องหลังคาสีเทาเข้มและสะพานหินโค้งหย่งสุ่ยที่ทอดข้ามลำคลอง
จากนั้นนำท่านสู่ หอกลองเมืองหนิงปอ จุดกำเนิดและหมุดหมายแรกแห่งประวัติศาสตร์เมืองหนิงปอ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 821) เพื่อทำหน้าที่เป็นประตูด้านใต้ของแนวกำแพงเมืองโบราณจื่อเฉิง นี่คือซากประตูกำแพงเมืองโบราณแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในหนิงปอ และเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดรับความเปลี่ยนแปลงข้ามผ่านกาลเวลากว่า 1,200 ปี ความพิเศษระดับไอคอนิกที่หาชมได้ยากยิ่งทั่วแผ่นดินจีน คือ สถาปัตยกรรมลูกผสมจีน-ตะวันตก บนอาคารเดียวกัน ฐานด้านล่างคือซุ้มประตูก่อหินศิลาแลงและศาลาไม้ชายคายื่นแบบดั้งเดิมของราชวงศ์หมิงและชิง ยอดจั่วด้านบนกลับประดิษฐานหอนาฬิกาจักรกลสไตล์โรมันตะวันตก ที่สร้างเสริมขึ้นในปี ค.ศ. 1930 ยุคสาธารณรัฐจีน รอยต่อระหว่างฐานศิลาจีนโบราณกับหน้าปัดนาฬิกายุโรป คือภาพสะท้อนจิตวิญญาณของเมืองท่าหนิงโปที่เชื่อมโยงอารยธรรมตะวันออกเข้ากับสายลมการค้าโลกได้อย่างลงตัว
นำท่านอิสระชม หนิงปอเหล่าไว่ทาน จุดกำเนิดแห่งยุคเปิดประตูการค้าสู่สากลของจีน ตั้งอยู่ ณ บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย (อันได้แก่-แม่น้ำหยง, แม่น้ำเหยา และแม่น้ำเฟิ่งฮวา) พื้นที่แห่งนี้เปิดเป็นเมืองท่านานาชาติตั้งแต่ปี ค.ศ. 1844 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหาดไว่ทาน อันเลื่องชื่อของเซี่ยงไฮ้ถึง 20 ปี ความหมายที่แท้จริงของเหล่าไว่ทานจึงไม่ใช่เพียงย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน แต่คือ "อนุสรณ์สถานมีชีวิต" ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์การค้าทางทะเล ศิลปะยุโรปนีโอคลาสสิก และวัฒนธรรมท่าเรือเจียงหนานเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ในช่วงกลางวัน ย่านนี้จะให้อารมณ์เงียบสงบแบบประวัติศาสตร์ อาคารอิฐสีเทาและแดงสลับลวดลายแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมผสานประตูสือคู่เหมิน สะท้อนความคลาสสิก ทว่าเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ย่านทั้งย่านจะพลิกโฉมเป็น "มหานครแห่งแสงไฟ" ตึกโบราณและสะพานข้ามแม่น้ำเปล่งแสงไฟนีออนอบอุ่น ผสานกับจอมีเดียอาร์ตริมน้ำที่สะท้อนลงบนระลอกคลื่น กลิ่นอายลมแม่น้ำพัดเอื่อยๆ เคล้าเสียงดนตรีอะคูสติกสดจากบาร์เปิดโล่ง เสียงแก้วกระทบกันตามคาเฟ่ และเสียงผู้คนเดินทอดน่องบนถนนคนเดินหินโบราณ สร้างบรรยากาศโมเดิร์นคลาสสิกที่ผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
ที่พัก NEW CENTURY HOTEL NINGBO หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)

หนิงปอ - เหิงเตี้ยน – HENGDIAN WORLD STUDIO - เช็คอิน อุทยานชิงหมิงซ่างเหอหยวน (จำลอง) - ถนนกว่างโจว - อี้อู
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางสู่ HENGDIAN WORLD STUDIO (ระยะทาง 183 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง) โรงถ่ายภาพยนตร์เหิงเตี้ยน ฉากถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แคปซูลกาลเวลาที่มีชีวิต ที่จำลองประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมจีนนับพันปีมาไว้ในพื้นที่จริงอย่างประณีต เหิงเตี้ยนคืออาณาจักรสตรีทสตูดิโอระดับโลกที่คนรักซีรีส์จีนและสายถ่ายภาพต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต ท่านจะได้เดินข้ามกาลเวลาไปสัมผัสวิถีชีวิตราชวงศ์ซ่งในภาพวาดชิงหมิงที่มีชีวิตจริง พร้อมสลับมู้ดมาอินกับเสน่ห์เมืองท่าสไตล์วินเทจบนถนนกวางโจวและฮ่องกง ได้ทั้งรูปถ่ายระดับโปรดักชันภาพยนตร์และชมโชว์สตูดิโอสุดอลังการแบบไม่ต้องจินตนาการเอง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
