สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์จีน
| วันที่ 1 | กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง) (QW918 : 14:35 - 20:05) 11.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าท |
| วันที่ 2 | ชิงเต่า - หรงเฉิง - เช็คอิน เรือ บลูวิส - เว่ยไห่ - นั่งรถชมเมือง – ประตูแห่งโชคลาภ - ถนนหานเล่อฝ่าง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1) นำท่านออกเดินทางสู่ สุดขอบตะวันออกของคาบส |
| วันที่ 3 | เว่ยไห่ - เผิงไหล - หอคอยเผิงไหล – โรงไวน์จางยี่คาสเตอร์ (ชิมไวน์ + บรั่นดีที่ระลึก) – ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว – ตลาดกลางคืนเยียนไถไนท์มาร์เก็ต เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที |
| วันที่ 4 | ท่าเรือประมงเยียนไถ - ชิงเต่า - เช็คอิน ย่านซาจื่อโข่ว - พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า (ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่า ท่านละ 1 แก้ว) - ถนนคนเดินไถตง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7) นำท่าน |
| วันที่ 5 | ชิงเต่า - ถนนการ์ตูน สตูดิโอจิบลิ – เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง - ถนนจงซาน – โบสถ์ เซนต์ไมเคิล - ย่านปาต้ากวน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9) ก้าวสู่โลกการ์ตู |
| วันที่ 6 | ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (QW917 : 08:45 – 13.40) เช้า รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง ระหว่างเดินทางไปยังสนามบิน (มื้อที่ 12) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากา |
| รอบเดินทาง | ราคาผู้ใหญ่ | ราคาเด็ก | สถานะ |
| 2027-01-14 - 2027-01-19 | 27,888.- | 27,888.- | จองได้ |
| 2027-01-21 - 2027-01-26 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
| 2027-03-04 - 2027-03-09 | 29,888.- | 29,888.- | จองได้ |
| 2027-03-11 - 2027-03-16 | 29,888.- | 29,888.- | จองได้ |
| 2027-03-12 - 2027-03-17 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
| 2027-03-18 - 2027-03-23 | 29,888.- | 29,888.- | จองได้ |
| 2027-03-19 - 2027-03-24 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
| 2027-03-20 - 2027-03-25 | 29,888.- | 29,888.- | จองได้ |
โปรแกรมการเดินทางทัวร์จีน
กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง) (QW918 : 14:35 - 20:05)
11.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ (QW) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ
14.35 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินชิงเต่าเจียวตง มณฑลซานตง โดย สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ (QW) เที่ยวบินที่ QW918 มีบริการอาหารบนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
20.05 น. เดินทางถึง สนามบินชิงเต่าเจียวตง มณฑลซานตง เมืองท่าชายฝั่งทะเลเหลืองแห่งมณฑลซานตงที่หลอมรวมกลิ่นอายสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิกเข้ากับวัฒนธรรมวิถีชีวิตทางทะเลของจีนอย่างเป็นเนื้อเดียว จนได้รับสมญานามว่า "เยอรมันแห่งแดนบูรพา" ภาพจำของเมืองนี้ถูกนิยามผ่านวลี "หลังคากระเบื้องสีแดง ต้นไม้เขียวขจี ทะเลสีคราม และท้องฟ้าแจ่มใส" ในช่วงฤดูหนาว ชิงเต่าจะเปลี่ยนผ่านสู่บรรยากาศสุดโรแมนติกที่เงียบสงบและสง่างาม ลมหนาวจากคาบสมุทรพัดพานกนางนวลไซบีเรียหลายหมื่นตัวอพยพมาพำนักเหนือน้ำทะเลสีคราม ผสานเข้ากับมรดกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเบียร์ระดับโลก และแสงสีของมหานครสมัยใหม่ ทำให้เมืองนี้มีมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงเมืองตากอากาศชายทะเลทั่วไป แต่เป็นเมืองแห่งบทกวี กลิ่นมอลต์ และสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต
หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO JINSHUI หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
ชิงเต่า - หรงเฉิง - เช็คอิน เรือ บลูวิส - เว่ยไห่ - นั่งรถชมเมือง – ประตูแห่งโชคลาภ - ถนนหานเล่อฝ่าง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
นำท่านออกเดินทางสู่ สุดขอบตะวันออกของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ลมหายใจของมันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยายและประวัติศาสตร์อันยาวนาน สู่ เมืองหรงเฉิง (ระยะทาง 306 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ ณ ปลายสุดทางทิศตะวันออกของคาบสมุทรซานตง ดินแดนที่โอบล้อมด้วยผืนน้ำทะเลสีครามสามด้าน หรงเฉิงมิใช่เพียงเมืองตากอากาศชายทะเลทั่วไป ทว่าคือจุดบรรจบอันน่าอัศจรรย์ระหว่างพลังธรรมชาติอันเกรียงไกร กลิ่นอายวิถีประมงโบราณ และปรากฏการณ์การอพยพข้ามทวีปอันยิ่งใหญ่ ในฤดูหนาว หรงเฉิงจะเปลี่ยนผ่านสู่ดินแดนแห่งความเงียบสงบและโรแมนติกแบบภาพยนตร์ เมื่อเกล็ดหิมะโปรยปรายลงเคลือบชายหาดและผืนน้ำทะเลที่ทอดยาว ความหนาวเหน็บจากไซบีเรียนำพานกหงส์ขาวนับพันตัวบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาพำนัก ผสานเข้ากับภาพซากเรือยักษ์ที่เกยตื้นอยู่กลางคลื่นลม ทำให้หรงเฉิงเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่ง “บทกวีปลายขอบฟ้า” ที่ทั้งงดงาม แปลกตา และตราตรึงใจผู้มาเยือนอย่างลึกซึ้ง
นำท่านแวะเช็คอินกับ เรือบลูเวย์ ภาพสะท้อนของ ความโดดเดี่ยวอันทรงพลังและสุนทรียะแห่งความเวิ้งว้าง ที่ธรรมชาติและกาลเวลาได้เปลี่ยนอุบัติเหตุทางทะเลเมื่อปี 2022 ให้กลายเป็นผลงานศิลปะกลางผืนน้ำสีคราม โดยเฉพาะใน ชายฝั่งเมืองหรงเฉิงแห่งนี้จะแปรสภาพเป็นโลกคู่ขนานที่เงียบสงบ หิมะสีขาวบริสุทธิ์ปกคลุมแนวหาดทราย ตัดกับตัวเรือเหล็กกล้าขึ้นสนิมสีน้ำตาลทองที่ทอดยาวขนานคลื่นลมหนาว สื่อถึงความนิ่งสงบที่ไร้กาลเวลา เปรียบเสมือนฉากสุดท้ายของภาพยนตร์ระดับมหากาพย์กลางมหาสมุทร เมื่อย่างก้าวเข้าสู่แนวชายฝั่ง ท่านจะสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกของลมทะเลทางตอนเหนือและกลิ่นอายความเค็มของมหาสมุทร ทัศนียภาพเบื้องหน้าตัดกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างความนุ่มนวลของผืนทรายที่แต้มด้วยเกล็ดหิมะสีขาว กับความดิบกระด้างของโครงสร้างเหล็กกล้าขนาดยักษ์ ในช่วงแสงบ่ายจนถึงยามเย็น แสงอาทิตย์ฤดูหนาวสีส้มอบอุ่นจะสาดส่องลงบนซากเรือ สร้างเงาสะท้อนทอดยาวบนผิวน้ำที่พลิ้วไหว ทุกมุมมองมอบมิติทางอารมณ์ที่ผสมผสานความอ้างว้าง ความโรแมนติก และความยิ่งใหญ่อลังการ ราวกับก้าวเข้าไปอยู่ในโปสการ์ดที่มีชีวิต
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเว่ยไห่ เมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันออกสุด (ระยะทาง 96 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) มีชื่อดั้งเดิมอันทรงพลังว่า เวยไห่เว่ย อันหมายถึง ป้อมปราการแห่งความเกรียงไกรที่พิทักษ์เหนือน่านน้ำทะเล จากรากฐานเมืองหน้าด่านทางยุทธศาสตร์ทางทะเลในอดีต ปัจจุบันเวยไห่ได้คลี่คลายภาพลักษณ์สู่การเป็นเมืองตากอากาศชายฝั่งที่สะอาด เงียบสงบ และมีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว เวยไห่จะเผยเสน่ห์อันน่าหลงใหลในฐานะเมืองชายฝั่งที่ถูกโอบล้อมด้วยปรากฏการณ์หิมะโปรยปรายริมทะเล เปลือกฟองคลื่นสีครามเข้มของทะเลเหลืองที่ซัดสาดกระทบโขดหิน ผสานเข้ากับหิมะขาวบริสุทธิ์ที่ทอดยาวเลียบผืนทรายและแนวผาหิน ก่อเกิดเป็นความสงบนิ่งที่เปี่ยมไปด้วยมนต์สะกดเฉพาะตัว ดุจดั่งภาพวาดสีน้ำสไตล์มินิมอลที่ไร้กาลเวลา
