สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์จีน
| วันที่ 1 | กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) (TG610 : 10:40 - 15:05) – ถนนคนเดินจงซานลู่ 07.30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 1-2 เคา |
| วันที่ 2 | วัดหนานผู่โถว - ผ่านชมสะพานเยี่ยนอู่ - เกาะเปียโน กู่ล่างอวี่ (โดยเรือเฟอร์รี่) – ย่านประวัติศาสตร์นานาชาติ - สวนซูจวง - พิพิธภัณฑ์เปียโน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2) สัมผ |
| วันที่ 3 | เซียะเหมิน - หนานจิ้ง – กลุ่มบ้านดินเถียนหลัวเคิง – ชมโชว์หวนคืนถิ่นหมิ่นหนาน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5) นำท่านเดินทางสู่ เมืองหนานจิ้ง (ระยะทาง 108 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางป |
| วันที่ 4 | เมืองโบราณจางโจว - เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (TG611: 16:10 – 18.30) เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8) ย่างก้าวเข้าสู่อ้อมกอดแห่งกาลเวลา |
| รอบเดินทาง | ราคาผู้ใหญ่ | ราคาเด็ก | สถานะ |
| 2026-11-05 - 2026-11-08 | 21,888.- | 21,888.- | จองได้ |
| 2026-11-12 - 2026-11-15 | 21,888.- | 21,888.- | จองได้ |
| 2026-11-19 - 2026-11-22 | 21,888.- | 21,888.- | จองได้ |
| 2026-11-28 - 2026-12-01 | 22,888.- | 22,888.- | จองได้ |
| 2026-12-03 - 2026-12-06 | 23,888.- | 23,888.- | จองได้ |
| 2026-12-05 - 2026-12-08 | 23,888.- | 23,888.- | จองได้ |
| 2026-12-10 - 2026-12-13 | 23,888.- | 23,888.- | จองได้ |
| 2026-12-19 - 2026-12-22 | 22,888.- | 22,888.- | จองได้ |
| 2026-12-24 - 2026-12-27 | 25,888.- | 25,888.- | จองได้ |
| 2026-12-31 - 2027-01-03 | 28,888.- | 28,888.- | จองได้ |
โปรแกรมการเดินทางทัวร์จีน
กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) (TG610 : 10:40 - 15:05) – ถนนคนเดินจงซานลู่
07.30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 1-2 เคาน์เตอร์ สายการบิน การบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ การบินไทย (TG) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ
10.40 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินเซียะเหมินเกาฉี โดย การบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG610 มีบริการอาหารว่าง Snack box บนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
15.05 น. เดินทางถึง สนามบินเซียะเหมินเกาฉี เมืองมนต์เสน่ห์เมืองท่าไข่มุกแห่งหมินหนาน สายลมทะเลพัดผ่านยอดไม้เขียวชอุ่ม ผสานเสียงคลื่นกระทบฝั่งและท่วงทำนองเปียโนที่ลอยแว่วมาตามตรอกหินโบราณ นครริมชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวนสวรรค์กลางทะเล” เมืองแห่งนี้เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณแห่งความทรงจำ เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเรือและผืนแผ่นดินแม่ที่ส่งต่อความฝันของบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล (หนานหยาง) สู่นานาแดน ทุกตารางนิ้วจึงอบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค ผสมผสานเสน่ห์วัฒนธรรมหมินหนานดั้งเดิมเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตกได้อย่างกลมกลืน
นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองจากนั้นออกเดินทางสู่ ตัวเมืองเซียะเหมิน
ย้อนรอยความทรงจำใต้ตึกเก่าขี่โหลว ณ ถนนคนเดินจงซานลู่ สายตาของท่านจะถูกสะกดด้วยทัศนียภาพของแนวอาคารโบราณสไตล์ “ฉีโหลว” สถาปัตยกรรมเรือนแถวแบบโคโลเนียลผสมกลิ่นอายหนานหยางที่มีระเบียงทางเดินทอดยาวบังแดดฝน โทนสีขาวนวลอมชมพูคลาสสิก ซึ่งผสมผสานเอกลักษณ์ศิลปะสไตล์ยุโรปนีโอคลาสสิกเข้ากับวัฒนธรรมหมินหนาน (ฮกเกี้ยนใต้) ได้อย่างงดงามลงตัว สะท้อนภาพความรุ่งเรืองยุคการค้าทางทะเลที่ชาวจีนโพ้นทะเลนำความมั่งคั่งกลับมาสร้างสรรค์ไว้ในบ้านเกิด ตลอดสองข้างทางท่านจะได้ยินเสียงจอแจที่มีชีวิตชีวา เคล้ากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นเมืองที่ลอยมาตามระเบียงทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นซุปถั่วลิสงโบราณ, หอยทอดสไตล์หมินหนาน, บะหมี่ซาฉา รสเข้มข้น และเยลลี่หนอนทะเล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1) เป็ดอบขิงหม้อดิน รสสัมผัสแห่งความอบอุ่นและจิตวิญญาณถิ่นหมินหนาน ท่ามกลางบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยกลิ่นอายความทรงจำของชาวจีนฮกเกี้ยน กลิ่นหอมอบอวลที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดอย่างหนึ่งคือกลิ่นอันเย้ายวนของอาหารเลิศรสระดับตำนานประจำถิ่นหมินหนาน ทันทีที่หม้อดินเผาใบเขื่องถูกยกมาวาง กลิ่นไอควันร้อนฉ่าจะส่งเสียงซู่ซ่าชวนน้ำลายสอ เผยให้เห็นเนื้อเป็ดคัดสรรพิเศษที่เคี่ยวจนซอสเคลือบขึ้นเงาสีน้ำตาลคาราเมลเข้มข้น หัวใจสำคัญของเมนูนี้คือ "ขิงแม่" ที่ฝานเป็นแผ่นหนา นำมาผัดกับน้ำมันงาดำบริสุทธิ์และเหล้าจีนชั้นดีจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ก่อนจะนำเนื้อเป็ดลงไปตุ๋นเคี่ยวอย่างช้าๆ ในหม้อดินเผาด้วยไฟรุมๆ เป็นเวลานาน
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS XIAMEN LUSHAN หรือ XIAMEN KINGSTON INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
วัดหนานผู่โถว - ผ่านชมสะพานเยี่ยนอู่ - เกาะเปียโน กู่ล่างอวี่ (โดยเรือเฟอร์รี่) – ย่านประวัติศาสตร์นานาชาติ - สวนซูจวง - พิพิธภัณฑ์เปียโน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
สัมผัสจิตวิญญาณแห่งฮกเกี้ยน ณ วัดหนานผู่โถว ท่ามกลางร่มเงาของแมกไม้โบราณและขุนเขาอู่เหล่าเฟิง ที่โอบล้อม ศูนย์รวมจิตใจและหมุดหมายแห่งความศรัทธาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีนับแต่สมัยราชวงศ์ถัง สำหรับลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล วัดแห่งนี้เปรียบเสมือน “ท่าเรือแห่งจิตวิญญาณ” ที่บรรพบุรุษผู้ล่องสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลสู่สยามและดินแดนเอเชียอาคเนย์มักเข้ามากราบสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม เพื่อขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัยก่อนออกเดินทางไกล บรรยากาศภายในวัดอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของควันธูปไม้จันทน์ ผสานกับสายลมทะเลที่พัดผ่านยอดไม้ เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินเข้ามา จะพบกับสระบัวและสระปล่อยสัตว์น้ำ (บ่อเต่า) ทอดประกายระยิบระยับ ตัววิหารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบหมินหนานดั้งเดิม หลังคากระเบื้องสีส้มดินเผาตกแต่งลวดลายสันหลังคาแอ่นโค้งทรงหางนกนางแอ่น อันวิจิตร เมื่อเดินลึกขึ้นไปตามแนวผาหินแกรนิตด้านหลัง จะพบกับจารึกอักษรโบราณบนหน้าผาโดยเฉพาะตัวอักษรจีนคำว่า “佛” ( พระพุทธะ) สีแดงขนาดยักษ์สูงสง่า