เช็คอิน อุทยานชิงหมิงซ่างเหอหยวนจำลอง ฉากถ่ายทำภาพยนตร์ย้อนยุคขนาดมหึมา การชุบชีวิต ม้วนภาพวาดมรดกโลก ของจิตรกรเอก จางเจ๋อตวน แห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ ให้ก้าวออกมาจากผืนผ้าไหมสู่โลกสามมิติ ที่นี่คือภาพแทนของยุคทองแห่งอารยธรรมจีนโบราณ เมืองหลวงเปี้ยนจิง (ไคเฟิง) ที่ความเจริญทางสุนทรียศาสตร์ ศิลปะ การค้าทางน้ำ และวิถีชีวิตชาวบ้านหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา ต้อนรับทุกท่านสู่ สะพานสายรุ้ง สะพานไม้ทรงโค้งไร้เสากลางน้ำเอกลักษณ์อันโดดเด่นใจกลางผืนน้ำเปี้ยนเหอ โครงสร้างไม้ขัดประสานสถาปัตยกรรมโบราณทอดข้ามลำน้ำ สะท้อนภาพกิ่งหลิวลู่ลม เรือแจวโบราณที่ค่อยๆ ลอดผ่านใต้สะพาน และแนวระเบียงไม้สองฝั่งคลองที่ประดับด้วยโคมไฟและป้ายร้านค้าผ้าแพรพรรณ เป็นจุดจำลองฉากศูนย์กลางชีวิตที่สมจริงที่สุด ซึ่งปรากฏอยู่ในซีรีส์จีนย้อนยุคฟอร์มยักษ์ชื่อดังนับไม่ถ้วน
นำท่านออกเดินทางสู่ ถนนกว่างโจวและถนนเซี่ยงไฮ้ แห่งเหิงเตี้ยนเวิลด์สตูดิโอ ฉากถ่ายทำภาพยนตร์ย้อนยุค จุดกำเนิดและจิตวิญญาณเริ่มต้นของฮอลลีวูดเมืองจีน พื้นที่แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1996 เพื่อเป็นฉากถ่ายทำมหากาพย์ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์เรื่อง The Opium War (สงครามฝิ่น) โดยผู้กำกับระดับตำนาน เซี่ยจิ้น (Xie Jin) ความหมายที่แท้จริงของถนนสายนี้คือการหยุดเวลาพาทุกคนย้อนสู่นครกวางโจวในยุคทศวรรษ 1840 ซึ่งเป็นยุครอยต่อสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อวัฒนธรรมการค้าดั้งเดิมของชาวจีนกวางตุ้งริมแม่น้ำจูเจียง เริ่มปะทะสังสรรค์กับคลื่นอิทธิพลการค้าและสถาปัตยกรรมตะวันตก สะท้อนภาพความรุ่งเรืองของเมืองท่าพาณิชย์ระดับโลกในอดีต ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมเรือนแถวตึกแถวโบราณแบบ "ฉีโหลว" และย่านสิบสามห้าง อาคารพาณิชย์สองชั้นที่มีทางเดินมีหลังคาคลุมยื่นออกมาเหนือทางเท้า ผนังอิฐสีเทาแกะสลักลวดลายดอกไม้สไตล์หลิ่งหนาน ผสมผสานหน้าต่างโค้งและเสาโรมันยุโรป รายละเอียดของป้ายร้านค้าไม้แกะสลักภาษาจีนกวางตุ้งโบราณ ท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้า และโกดังจำลองริมน้ำ เป็นกุญแจสำคัญที่สะท้อนถึงการเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าใบชา ผ้าไหม และเครื่องเคลือบดินเผาของจีนสู่สายตาชาวโลกในศตวรรษที่ 19
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองอี้อู (ระยะทาง 31 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซูเปอร์มาร์เก็ตของโลก" หากมองลึกลงไปใต้ความทันสมัยและตึกสูงระฟ้า จิตวิญญาณที่แท้จริงของอี้อูก่อร่างขึ้นจากประเพณีโบราณที่เรียกว่า **"จีเหมาฮ่วนถัง" (ขนไก่แลกน้ำตาลมอลต์) ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของพ่อค้าหาบเร่ในอดีตที่นำน้ำตาลเคี่ยวเองเดินเท้าข้ามภูเขาแลกกับขนไก่เพื่อนำมาทำปุ๋ยและไม้ปัดขนไก่จากหยาดเหงื่อของหาบเร่ในวันวาน อี้อูได้พลิกโฉมตนเองสู่ศูนย์กลางการค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมืองนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายทางธุรกิจ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความมุมานะ การปรับตัว และการหลอมรวมวัฒนธรรมระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตดั้งเดิมของเจียงหนานเข้ากับเศรษฐกิจโลกอย่างน่าอัศจรรย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
ที่พัก YIWU ORIENTAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)

เส้าซิง - สะพานป้าจื้อ - ถนนเดินฉางเฉียว – เมืองโบราณอันชาง - หางโจว – ถนนคนเดินเหอฝั่งเจีย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเส้าซิง (ระยะทาง 122 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมง) ภาพจำอันบริสุทธิ์ของ "เจียงหนาน" ดินแดนทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี หากเมืองอื่นในเจียงหนานเปรียบเสมือนภาพวาดที่ถูกแต่งแต้มเพื่อการท่องเที่ยว เส้าซิงกลับเป็นเมืองสายน้ำที่มีลมหายใจและยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างแท้จริง เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ใต้ชื่อเมืองแห่งนี้คือการผสมผสานระหว่าง วัฒนธรรมสายน้ำ สะพานหินโบราณ กลิ่นอายสุราเหลือง และรอยหมึกของเหล่านักปราชญ์ สายน้ำที่เชื่อมโยงทั่วทั้งเมืองไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสัญจรในอดีต แต่เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิต บ้านเรือนกำแพงสีขาวตัดกับกระเบื้องหลังคาสีเทาดำ ยังคงมีชาวบ้านอยู่อาศัย ซักผ้า ล้างผักริมชานบันไดท่าน้ำ และพายเรือท้องถิ่นสัญจรไปมา สะท้อนความสงบ เรียบง่าย และความคลาสสิกเหนือกาลเวลา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สะพานป้าจื้อ แห่งเมืองเส้าซิง มณฑลเจ้อเจียง ไม่ได้เป็นเพียงสะพานหินข้ามลำน้ำธรรมดา แต่คือมรดกโลกทางวัฒนธรรมและผลงานวิศวกรรมชลศาสตร์อันน่าทึ่งจากยุคราชวงศ์ซ่งใต้ (สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1256 หรือกว่า 800 ปีก่อน) สะพานแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น สะพานยกระดับ แห่งแรกของแผ่นดินจีน ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการสัญจรที่ซับซ้อน ณ จุดบรรจบของสายน้ำสามสายและถนนสามเส้น สะพานปาจื้อคือภาพแทนของ เจียงหนานที่มีลมหายใจ ที่หลบลี้จากความวุ่นวายเชิงพาณิชย์ และยังคงทำหน้าที่เป็นเส้นทางสัญจรของผู้คนในชุมชนดั้งเดิมจวบจนปัจจุบัน เอกลักษณ์เชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือ โครงสร้างขั้นบันไดหินแยก 4 ทิศทางที่เมื่อมองจากมุมสูงและด้านข้างจะมีรูปทรงกางออกคล้ายตัวอักษรจีนคำว่า "八" (ปา - เลขแปด) ตัวสะพานหลักทอดข้ามลำคลองอย่างมั่นคงโดยไร้เสากลางกีดขวางทางเรือ เสาราวสะพานหินสลักลายดอกบัวคว่ำ ตามคติสมัยราชวงศ์ซ่ง และหากสังเกตบริเวณผนังหินริมทางเดินลากเรือ ใต้สะพาน จะยังคงเห็น รอยกรีดลึกของเชือกลากเรือ ที่เกิดจากการเสียดสีของเชือกปอที่คนลากเรือในอดีตลากผ่านวันแล้ววันเล่า สะท้อนประวัติศาสตร์การค้าทางน้ำตลอดหลายร้อยปีได้อย่างแจ่มชัด