เปิดประสบการณ์ นั่งรถบัสสุดชิคชมวิวเวยไห่แบบพาโนรามา สัมผัสเสน่ห์ของเวยไห่ เมืองชายทะเลที่งดงามราวกับภาพวาดได้อย่างเต็มตาและน่าประทับใจที่สุดกับ “รถบัสชมวิวแบบพาโนรามา” ที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สวยที่สุด เผยให้เห็นทัศนียภาพของภูเขาที่โอบล้อมทะเลสีคราม ชายหาดสีทอง และแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รถมินิบัสสีสันสดใส ทุกคันถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำ พร้อมบริการไกด์บรรยายเรื่องราวที่น่าสนใจตลอดเส้นทาง ให้คุณได้ซึมซับความงามและวัฒนธรรมของเวยไห่ได้อย่างลึกซึ้งและสะดวกสบายที่สุด ไฮไลท์สำคัญคือ เขามาวถัวซาน หรือเขาหัวแมว คือประติมากรรมทางธรณีวิทยาชายฝั่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ริมทะเลหวงไห่ แหลมหินผาแกรนิตที่ทอดยื่นออกไปในเกลียวคลื่นมีทรวดทรงโค้งเว้าคล้ายกับ "แมวยักษ์นอนหมอบพักผ่อนริมทะเล" ท่ามกลางชายฝั่งหินผาและยอดผาที่มีละอองหิมะโปรยปรายตัดกับผืนน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม สะท้อนปรัชญาความสงบนิ่งและยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่โอบกอดความน่ารักมีชีวิตชีวาเอาไว้อย่างกลมกลืน
นำท่านเช็คอินกับ ประตูแห่งโชคลาภ หรือที่ได้รับการขนานนามว่า ประตูสู่เวยไห่ หมุดหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงความปรารถนาดี ความอุดมสมบูรณ์ และการเปิดรับโชคลาภเข้าสู่วิถีชีวิตของผู้คน ในบรรยากาศฤดูหนาว โครงสร้างสถาปัตยกรรมทรงซุ้มประตูขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านท้าลมหนาวริมอ่าว ทำหน้าที่เสมือน "กรอบภาพขนาดยักษ์" ที่โอบล้อมทัศนียภาพของท้องทะเลสีคราม ผืนน้ำที่สะท้อนแสงแดดฤดูหนาวอันสดใส บริเวณปากประตูยังเป็นที่ตั้งของ แผ่นสำริดหมื่นมงคล บนลานกว้างด้านหน้าประตูความสุข มีประติมากรรมแผ่นทองสำริดทรงกลมขนาดมหึมาเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 13.8 เมตร สลักตัวอักษรจีนคำว่า “ฝู” (福ความสุข โชคลาภ และวาสนา) หลากหลายรูปแบบจากลายมือของนักปราชญ์ กวี และจารึกโบราณในยุคราชวงศ์ต่างๆ นำมาสู่ธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า “การเหยียบโชคลาภ” ซึ่งผู้มาเยือนจะเดินก้าวเท้าขึ้นไปยืนตรงใจกลางแผ่นสำริดเพื่อรับพลังสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองกลับไปเป็นของขวัญแห่งชีวิต
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3) หม้อไฟ
ภาพสะท้อนของปรัชญาความอบอุ่น ความกลมเกลียว และบรรยากาศแห่งความมีชีวิตชีวา ที่อยู่คู่สังคมจีนมานับพันปี โดยเฉพาะในแถบคาบสมุทรทางตอนเหนือ ภาพจำของหม้อไฟเดือดปุดๆ กลางโต๊ะจะกลายเป็นศูนย์รวมแห่งการพักผ่อนและเติมเต็มพลังงาน ความร้อนของไอควันและน้ำซุปที่เคี่ยวนานนับชั่วโมงทำหน้าที่หลอมรวมความหนาวเหน็บภายนอก ให้กลายเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยรสชาติแห่งชีวิต คีบเนื้อสไลด์ลงไปลวกในน้ำซุปร้อนจัดจนสุกพอดี จุ่มเคลือบด้วยน้ำจิ้มงาบดปรุงรส สัมผัสแรกคือความนุ่มละมุนของเนื้อที่แทรกซึมด้วยความหวานฉ่ำของน้ำซุป ตามด้วยความหอมมัน เข้มข้น กลมกล่อม และเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากน้ำจิ้ม ยิ่งได้ซดน้ำซุปร้อนๆ ตามลงไป ร่างกายจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในทันที เป็นประสบการณ์มื้อค่ำที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสุขและรสสัมผัส
นำท่านอิสระแวะชิมแวะทาน ณ ถนนคนเดินหานเล่อฝ่าง ภาพสะท้อนอันแจ่มชัดของ จุดบรรจบทางวัฒนธรรมสองฟากฝั่งทะเลเหลือง ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้กับคาบสมุทรเกาหลีมากที่สุดในจีน ย่านการค้าแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงตลาดกลางคืนทั่วไป แต่เปรียบเสมือนเกาหลีขนาดย่อมที่ถ่ายทอดทั้งวิถีชีวิต กลิ่นอาย และสถาปัตยกรรมดั้งเดิมผสมผสานกับความคึกคักแบบจีนอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศฤดูหนาวที่ลมทะเลพัดไอเย็นมาปะทะผิว คอนทราสต์อันแสนอบอุ่นของแสงไฟนีออนระยิบระยับ ป้ายร้านค้าสองภาษาจีน-เกาหลี และละอองไอความร้อนที่พวยพุ่งจากสตรีทฟู้ดนับร้อยร้าน ประสาทสัมผัสจะถูกปลุกเร้าด้วยเสียงซ่าของเนื้อย่างบนเตาถ่าน กลิ่นหอมฟุ้งของไก่ทอดเกาหลีคลุกซอส ต็อกบกกีเดือดปุดๆ ในหม้อร้อน ซุปไก่ตุ๋นโสม ไปจนถึงหอยนางรมย่างกระเทียมสดๆ จากทะเล เดินท่ามกลางโคมไฟประดับและเสียงดนตรีเคล้าเสียงพ่อค้าแม่ค้าที่ทักทายอย่างกระตือรือร้น
