เลื่อนขึ้น
ทัวร์ถูก ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ดี ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์ทั่วโลก ทัวร์ราคาถูก ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์บริการดี ทัวร์บริการประทับใจ ทัวร์ดีมีคุณภาพ
  
ประเทศ:
ทัวร์จีน ทัวร์จีน
เข้าชม:
2
รหัสทัวร์:
GQ-2UXMN-TG001
สายการบิน:
Thai Airways
ทัวร์จีน

ทัวร์จีน บินตรงเซียะเหมิน ซัวเถา จางโจว มรดกโลกกู่ล่างอวี่ เมืองท่าไข่มุกแห่งหมินหนาน กลิ่นอายความคิดถึงจากโพ้นทะเล 6 วัน 5 คืน โดยการบินไทย (TG)
ราคาเริ่มต้น 25,888.-

ทัวร์จีน6 วัน 5 คืน บินตรงเซียะเหมิน ซัวเถา จางโจว มรดกโลกกู่ล่างอวี่ เมืองท่าไข่มุกแห่งหมินหนาน กลิ่นอายความคิดถึงจากโพ้นทะเล 6 วัน 5 คืน โดยการบินไทย (TG)
ทัวร์จีน ทัวร์จีน

สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์จีน

วันที่ 1  กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) (TG610 : 10:40 - 15:05) – ถนนจงซาน 07.30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 1-2 เคาน์เตอร์ ส
วันที่ 2  เกาะเปียโน กู่ล่างอวี่ (โดยเรือเฟอร์รี่) – ย่านประวัติศาสตร์นานาชาติ - สวนซูจวง - พิพิธภัณฑ์เปียโน – ถนนหลงโถวจู่ - ซัวเถา เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2) นำท่านเดินทางสู่ท่า
วันที่ 3  ซัวเถา - ศาลเจ้าไฮตังม่า – สุสานพระเจ้าตากสิน - เมืองโบราณแต้จิ๋ว - วัดไคหยวน - ถนนผายฝ่าง - สะพานเซียงจื่อ – ศาลเจ้ามังกรเขียว เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5) นำท่านเดินทางส
วันที่ 4  ซัวเถา – พิพิธภัณฑ์โพยก๊วน - ศาลเจ้าเอียงบู๊ซัว - ศาลเจ้าไต่ฮงกง - ห้าง MIXC เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7) นำท่านเยือน พิพิธภัณฑ์โพยก๊วน สถานที่ซึ่งเก็บรักษาเรื่องราวของจดห
วันที่ 5  ซัวเถา – หย่งติ้ง – บ้านดิน จีนฮากกา หย่งติ้ง - จางโจว – เมืองโบราณจางโจว - ชมการแสดงลมหวนคืนถิ่นหมิ่นหนาน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10) นำท่านเดินทางสู่ เมืองหย่งติ่ง (ระ
วันที่ 6  เมืองโบราณจางโจว - วัดหนานผู่โถว – สะพานเหยียนอู่ - เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (TG611: 16:10 – 18.30) เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)

รอบเดินทางราคาผู้ใหญ่ราคาเด็กที่นั่งว่างสถานะ
2026-10-31 - 2026-11-0527,888.-27,888.-21จอง
2026-11-07 - 2026-11-1226,888.-26,888.-21จอง
2026-11-14 - 2026-11-1926,888.-26,888.-21จอง
2026-11-21 - 2026-11-2625,888.-25,888.-21จอง
2026-11-24 - 2026-11-2926,888.-26,888.-21จอง
2026-12-01 - 2026-12-0626,888.-26,888.-21จอง
2026-12-05 - 2026-12-1026,888.-26,888.-21จอง
2026-12-08 - 2026-12-1327,888.-27,888.-21จอง
2026-12-15 - 2026-12-2027,888.-27,888.-21จอง
2026-12-22 - 2026-12-2727,888.-27,888.-21จอง
2026-12-26 - 2026-12-3128,888.-28,888.-21จอง
2026-12-29 - 2027-01-0330,888.-30,888.-21จอง
2027-01-09 - 2027-01-1427,888.-27,888.-21จอง
2027-01-16 - 2027-01-2127,888.-27,888.-21จอง
2027-01-23 - 2027-01-2827,888.-27,888.-21จอง
2027-01-26 - 2027-01-3127,888.-27,888.-21จอง
2027-02-16 - 2027-02-2127,888.-27,888.-21จอง
2027-02-23 - 2027-02-2827,888.-27,888.-21จอง
2027-03-02 - 2027-03-0728,888.-28,888.-21จอง
2027-03-09 - 2027-03-1428,888.-28,888.-21จอง
2027-03-16 - 2027-03-2128,888.-28,888.-21จอง
2027-03-20 - 2027-03-2528,888.-28,888.-21จอง