นำท่านผ่านชม สะพานเหยี่ยนอู่ บทสนทนาอันประณีตระหว่างวิศวกรรมสมัยใหม่กับท้องทะเลช่องแคบไต้หวัน สะพานแห่งนี้ได้รับการออกแบบด้วยปรัชญาที่เคารพทัศนียภาพทางประวัติศาสตร์ โดยสร้างให้มีระดับความสูงเกือบระนาบเดียวกับผิวน้ำทะเลเพื่อไม่ให้บดบังเส้นสายขอบฟ้าของเมืองเก่าและเกาะกู่ล่างอวี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน สะพานข้ามทะเลที่มีระดับพื้นผิวเตี้ยที่สุดในโลก โดยจุดต่ำสุดของสะพานอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเพียงไม่กี่เมตรในช่วงน้ำขึ้นสูง เมื่อมองจากริมสะพานท่านจะเห็นได้ถึงตัวสะพานสีขาวทอดตัวโค้งเว้าแนบชิดเกลียวคลื่น ราวกับริบบิ้นสีขาวที่ลอยละล่องอยู่บนผืนสมุทรอย่างไร้เสาค้ำยันที่เทอะทะ
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเฟอรรี่ เกาะกู่ล่างอวี่ เพื่อโดยสารเรือข้ามฟากสู่ เกาะกู่ล่างอวี่ เกาะกู่ลั่งอวี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวนสวรรค์กลางทะเล" และ "เกาะแห่งเสียงเพลงเปียโน" แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความคิดถึงวันวานและร่องรอยประวัติศาสตร์ของชาวจีนโพ้นทะเลท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบปราศจากเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ทั่วไป มีเพียงเสียงคลื่นกระทบแนวหินชายฝั่งที่ดังกังวานคล้ายเสียงกลองอันเป็นที่มาของชื่อเกาะ เคล้าคลอไปกับท่วงทำนองเปียโนแว่วหวานจากคฤหาสน์เก่าสไตล์โคโลเนียลและสวนสไตล์หมินหนาน (ใช้เวลาโดยสารเรือประมาณ 20 นาที)
นำท่านเดินลัดเลาะชมย่านอาคารชุมชนนานาชาติบนเกาะ ณ ย่านประวัติศาสตร์นานาชาติ สถานที่ซึ่งถนนสายเล็ก รั้วเหล็กเก่า และคฤหาสน์ใต้ร่มไม้ยังคงเก็บเสียงสะท้อนจากอดีตเอาไว้ เมื่อเซียะเหมินเปิดเป็นเมืองท่าการค้าในปี ค.ศ. 1843 และกู่ลั่งอวี่ได้รับการจัดตั้งเป็นชุมชนนานาชาติในปี ค.ศ. 1903 เกาะเล็กกลางทะเลแห่งนี้จึงกลายเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมโลกตะวันออกเข้ากับผู้คนและวัฒนธรรมจากต่างแดน
ระหว่างสองข้างทาง ท่านจะพบอาคารเก่าแก่ซึ่งไม่มีรูปแบบใดครอบครองเกาะแห่งนี้เพียงลำพัง ทั้งเรือนพื้นถิ่นแบบหมิ่นหนาน อาคารนีโอคลาสสิกตะวันตก บ้านแบบโคโลเนียลที่มีระเบียงเปิดรับลมทะเลตลอดจนสถาปัตยกรรม “อามอยเดโค” (Amoy-Deco) ซึ่งผสมผสานความทันสมัยในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เข้ากับศิลปะแบบอาร์ตเดโคและรสนิยมท้องถิ่น จนก่อกำเนิดเป็นภาษาสถาปัตยกรรมเฉพาะตัว
นำท่านเดินทางสู่ สวนซูจวง ภาพสะท้อนอันลึกซึ้งของความทรงจำ ความผูกพัน และสายเลือดของชาวจีนโพ้นทะเลที่สร้างสรรค์ขึ้นบนชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะกู่ลั่งอวี่ คฤหาสน์สวนริมทะเลแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 โดย หลินเอ่อร์เจีย มหาเศรษฐีผู้รักชาติ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความคิดถึงบ้านเกิด ณ คฤหาสน์ปั่นเฉียวบนเกาะไต้หวันหลังจำต้องพลัดพรากจากมา สถาปัตยกรรมของสวนจึงเปี่ยมด้วยกลิ่นอายความคิดถึง ผสานศิลปะการจัดสวนแบบหมินหนาน (ฮกเกี้ยนใต้) คลาสสิกเข้ากับกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกอย่างประณีตเหนือกาลเวลา หัวใจอันเป็นเอกลักษณ์ของสวนซูจวงคือแนวคิดการออกแบบ “ซ่อนทะเล” และ “เสริมภูเขา” เมื่อก้าวผ่านประตูสวนเข้ามา ท่านจะยังมองไม่เห็นผืนน้ำใหญ่ จนกระทั่งเดินเลี้ยวผ่านแนวกำแพงและซุ้มประตูพระจันทร์ ทิวทัศน์ทะเลเปิดกว้างจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ สะพานสี่สิบสี่ สะพานหินคดเคี้ยวรูปมังกรทอดยาวเลียบทะเล ซึ่งสร้างขึ้นในวาระที่เจ้าของสวนมีอายุครบ 44 ปี เมื่อยามน้ำขึ้น คลื่นทะเลจะไหลเอ่อผ่านประตูกลั้นน้ำเข้ามาในสระสวน เกิดเป็นภาพสะท้อนของคลื่นน้ำและ ศาลาชมจันทร์ ที่งดงามจับตา
สัมผัสท่วงทำนองแห่งกาลเวลา ณ พิพิธภัณฑ์เปียโนกู่ลั่งอวี่ ท่ามกลางสายลมทะเลอันอ่อนละมุนและเสียงเกลียวคลื่นซัดกระทบโขดหินแกรนิตของเกาะกู่ลั่งอวี่ ซ่อนตัวอย่างสง่างามอยู่ภายในเรือนฟังคลื่น ของสวนซูจวงริมชายหาด สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความคิดถึงและความผูกพันของ “ชาวจีนโพ้นทะเล” สะท้อนผ่านเรื่องราวของ คุณหู โหย่วอี้ (Hu Youyi) นักดนตรีและนักสะสมชาวกู่ลั่งอวี่ผู้ไปตั้งรกรากในออสเตรเลีย แต่ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับบ้านเกิด จึงได้ส่งมอบคอลเลกชันเปียโนโบราณล้ำค่ากว่าร้อยหลังข้ามน้ำข้ามทะเลกลับคืนสู่เกาะแห่งดนตรีแห่งนี้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายใน อาคารจะโอบล้อมท่านด้วยกลิ่นอายไม้โบราณและมนต์เสน่ห์แห่งศตวรรษที่ 18–20 ยลโฉมเปียโนโบราณหายากระดับตำนานหลากหลายสัญชาติ ทั้งเปียโนสลักลายวิจิตรสไตล์คลาสสิก เปียโนปิดทองคำแท้ เปียโนสี่เหลี่ยมรุ่นแรกสุดของโลก เปียโนตั้งตรงที่สูงที่สุด ตลอดจนเปียโนกลไกอัตโนมัติโบราณที่ขับกล่อมบทเพลงคลาสสิกให้ก้องกังวาน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
บ่าย นำท่านสัมผัสกับกลิ่นอายอันมีเอกลักษณ์บนเกาะมรดกโลกแห่งนี้ ณ ถนนคนเดินหลงโถวลู่ อันเปรียบเสมือนหัวใจที่มีชีวิตชีวาที่สุดบนเกาะกู่ลั่งอวี่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ “หนานหยาง” ผสมผสานเสน่ห์สถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโคโลเนียลและตึกแถวโบราณอิฐแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของฝูเจี้ยนตอนใต้ ตลอดสองฝั่งถนนสายประวัติศาสตร์แห่งนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้าร้านน้ำชาเก่าแก่อายุนับศตวรรษ และแผงสตรีทฟู้ดเลื่องชื่อที่ส่งกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง เสียงกระทะฉ่าจากการทอดหอยนางรมสดสูตรโบราณ กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำซุปบะหมี่ผัดใบชา ลูกชิ้นปลาเนื้อเด้งสอดไส้หมูสับทำมือ และรสสัมผัสเหนียวนุ่มหอมงาคั่วของขนมโมจิโบราณตระกูลเย่ ล้วนชวนให้ย้อนวันวานสู่วิถีชีวิตอันรุ่งเรืองของชาวจีนโพ้นทะเลในอดีต นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยร้านขนมเปี๊ยะอบสดใหม่ ร้านชาและของฝากงานศิลป์บรรยากาศเรโทร ให้ท่านได้เดินทอดน่องสัมผัสสายลมทะเล ละเลียดชิมของอร่อย และซึมซับมนต์เสน่ห์เกาะอันแสนโรแมนติกอย่างเพลิดเพลิน
นำท่านโดยสารเรือกลับสู่แผ่นดินใหญ่สู่ เซียะเหมิน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS XIAMEN LUSHAN หรือ XIAMEN KINGSTON INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