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก MEHOOD LESTIE HOTEL TORCH STREET หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
เว่ยไห่ - เผิงไหล - หอคอยเผิงไหล – โรงไวน์จางยี่คาสเตอร์ (ชิมไวน์ + บรั่นดีที่ระลึก) – ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว – ตลาดกลางคืนเยียนไถไนท์มาร์เก็ต
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ เมือเผิงไหล (ระยะทาง 152 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) "แดนสวรรค์บนดิน" ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณและปรัมปราวิทยาของจีนมากว่าสองพันปี ที่นี่คือจุดบรรจบอันทรงพลังระหว่างทะเลป๋อไห่และทะเลเหลือง ดินแดนที่จิ๋นซีฮ่องเต้และฮั่นอู่ตี้เคยเสด็จมาเพื่อแสวงหายาอายุวัฒนะ และเป็นจุดกำเนิดของตำนาน "แปดเซียนข้ามทะเล" อันเลื่องชื่อ ชายฝั่งทะเลที่คลื่นซัดสาดจะถูกแต่งแต้มด้วยเกล็ดหิมะสีขาวโพลนตัดกับผืนน้ำสีน้ำเงินเข้ม ไอหมอกทะเลลอยคลอเคลียหน้าผาหินสีแดงและยอดหลังคาโบราณ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์พร่าเลือน ความหมายของเผิงไหลในฤดูหนาวจึงไม่ใช่แค่การมาชมทิวทัศน์ริมทะเล แต่คือการก้าวเข้าสู่ภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่มีชีวิต สัมผัสความสงบนิ่ง ความศักดิ์สิทธิ์ และความลี้ลับที่ธรรมชาติและตำนานรังสรรค์ร่วมกัน
นำท่านก้าวเข้าสู่ “แดนสวรรค์บนโลกมนุษย์” ที่ ศาลาเผิงไหล ริมอ่าวป๋อไห่ ลมเค็มจากทะเลพัดมาติดปลายลิ้น ขณะผู้คนค่อย ๆ ไต่ขึ้นเนินไปยังศาลาเผิงไหล เสียงรองเท้ากระทบหินดังสั้น ๆ ปนกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไม่ขาดสาย เมืองนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่า “สวย” แต่เริ่มจากความรู้สึกว่าพื้นดินตรงหน้ากำลังยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างเรื่องเล่ากับความอัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ เป็นที่ที่ชื่อเสียงของ “แดนเซียนบนดิน” ฝังแน่นมานาน เพราะตำนานแปดเซียนข้ามทะเลถูกเล่าขานว่ากำเนิดจากที่นี่ เมื่อยืนบนหน้าผาแล้วมองออกไปไกล จะเข้าใจว่าทำไมเผิงไหลจึงกลายเป็นเมืองที่ผู้คนยอมเดินทางมาเพื่อรอ ภาพลวงตากลางทะเลซึ่งเกิดบ่อยในช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน และมักปรากฏเมื่ออากาศชื้น ฟ้าครึ้ม หรือเพิ่งผ่านฝน เมืองนี้จึงมีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่ง คือทั้งจริงและไม่จริงในเวลาเดียวกัน ในวันที่ฟ้าโปร่ง ท่านจะสัมผัสเห็นแนวชายฝั่งที่รับลมทะเล กลิ่นหญ้าชื้นปนไอเกลือ และเงาของเรือที่ค่อย ๆ เลือนเข้าไปในหมอกบาง ๆ จนดูราวกับกำลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำ** ไม่รวมค่ากระเช้าชมวิว ท่านละ 50 หยวน **
ไม่ไกล ยังเป็นที่ตั้งของ นครแห่งสายน้ำเผิงไหล หรือที่ในอดีตรู้จักกันในนาม เมืองท่าปราบโจรสลัด ปราการทัพเรือโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เมืองน้ำแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นด่านหน้ายุทธศาสตร์ทางทะเลมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งและหมิง นำทัพโดยแม่ทัพเอกฉีจี้กวง เกรียงไกร ที่นี่สะท้อนปรัชญาการผสานพลังธรรมชาติเข้ากับยุทธวิธีป้องกันเมือง—การชักน้ำทะเลเข้ามาเป็นคูเมืองธรรมชาติเพื่อควบคุมการเข้า-ออกของกองเรือรบ เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิ ความกล้าหาญ และรากเหง้าวัฒนธรรมการเดินเรืออันยาวนานของมณฑลซานตง เมื่อเดินทางมาถึงท่านจะพบกับประตูกักน้ำโบราณ และกำแพงป้อมศิลาริมทะเล ประตูระบายและควบคุมน้ำโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทะเลป๋อไห่กับอ่าวจอดเรือด้านใน หินแกรนิตแต่ละก้อนผ่านการตัดแต่งและเชื่อมต่ออย่างประณีตเพื่อต้านทานแรงกระแทกของเกลียวคลื่นมานับร้อยปี บนกำแพงยังคงหลงเหลือฐานปืนใหญ่โบราณและช่องยิงธนูที่สะท้อนให้เห็นว่า วิศวกรรมการทหารในยุคหมิงสามารถเปลี่ยนแนวคลื่นลมธรรมชาติให้กลายเป็นเกราะป้องกันทางยุทธนาวีได้อย่างไร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) อาหารพื้นเมืองเผิงไหล
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเยียนไถ (ระยะทาง 96 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองท่าชายฝั่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฤดูหนาว เมืองแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “รังหิมะริมทะเล” ปรากฏการณ์ลมหนาวจากไซบีเรียที่พัดผ่านผืนน้ำอุ่นทำให้เกิดหิมะตกหนานุ่มปรกคลุมชายหาดสีทองและแนวสถาปัตยกรรมคลาสสิก เยียนไถมิได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศชายทะเล แต่คือแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมไวน์ระดับสากลแห่งแรกของจีน ดินแดนที่มนต์เสน่ห์แห่งคลื่นลมทะเล ประวัติศาสตร์ท่าเรือการค้าโบราณ และบรรยากาศโรแมนติกแบบยุโรปผสานกลมกลืนกันอย่างสมบูรณ์แบบ ในยามที่สายลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะลงสู่เกลียวคลื่นสีคราม เยียนไถจะเผยจิตวิญญาณที่ทั้งเงียบสงบ ลุ่มลึก และอบอุ่นด้วยไออุ่นของวิถีชีวิตท้องถิ่น
นำท่านเปิดประสบการณ์ ณ โรงไวน์จางยี่คาสเตอร์ หมุดหมายแห่งความภาคภูมิใจที่หลอมรวมมรดกประวัติศาสตร์ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไวน์สมัยใหม่แห่งแรกของจีนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 เข้ากับศาสตร์การบ่มไวน์ชั้นสูงตามแบบฉบับฝรั่งเศสของตระกูลกาสแตล ตั้งอยู่บนแนวเส้นรุ้งทองคำที่ 37 องศาเหนือ ซึ่งเป็นแนวละติจูดเดียวกับแคว้นบอร์โดซ์ ท่ามกลางบรรยากาศฤดูหนาว ตัวปราสาทหินสไตล์ยุโรปจะตั้งตระหง่านอย่างสง่างามใต้ท้องฟ้าสีครามใสและสายลมหนาวริมทะเลป๋อไห่ มอบภาพลักษณ์ของคฤหาสน์ไวน์โลกเก่าอันเปี่ยมมนต์ขลังและเงียบสงบ นำท่านสัมผผัสความล้ำลึกของ ห้องบ่มไวน์ใต้ ที่ทอดยาวอย่างโอ่อ่า เรียงรายไปด้วยถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสแท้นับพันใบที่รักษาระดับอุณหภูมิและความชื้นอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมไฮไลต์พิเศษ สัมผัสศาสตร์แห่งการกลั่นและการชิมไวน์รสเลิศ พร้อมรับบรั่นดีท่านละ 1 เป็นของขวัญที่ระลึกส่วนตัว ซึ่งสะท้อนถึงศาสตร์แห่งการปรุงบรั่นดีเก่าแก่กว่าศตวรรษ นอกจากนั้นไร่ไวน์แห่งนี้ยังยอดเยี่ยมด้วยทัศนียภาพและบรรยากาศและความโอ่อ่าของปราสาทหินและสวนองุ่นที่พักตัวในฤดูหนาว ตัดกับแสงแดดอ่อนที่ส่องกระทบสถาปัตยกรรมยุโรปสไตล์ชาโตว์อย่างงดงาม
สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดใดๆ จะมีเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการแทน
นำท่านเช็คอินกับ ประติมากรรม วาฬผู้โดดเดี่ยว บทกวีเชิงสถาปัตยกรรมที่สะท้อนแนวคิดเรื่อง การเกยตื้นอันเงียบสงบและการกำเนิดใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของ “อลิซ” วาฬคลื่นความถี่ 52 เฮิรตซ์ที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกเนื่องจากคลื่นเสียงที่ไม่สามารถเข้ากันได้กับวาฬตัวใดๆ และปรัชญาธรรมชาติ วาฬร่วงหล่นที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต จิตรกรได้เปลี่ยนหาดทรายชายฝั่งทะเลป๋อ ไห่ให้กลายเป็นพื้นที่ปลอบประโลมจิตใจ ที่เชิญชวนให้ผู้มาเยือนได้หยุดนิ่ง สบตากับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และสัมผัสความอบอุ่นท่ามกลางความเวิ้งว้าง ความโดดเด่นอยู่ที่โครงสร้างประติมากรรมวาฬยักษ์สีขาวนวลความยาวเกือบ 40 เมตร ที่ทอดตัวเสมือนเพิ่งผุดขึ้นมาจากผืนทราย รายละเอียดอันประณีตของเส้นสายครีบและหางที่ชูตระหง่านท้าทายเส้นขอบฟ้า รวมถึงส่วนท้องและลำตัวที่ออกแบบให้มีมิติโปร่งโล่งผสมผสานพื้นที่ทางเดิน ให้ผู้คนสามารถเข้าไปสัมผัสโครงสร้างภายในได้อย่างใกล้ชิด เมื่อเงาของประติมากรรมทอดยาวตัดกับระลอกคลื่นสีคราม จึงเกิดเป็นภาพจำเชิงสัญลักษณ์ที่ไร้กาลเวลา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
นำท่านเดินทางสู่ ตลาดกลางคืนเยียนไถ ภาพสะท้อนของชีวิตชีวาใต้แสงไฟท่ามกลางลมหนาว ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารพื้นถิ่นสไตล์หลู่ไช่ (ตระกูลอาหารของซานตง) ตลาดกลางคืนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมอาหารริมทาง แต่เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นที่ชาวเมืองมารวมตัวกันเพื่อคลายความเหน็บหนาวด้วยกลิ่นควันหอมกรุ่น เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาด ประสาทสัมผัสจะถูกปลุกด้วยบรรยากาศที่คึกคัก แสงไฟสีส้มอบอุ่นส่องสะท้อนไอน้ำสีขาวที่ลอยคลุ้งจากหม้อต้มซุปและกระทะทอด กลิ่นหอมของอาหารทะเลสดเผาถ่านอย่างหอยนางรมย่างกระเทียมวุ้นเส้น กุ้งแม่น้ำ และหอยเชลล์ ส่งกลิ่นเย้ายวนปะปนกับกลิ่นเนื้อแกะย่างเสียบไม้โรยพริกหม่าล่า ความหนาวเย็นภายนอกที่ปะทะใบหน้าตัดกันอย่างลงตัวกับความอบอุ่นของอาหารร้อนๆ ในมือ
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก ALOFT HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
ท่าเรือประมงเยียนไถ - ชิงเต่า - เช็คอิน ย่านซาจื่อโข่ว - พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า (ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่า ท่านละ 1 แก้ว) - ถนนคนเดินไถตง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือประมงเยียนไถ ประสบการณ์ราวกับหลุดเข้าไปในเมืองริมทะเลยุโรป ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเหนือที่โดดเด่น อาคารหลังคาสีแดงทอดยาวเลียบชายฝั่งทะเลเหลือง สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่นี่เป็นมากกว่าแค่ท่าเรือ แต่เป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยว ความบันเทิง และการพักผ่อน ที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับสิ่งก่อสร้างที่มีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นรับลมทะเลบนทางเดินไม้ ถ่ายรูปกับอาคารสวยๆ หรือนั่งจิบกาแฟในคาเฟ่บรรยากาศดีๆ
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองชิงเต่า (ระยะทาง 226 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
บ่าย เดินทางสู่ ซาจื่อโข่ว สัมผัสเสน่ห์หมู่บ้านชาวประมงแห่งชิงเต่า จุดชมวิวริมอ่าวที่เปิดเปลือยเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์ของเมืองชิงเต่า—จุดบรรจบระหว่างความยิ่งใหญ่ของแนวเทือกเขาเหลาซาน กับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ในบรรยากาศฤดูหนาว ผืนน้ำทะเลสีครามเข้มจะสะท้อนความสงบเยือกเย็น สาดสะท้อนด้วยเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของภาพทัศนียภาพแบบพาโนรามาข้ามผืนน้ำ เมื่อมองไปยัง กลุ่มบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีสดและเฉดสีพาสเทล ที่ปลูกสร้างลดหลั่นตามแนวลาดชันของเชิงเขาเหล่าซาน เมื่อแสงแดดสีทองยามบ่าย สาดกระทบ แสงสะท้อนจะขับเน้นสีสันของตัวบ้านให้เปล่งประกายตัดกับยอดเขาหินแกรนิตที่อาจมีหิมะสีขาวโปรยปรายปกคลุม พร้อมกับเรือประมงไม้ดั้งเดิมที่จอดทอดสมอเรียงรายอยู่ริมฝั่ง สร้างภาพคู่ขนานระหว่างศิลปะสถาปัตยกรรมชายฝั่งยุโรปกับความเงียบสงบตามธรรมชาติของภูเขาศักดิ์สิทธิ์
นำท่านเปิดประตูสู่ตำนานเบียร์ร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า "หัวใจและลมหายใจ" ของเมืองชิงเต่าที่หล่อหลอมขึ้นจากการผสมผสานระหว่างองค์ความรู้การต้มเบียร์สไตล์บาวาเรียนของเยอรมนี น้ำแร่บริสุทธิ์จากเทือกเขาเหลาซานและประวัติศาสตร์การค้าทางทะเลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 ท่ามกลางบรรยากาศฤดูหนาวที่สายลมเย็นพัดผ่านชายฝั่งทะเล อาคารอิฐสีแดงทรงยุโรปโบราณบนถนนเติ้งโจว เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของมอลต์คั่ว ยีสต์ และเรื่องราวกว่า 120 ปีที่ไม่เคยหลับใหล ภายใน ท่านจะได้พบกับ หม้อต้มทองแดงโบราณปี 1903 และแก้วเบียร์สดหยวนเจียง หม้อต้มทองแดงขนาดยักษ์ที่นำเข้ามาจากเยอรมนีตั้งแต่ยุคก่อตั้งโรงงาน ยังคงตั้งตระหง่านสะท้อนความประณีตเชิงวิศวกรรมยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เชื่อมโยงสู่ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย คือ การลิ้มลองเบียร์สดหยวนเจียง ซึ่งเป็นเบียร์สดที่ไม่ผ่านการกรองและไม่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ เสิร์ฟตรงจากถังบ่มควบคู่กับถั่วปากอ้าเคลือบเบียร์สูตรเฉพาะ ฟองเบียร์เนื้อนุ่มละมุนและรสสัมผัสที่เข้มข้นสดใหม่
<br>สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดใดๆ จะมีเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการแทน รายการทัวร์รวมการชิมเบียร์ท่านละ 1 แก้ว หากท่านต้องการชิมเบียร์เพิ่มเติม ภายในพิพิธภัณฑ์มีเซ็ตชิมคราฟต์เบียร์พิเศษ ณ บาร์ 1903 เริ่มต้นประมาณ **30 – 88 หยวน/เซ็ต
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินไถตง หัวใจแห่งการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืนของชิงเต่า เมื่อแสงตะวันของเมืองชิงเต่าเริ่มจางลง นั่นคือสัญญาณว่าชีวิตชีวาที่แท้จริงของเมืองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ถนนคนเดินไถตง ศูนย์กลางการค้าที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตลาดอันเป็นเหมือนเวทีขนาดใหญ่ที่จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เทรนด์แฟชั่นล่าสุด และที่สำคัญที่สุดคือ สวรรค์ของอาหารสตรีทฟู้ดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วบริเวณ ตามแผนการเดินทางของคุณ นี่คือช่วงเวลาอิสระที่คุณจะได้ปลดปล่อยความเป็นนักช้อปและนักชิมในตัวคุณให้เต็มที่ ท่ามกลางแสงไฟนีออนหลากสีสันและพลังงานที่ไม่เคยหลับใหล
เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย ณ ถนนไถตง อิสระให้ท่านได้ “ตามล่า” หาของอร่อยด้วยตัวท่านเอง
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO JINSHUI หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
ชิงเต่า - ถนนการ์ตูน สตูดิโอจิบลิ – เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง - ถนนจงซาน – โบสถ์ เซนต์ไมเคิล - ย่านปาต้ากวน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
ก้าวสู่โลกการ์ตูน สำรวจ ถนนการ์ตูน สตูดิโอจิบลิ ในมุมหนึ่งของเมืองชิงเต่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุโรป มีตรอกซอกซอยที่ราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการของสตูดิโอจิบลิ เป็นชื่อเรียกที่นักท่องเที่ยวตั้งให้กับย่านถนนหลงเจียง และบริเวณใกล้เคียง กำแพงสองข้างทางถูกแต่งแต้มไปด้วยภาพวาดจากอนิเมะเรื่องดัง ไม่ว่าจะเป็นโทโทโร่เพื่อนรัก, Spirited Away หรือลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา แกลเลอรีกลางแจ้งที่ผสมผสานศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและผู้ที่หลงใหลในโลกของจิบลิให้ต้องมาเยือน บรรยากาศของย่านนี้เต็มไปด้วยความโรแมนติกและกลิ่นอายของศิลปะ
นำท่าน เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน เริ่มต้นที่ ตรอกกว่างซิงหลี่ ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ “หลี่-ย่วน” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)