ทัวร์จีน ทัวร์จีน

โปรแกรมการเดินทางทัวร์จีน

กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) (TG610 : 10:40 - 15:05) – ถนนจงซาน
07.30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 1-2 เคาน์เตอร์ สายการบิน การบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ การบินไทย (TG) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ
10.40 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินเซียะเหมินเกาฉี โดย การบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG610 มีบริการอาหารว่าง Snack box บนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
15.05 น. เดินทางถึง สนามบินเซียะเหมินเกาฉี เมืองมนต์เสน่ห์เมืองท่าไข่มุกแห่งหมินหนาน สายลมทะเลพัดผ่านยอดไม้เขียวชอุ่ม ผสานเสียงคลื่นกระทบฝั่งและท่วงทำนองเปียโนที่ลอยแว่วมาตามตรอกหินโบราณ นครริมชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวนสวรรค์กลางทะเล” เมืองแห่งนี้เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณแห่งความทรงจำ เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเรือและผืนแผ่นดินแม่ที่ส่งต่อความฝันของบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล (หนานหยาง) สู่นานาแดน ทุกตารางนิ้วจึงอบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค ผสมผสานเสน่ห์วัฒนธรรมหมินหนานดั้งเดิมเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตกได้อย่างกลมกลืน
นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองจากนั้นออกเดินทางสู่ ตัวเมืองเซียะเหมิน
ย้อนรอยความทรงจำใต้ตึกเก่าขี่โหลว ณ ถนนคนเดินจงซานลู่ สายตาของท่านจะถูกสะกดด้วยทัศนียภาพของแนวอาคารโบราณสไตล์ “ฉีโหลว” สถาปัตยกรรมเรือนแถวแบบโคโลเนียลผสมกลิ่นอายหนานหยางที่มีระเบียงทางเดินทอดยาวบังแดดฝน โทนสีขาวนวลอมชมพูคลาสสิก ซึ่งผสมผสานเอกลักษณ์ศิลปะสไตล์ยุโรปนีโอคลาสสิกเข้ากับวัฒนธรรมหมินหนาน (ฮกเกี้ยนใต้) ได้อย่างงดงามลงตัว สะท้อนภาพความรุ่งเรืองยุคการค้าทางทะเลที่ชาวจีนโพ้นทะเลนำความมั่งคั่งกลับมาสร้างสรรค์ไว้ในบ้านเกิด ตลอดสองข้างทางท่านจะได้ยินเสียงจอแจที่มีชีวิตชีวา เคล้ากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นเมืองที่ลอยมาตามระเบียงทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นซุปถั่วลิสงโบราณ, หอยทอดสไตล์หมินหนาน, บะหมี่ซาฉา รสเข้มข้น และเยลลี่หนอนทะเล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1) เป็ดอบขิงหม้อดิน รสสัมผัสแห่งความอบอุ่นและจิตวิญญาณถิ่นหมินหนาน ท่ามกลางบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยกลิ่นอายความทรงจำของชาวจีนฮกเกี้ยน