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินชางเฉียวจื๋อเจีย พิพิธภัณฑ์ชีวิตริมสายน้ำเจียงหนานที่มีลมหายใจ ย่านชุมชนประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับการยกย่องด้วยรางวัลมรดกวัฒนธรรมภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO Asia-Pacific Heritage Award for Culture Heritage Conservation) ในฐานะต้นแบบการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม ผังเมืองยังคงรูปแบบ "แม่น้ำขนานกับถนน บ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีเทา ผนังปูนสีขาว และท่าน้ำหินหน้าบ้าน สะท้อนความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างผู้คนกับสายน้ำที่สืบทอดต่อเนื่องมาหลายร้อยปี ภาพของเรือพายโบราณขนาดย่อมมุงประทุนสีดำมันวาวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองเส้าซิง ขับเคลื่อนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นายท้ายเรือใช้ทั้งมือพายและเท้าถีบไม้พายอย่างนุ่มนวล เสียงหัวเรือแหวกผิวน้ำกระทบตอม่อสะพานหินโค้งโบราณ ท่ามกลางภาพชาวบ้านท้องถิ่นนั่งล้างผัก ซักผ้า หรือนั่งจิบชาพูดคุยกันบริเวณบันไดท่าน้ำหิน ทำให้ภาพชีวิตริมสายน้ำในบทกวีจีนโบราณปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างสมบูรณ์
นำท่านเข้าชม เมืองโบราณอันชาง เมืองริมน้ำแห่งนี้ไม่ได้ถูกแช่แข็งเป็นเพียงฉากจัดแสดงเพื่อการท่องเที่ยว แต่ยังคงรักษาลมหายใจ วิถีชีวิต และบรรยากาศตลาดการค้าโบราณที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่งเหนือจวบจนปัจจุบัน ภาพผู้เฒ่าผู้แก่นั่งจิบชาหน้าบ้าน หญิงชาวบ้านล้างผักริมบันไดท่าน้ำ และโคมไฟสีแดงที่สะท้อนเงาผิวน้ำยามเย็น ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง ลำคลองสายหลักทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยง โดยฝั่งเหนือคือแนวระเบียงทางเดินมีหลังคาคลุม สำหรับค้าขาย และฝั่งใต้คือบ้านเรือนพักอาศัยริมน้ำ ที่เชื่อมโยงหากันด้วยสะพานหินโค้งโบราณนับสิบแห่ง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอันชางคือวัฒนธรรมถนอมอาหารอันเลื่องชื่อ ใต้ชายคาระเบียงไม้ริมน้ำจะเรียงรายไปด้วยพวงไส้กรอกหมูสีแดงเข้ม เป็ดหมักซีอิ๊วและนกกระทาหมักที่ตากรับลมหนาว เคียงคู่กับลานโอ่งซีอิ๊วหมักโบราณ "เหรินชาง" ที่สืบทอดสูตรหมักธรรมชาติในโอ่งดินเผากลางแจ้งมากว่าร้อยปี ผสานกับศิลปะการดึงน้ำตาลขาวโบราณอันน่าทึ่ง
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองหังโจว (ระยะทาง 55 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) คือ “ภาพสะท้อนแห่งความสุนทรีย์ของอารยธรรมจีน” ที่ได้รับการยกย่องมานับพันปีดั่งสุภาษิตโบราณที่ว่า *“บนฟ้ามีสรวงสวรรค์ บนดินมีซูโจวและหางโจว” จิตวิญญาณของหางโจวหลอมรวมขึ้นจากความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมเจียงหนานและทะเลสาบซีหู มรดกโลกที่กลายเป็นหมุดหมายทางวรรณกรรม และสายน้ำเฉียนถังเจียงที่เชื่อมโยงการค้าและนวัตกรรม
นำท่านอิสระช็อปปิ้ง ณ ถนนคนเดินเหอฝางเจีย “หัวใจทางการค้าและวิถีชีวิตดั้งเดิม” ของนครหางโจวที่หยั่งรากมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ยุคที่หางโจวเป็นราชธานีในนามเมืองหลินอัน) ท่ามกลางตึกระฟ้าสมัยใหม่ของมหานคร ย่านประวัติศาสตร์ชิงเหอฝางแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมมิติเวลา ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเจียงหนานโบราณผ่านสถาปัตยกรรมไม้ ป้ายร้านค้าโบราณ และบรรยากาศการค้าขายที่มีชีวิตชีวามานานนับพันปี เอกลักษณ์ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเหอฝางเจียได้อย่างสมบูรณ์แบบคือ "ร้านยาโบราณหูชิ่งอวี๋ถัง" ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1874 โดยมหาเศรษฐีหมวกแดง "หูเสวี่ยเหยียน" ภายในตัวอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ฮุยโจวโอ่อ่า กรุ่นด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรจีนโบราณนับร้อยชนิด และแผ่นป้ายไม้สลักคำสอนประจำตระกูล "เจี้ยชี" (ห้ามหลอกลวงผู้บริโภค) เดินทอดน่องบนแผ่นหินโบราณ ท่านจะได้สัมผัสกับมวลบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนอย่างน่าอัศจรรย์ โคมไฟสีแดงนับร้อยดวงตามแนวชายคาจะสว่างไสวสะท้อนเงาบนพื้นหิน เคล้าคลอด้วยเสียงเคาะค้อนไม้ทำขนมตุ๊บตั๊บโบราณ ควันกรุ่นจากแผงนึ่งขนมติ้งเซิ่งกัว และของว่างพื้นเมืองหลากรสชาติ สร้างบรรยากาศถนนโบราณที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่12)
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS HANGZHOU หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)

หางโจว – ทะเลสาบซีหู – ชมใบไม้เปลี่ยนสี่ ณ ถนนเป่ยลู่ -สะพานต้วนเฉียว - หางโจว(สนามบินหางโจวเสี่ยวซาน) – กรุงเทพฯ(สนามบินดอนเมือง) (FD569 : 22.15 - 01.40+1)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
นำท่านชม ใบไม้เปลี่ยนสี ณ ถนนเป่ยซานลู่ เส้นทางสัญจรเลียบขอบน้ำทางทิศเหนือของทะเลสาบซีหู "พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมกลางแจ้งที่มีชีวิต" และเป็นหมุดหมายแห่งความโรแมนติกที่ผสานจิตวิญญาณแห่งสายน้ำเจียงหนานเข้ากับกลิ่นอายความสง่างามยุคสาธารณรัฐจีน ได้อย่างลงตัวที่สุด ที่นี่คือจุดที่ความทรงจำทางประวัติศาสตร์ คฤหาสน์หินสไตล์ตะวันตก และธรรมชาติอันบริสุทธิ์โคจรมาบรรจบกันอย่างเงียบสงบเหนือกาลเวลา เอกลักษณ์ที่ตราตรึงใจที่สุดคือ แนวซุ้มอุโมงค์ต้นอู๋ถง (ต้นเมเปิลสายพันธ์จีน) ลำต้นสูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาข้ามถนนจนจรดกันเป็นหลังคาธรรมชาติยาวกว่า 3 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบเพลนรูปฝ่ามือขนาดใหญ่จะพร้อมใจกันผลัดสีกลายเป็นเฉดเหลืองทองและส้มอำพัน ยามสายลมพัดผ่าน ใบไม้จะค่อยๆ ร่วงหล่นปกคลุมทางเดินอิฐเทาโบราณและสะท้อนประกายแดดระยิบระยับลงสู่ผืนน้ำซีหู เกิดเป็นภาพทิวทัศน์ดั่งภาพวาดสีน้ำมันที่หาชมได้เพียงช่วงเดียวของปี สัมผัสไอแดดอุ่นที่ลอดผ่านม่านใบไม้สีทอง ผสานกับความเย็นสดชื่นของลมริมทะเลสาบ เสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า กลิ่นหอมจางๆ ของใบไม้ร่วงเคล้ากลิ่นคั่วกาแฟจากคฤหาสน์เก่าวินเทจริมทาง พร้อมทอดสายตามองทัศนียภาพของทะเลสาบซีหูที่มีสะพานต้วนเฉียวที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า
นำท่านชม สะพานต้วนเฉียว หรือที่รู้จักกันในนาม สะพานขาด คือหมุดหมายเชิงกวีและหัวใจทางวัฒนธรรมที่โรแมนติกที่สุดแห่งทะเลสาบซีหู ความหมายที่แท้จริงของสะพานแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่การพังทลายของโครงสร้างหิน แต่คือ “สะพานขาดที่ใจไม่เคยขาด” จุดบรรจบของพรหมลิขิตและตำนานรักอมตะของ “นางพญางูขาว (ไป๋ซู่เจิน)” กับ “สวี่เซียน” ผู้มอบร่มกระดาษน้ำมันให้แก่กันกลางสายฝน ที่นี่เป็นตัวแทนของรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับตำนานพื้นบ้าน และเป็นดั่งหน้าต่างเปิดบานแรกสู่คันดินไป๋ตี้ ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามราวภาพวาดพู่กันจีนโบราณ โครงสร้างสะพานหินโค้งเดี่ยวโบราณนี้ทอดตัวรับแสงแดดจากทิศใต้ เมื่อถึงฤดูหนาวและหิมะเริ่มละลาย สันสะพานส่วนกลางที่สัมผัสแสงแดดจะเผยผิวก้อนหินสีเข้มก่อน ในขณะที่สองฝั่งเชิงสะพานที่อยู่ในเงาไม้ยังคงถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน เมื่อมองจากมุมไกลบนยอดเขาเป่าสือหรือจากผืนน้ำ จะเกิดภาพลวงตาราวกับสะพานหินได้ขาดออกจากกันตรงกลางอย่างน่าอัศจรรย์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14)
นำท่านสู่ เขากูซาน ได้รับการขนานนามในบทกวีโบราณว่าเป็น เกาะสวรรค์เผิงไหลกลางผืนน้ำ แม้ชื่อจะแปลว่า "ภูเขาอันโดดเดี่ยว" เพราะเป็นเกาะธรรมชาติเพียงแห่งเดียวที่ลอยเด่นอยู่กลางทะเลสาบซีหู (ทว่าในมิติทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ ที่นี่กลับ ไม่เคยโดดเดี่ยว กูซานคือศูนย์รวมจิตวิญญาณของปัญญาชนและศิลปินจีนโบราณ ดินแดนที่หลอมรวมความสงบวิเวกของธรรมชาติเข้ากับรสนิยมทางวัฒนธรรมชั้นสูง เปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งความสงบที่โอบล้อมด้วยผืนน้ำระยิบระยับของทะเลสาบทั้งชั้นในและชั้นนอก ใจกลางขอบหุบเขาเป็นที่ตั้งของ ศาลาฟ่างเฮ่อถิง และตำนานภรรยาดอกเหมย บุตรนกกระเรียน หนึ่งในหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งที่สุดบนเกาะกูซาน คือศาลาปล่อยนกกระเรียนของ หลินปู้ กวีเอกยุคราชวงศ์ซ่งเหนือ ผู้ปฏิเสธลาภยศและเลือกมาเร้นกายใช้ชีวิตสันโดษบนภูเขาแห่งนี้ตลอด 20 ปี โดยไม่เคยก้าวเท้าเข้าสู่ตัวเมือง หลินปู้ปลูกต้นเหมยทั่วทั้งเขาและเลี้ยงนกกระเรียนเป็นเพื่อนคู่ใจ จนเกิดเป็นสำนวนอมตะ เหมยชีเฮ่อจื่อ หรือ มีดอกเหมยเป็นภรรยา มีนกกระเรียนเป็นบุตร ทุกย่างก้าวใต้ร่มไม้บนเขากูซานจึงสะท้อนถึงวิถีชีวิตแห่งความสุจริต สง่างาม และความรักในธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของปราชญ์จีน
นำท่านสู่ ซีหูซินเทียนตี้ จุดบรรจบอันไร้รอยต่อระหว่างสุนทรียศาสตร์เจียงหนานโบราณกับวิถีชีวิตร่วมสมัยระดับสากล ย่านแห่งนี้ตั้งอยู่ริมสระหย่งจิน บนแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบซีหู ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่นและสวนหย่อมสไตล์คลาสสิก แนวคิดหลักคือการชุบชีวิตเรือนพื้นถิ่นเจ้อเจียงดั้งเดิม ให้กลายเป็นโอเอซิสแห่งการพักผ่อน ที่ซึ่งความสงบนิ่งของสายน้ำและวัฒนธรรมชาพันปีสอดประสานเข้ากับวัฒนธรรมกาแฟ ศิลปะ และอาหารชั้นเลิศอย่างกลมกลืน เดินทอดน่องใต้ร่มเงาไม้ใหญ่บนทางเดินหินเรียบ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟและใบชาหลงจิ่งลอยเคล้าสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านผิวน้ำ เสียงใบไม้พลิ้วไหวและเสียงสนทนาเบาๆ ในคาเฟ่กลางแจ้ง มอบความรู้สึกผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่15)
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินหางโจว เซียวซาน
22.15 น. เดินทางกลับสู่ สนามบินดอนเมือง ประเทศไทย โดยสายการบิน Air Asia (FD) เที่ยวบินที่ FD569
01.40+1 น. เดินทางกลับถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจในการเดินทาง

ทัวร์จีน ทัวร์จีน

เงื่อนไขทัวร์จีน

** กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในโปรแกรมทัวร์จีน **
ทัวร์จีน

ทัวร์จีน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทัวร์จีน