บ่าย ไม่ไกลจากตรอกกว่างซิ่ง จะเป็นที่ตั้งของ ถนนจงซาน ย้อนเวลาสู่หัวใจแห่งชิงเต่า กลิ่นอายยุโรปบนถนนสายประวัติศาสตร์ ถนนสายที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตซึ่งบันทึกเรื่องราวกว่าศตวรรษของเมืองชิงเต่า ในฐานะ “จุดเช็คอินยอดฮิต” ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ถนนสายนี้คือศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน การได้เดินทอดน่องไปบนถนนจงซานเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปในยุคที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเริ่มหลอมรวมกัน สองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารโบราณที่ปัจจุบันกลายเป็นร้านค้าทันสมัย ร้านอาหารท้องถิ่น และคาเฟ่สุดชิค ทำให้ที่นี่คือจุดหมายที่ผสมผสานเสน่ห์ของวันวานเข้ากับความมีชีวิตชีวาของยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
ไม่ไกลจากถนนจงซาน ยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารเซนต์ไมเคิล หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักในชื่อ "โบสถ์คาทอลิกถนนเจ้อเจียง" ตั้งตระหง่านเป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โบสถ์สไตล์เยอรมันแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1934 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกและโรมาเนสก์ ยอดแหลมคู่สูง 56 เมตรที่มียอดเป็นไม้กางเขนสูง 4.5 เมตร และหลังคากระเบื้องสีแดงสด กลายเป็นภาพจำอันโดดเด่นของเมืองชิงเต่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ศรัทธาในศาสนา เป็นผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรม หรือเป็นนักเดินทางที่มองหามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด (ราคาทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมภายในโบสถ์)
สัมผัสยุโรปย่อส่วน ณ เมืองชิงเต่า เดินเล่นใน ถนนปาต้ากวน หรือที่แปลว่า "ด่านใหญ่ทั้งแปด" ย่านประวัติศาสตร์ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของชิงเต่า ได้รับการขนานนามว่าเป็น "พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมนานาชาติ" เพราะสองข้างทางเรียงรายไปด้วยบ้านพักและวิลล่ากว่า 200 หลังที่สร้างในสถาปัตยกรรมจากกว่า 20 ประเทศ ทั้งเยอรมัน รัสเซีย อังกฤษ เดนมาร์ก และสเปน ถนนแต่ละสายตั้งชื่อตามด่านสำคัญในประวัติศาสตร์จีน และมีต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ทำให้ไม่ว่าจะมาเยือนฤดูไหน ปาต้ากวนก็พร้อมต้อนรับด้วยความงดงามที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11) ลิ้มรสปิ้งย่างบาร์บีคิวสไตล์เกาหลี ล้อมวงกับเพื่อนร่วมทาง ย่างเนื้อและวัตถุดิบนานาชนิดบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายไปทั่วบริเวณ หัวใจสำคัญของบาร์บีคิวสไตล์ซานตงอยู่ที่เครื่องเทศสูตรลับ ที่ผสมผสานทั้งยี่หร่า พริกป่น และเครื่องเทศอื่นๆ ที่ให้รสชาติจัดจ้านและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO JINSHUI หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (QW917 : 08:45 – 13.40)
เช้า รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง ระหว่างเดินทางไปยังสนามบิน (มื้อที่ 12)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ชิงเต่าแอร์ไลน์ พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
08.45 น. ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดย สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ QW917 มีบริการอาหารบนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
13.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ




























