เซียะเหมิน - หนานจิ้ง – กลุ่มบ้านดินเถียนหลัวเคิง – ชมโชว์หวนคืนถิ่นหมิ่นหนาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหนานจิ้ง (ระยะทาง 108 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งป้อมปราการดินเหนียวบรรพกาลที่สะท้อนปรัชญาการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และระบบตระกูลอันเหนียวแน่นของชาวแคะ (ฮากกา) และชาวหมิ่นหนาน เบื้องหลังภูมิทัศน์ขุนเขาเขียวชอุ่ม คือมรดก สถาปัตยกรรมดินอัดทรงกลมและทรงสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่ก่อร่างขึ้นจากดินเหนียว ทราย น้ำต้มข้าวเหนียว น้ำตาลอ้อย และโครงไม้ไผ่ เพื่อเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและปราการป้องกันภัยของคนในตระกูลเดียวกันนับร้อยชีวิต
นำท่านเข้าชม กลุ่มบ้านดินเถียนหลัวเคิง สถาปัตยกรรมแห่งการรวมจิตวิญญาณและป้อมปราการมีชีวิตของชาวฮากกา (จีนแคะ) ที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องสายเลือดตระกูลเดียวกันจากภัยสงครามและการรุกรานจากภายนอก สะท้อนปรัชญาหยิน-หยางและธาตุทั้งห้า (五行) ที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขาเขียวขจี โดดเด่นด้วยการจัดวางผังอาคารที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลกจนได้รับฉายาว่า สี่กับข้าวหนึ่งชามซุป (四菜一汤) ประกอบด้วยบ้านดินทรงกลม 3 หลัง (เจิ้นชางโหลว, รุ่ยหยุนโหลว, เหอชางโหลว) และทรงรี 1 หลัง (เหวินชางโหลว) ล้อมรอบบ้านดินทรงสี่เหลี่ยมหลังแรกที่เป็นแกนกลาง (ปู้หยุนโหลว) ตัวกำแพงดินหนากว่า 1–2 เมตร ก่อสร้างด้วยเทคนิคโบราณโดยนำดินเหนียวบริสุทธิ์ ผสมน้ำต้มข้าวเหนียว น้ำตาลอ้อย แกลบข้าว และเส้นใยไม้ไผ่ ตำอัดแน่นจนเหนียวแน่นทนทานต่อแผ่นดินไหว ปืนใหญ่ และกาลเวลามากว่า 200–600 ปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6) อาหารจีนแคะ ลิ้มลองรสแท้แห่งภูมิปัญญาบรรพบุรุษกับ มื้ออาหารฮากกา มื้ออาหารที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความหลังและจิตวิญญาณ สะท้อนเรื่องราวการเดินทาง การปรับตัว และความอบอุ่นของสายสัมพันธ์ในครอบครัวที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน เอกลักษณ์อันโดดเด่นของอาหารจีนแคะเน้นรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม หอมมัน และเค็มนำเล็กน้อย เพื่อมอบพลังงานและความอบอุ่น นำเสนอผ่านเมนูระดับตำนานที่ปรุงด้วยความพิถีพิถัน แกล้มน้ำซุปใสเคี่ยวข้ามคืนกับรากไม้และสมุนไพรจีน ช่วยปรับสมดุลธาตุ บำรุงกำลัง และคลายความเหนื่อยล้า
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเซี่ยะเหมิน (ระยะทาง 108 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
นำท่านชมการแสดงชุด หวนคืนสู่ถิ่นหมินหนาน สู่ห้วงเวลาแห่งความทรงจำและเสียงคลื่นลมทะเลโบราณกับมหาอุปรากรและศิลปะการแสดงสดแบบอินเทอร์แอ็กทีฟสมจริง ณ โรงละครเฉียวเซียง ใจกลางเมืองโบราณจางโจว ที่นี่จะพาคุณเดินทางย้อนกลับไปสู่ยุคต้นศตวรรษที่ 20 ยุคที่บรรพบุรุษชาวจีนตอนใต้ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด ล่องเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดการแสดง ท่านจะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว ด้วยรูปแบบการเดินชมไปตามฉากจำลองที่มีชีวิต สัมผัสความรู้สึกอาลัยริมท่าเรือโบราณเย่ว์กั่ง ก้าวขึ้นเรือสำเภา “ซุ่นไท่” ท่ามกลางละอองน้ำทะเลที่พัดกระทบใบหน้า เสียงคลื่นซัดสาด และแรงโคลงเคลงของพื้นเรือที่สมจริง ซาบซึ้งไปกับเรื่องราวของ “โพยก๊วน” หรือจดหมายพร้อมเงินส่งกลับบ้านของชาวจีนโพ้นทะเล อันเป็นสายใยผูกพันความรัก ความหวัง และคำสัญญาว่าจะกลับคืนสู่มาตุภูมิ ผสานมนต์เสน่ห์ศิลปะดั้งเดิมอย่างงิ้วเกอไจ่ซีและหุ่นกระบอกหมินหนาน กลิ่นอายความหลังอันอบอุ่นและทรงพลังนี้จะสร้างความประทับใจลึกซึ้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีสายเลือดของชาวจีน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7) รสสัมผัสแห่งความมงคลและมนต์เสน่ห์โต๊ะจีน น้ำซุปเป๋าฮื้อตุ๋น สำรับอาหารที่ถือเป็นหัวใจและสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์คงหนีไม่พ้น จานเด่นระดับตำนานแห่งดินแดนหมินหนาน ที่สืบทอดภูมิปัญญาการปรุงอาหารชั้นสูงจากรุ่นสู่รุ่น น้ำซุปสีทองอำพันที่ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างพิถีพิถันนานหลายชั่วโมงด้วยไฟอ่อน ผสานความหวานลึกซึ้งจากโครงไก่ กระดูกหมู กังป๋วย (หอยเชลล์แห้ง) และเครื่องยาสมุนไพรจีนสูตรดั้งเดิม ให้รสชาติที่กลมกล่อม นุ่มนวล ชุ่มคออย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยไม่มีความเลี่ยนแม้แต่น้อย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS XIAMEN LUSHAN หรือ XIAMEN KINGSTON INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับไม่น้อยกว่า 4 ดาวหรือ 4 เพชร (อิงมาตรฐาน Trip.com)
เมืองโบราณจางโจว - เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (TG611: 16:10 – 18.30)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8)
ย่างก้าวเข้าสู่อ้อมกอดแห่งกาลเวลา ณ เมืองโบราณจางโจว หัวใจทางวัฒนธรรมหมินหนานประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี บรรยากาศของที่นี่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความทรงจำกลิ่นอายหนานหยางที่คุ้นเคย สองข้างทางเรียงรายด้วยสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณก่อด้วยอิฐแดงและกระเบื้องโบราณ หลังคาโค้งปลายหางนกนางแอ่น ผสมผสานกลิ่นอายศิลปะตะวันตกและจีนดั้งเดิมอย่างลงตัว เดินลัดเลาะไปตามถนนสายประวัติศาสตร์อย่างถนนไต้หวัน และถนนฮ่องกง ท่านจะสะดุดตากับซุ้มประตูหินโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่แกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา แสงแดดยามเย็นทอดผ่านซอกตึก ขับเน้นสีแดงอิฐให้ดูอบอุ่น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชุมชนพื้นถิ่นที่ยังคงอยู่อาศัยจริง เสียงเคาะไม้จากโรงแสดงหุ่นกระบอกโบราณจางโจว เสียงพ่อค้าแม่ค้าพูดคุยด้วยสำเนียงภาษาหมินหนานอันเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวบะหมี่หลู่เมี่ยน, หอยทอดสไตล์หมินหนาน, ขนมหวานสี่กั่วทัง ตลอดจนร้านน้ำชาโบราณที่ส่งกลิ่นหอมของใบชาอูหลงคั่ว
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินเซี่ยะเหมินเกาฉี เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์การบินไทย (TG) พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
16.35 น. ออกเดินทางจาก สนามบินเซี่ยะเหมินเกาฉี สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย การบินไทย เที่ยวบินที่ TG611
มีบริการอาหารว่าง Snack box บนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
19.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ




























