กลิ่นหอมอบอวลที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดอย่างหนึ่งคือกลิ่นอันเย้ายวนของอาหารเลิศรสระดับตำนานประจำถิ่นหมินหนาน ทันทีที่หม้อดินเผาใบเขื่องถูกยกมาวาง กลิ่นไอควันร้อนฉ่าจะส่งเสียงซู่ซ่าชวนน้ำลายสอ เผยให้เห็นเนื้อเป็ดคัดสรรพิเศษที่เคี่ยวจนซอสเคลือบขึ้นเงาสีน้ำตาลคาราเมลเข้มข้น หัวใจสำคัญของเมนูนี้คือ "ขิงแม่" ที่ฝานเป็นแผ่นหนา นำมาผัดกับน้ำมันงาดำบริสุทธิ์และเหล้าจีนชั้นดีจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ก่อนจะนำเนื้อเป็ดลงไปตุ๋นเคี่ยวอย่างช้าๆ ในหม้อดินเผาด้วยไฟรุมๆ เป็นเวลานาน
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก XIAMEN KINGSTON INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เกาะเปียโน กู่ล่างอวี่ (โดยเรือเฟอร์รี่) – ย่านประวัติศาสตร์นานาชาติ - สวนซูจวง - พิพิธภัณฑ์เปียโน – ถนนหลงโถวจู่ - ซัวเถา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเฟอรรี่ เกาะกู่ล่างอวี่ เพื่อโดยสารเรือข้ามฟากสู่ เกาะกู่ล่างอวี่ เกาะกู่ลั่งอวี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวนสวรรค์กลางทะเล" และ "เกาะแห่งเสียงเพลงเปียโน" แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความคิดถึงวันวานและร่องรอยประวัติศาสตร์ของชาวจีนโพ้นทะเลท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบปราศจากเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ทั่วไป มีเพียงเสียงคลื่นกระทบแนวหินชายฝั่งที่ดังกังวานคล้ายเสียงกลองอันเป็นที่มาของชื่อเกาะ เคล้าคลอไปกับท่วงทำนองเปียโนแว่วหวานจากคฤหาสน์เก่าสไตล์โคโลเนียลและสวนสไตล์หมินหนาน (ใช้เวลาโดยสารเรือประมาณ 20 นาที)
นำท่านเดินลัดเลาะชมย่านอาคารชุมชนนานาชาติบนเกาะ ณ ย่านประวัติศาสตร์นานาชาติ สถานที่ซึ่งถนนสายเล็ก รั้วเหล็กเก่า และคฤหาสน์ใต้ร่มไม้ยังคงเก็บเสียงสะท้อนจากอดีตเอาไว้ เมื่อเซียะเหมินเปิดเป็นเมืองท่าการค้าในปี ค.ศ. 1843 และกู่ลั่งอวี่ได้รับการจัดตั้งเป็นชุมชนนานาชาติในปี ค.ศ. 1903 เกาะเล็กกลางทะเลแห่งนี้จึงกลายเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมโลกตะวันออกเข้ากับผู้คนและวัฒนธรรมจากต่างแดน
ระหว่างสองข้างทาง ท่านจะพบอาคารเก่าแก่ซึ่งไม่มีรูปแบบใดครอบครองเกาะแห่งนี้เพียงลำพัง ทั้งเรือนพื้นถิ่นแบบหมิ่นหนาน อาคารนีโอคลาสสิกตะวันตก บ้านแบบโคโลเนียลที่มีระเบียงเปิดรับลมทะเลตลอดจนสถาปัตยกรรม “อามอยเดโค” (Amoy-Deco) ซึ่งผสมผสานความทันสมัยในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เข้ากับศิลปะแบบอาร์ตเดโคและรสนิยมท้องถิ่น จนก่อกำเนิดเป็นภาษาสถาปัตยกรรมเฉพาะตัว
นำท่านเดินทางสู่ สวนซูจวง ภาพสะท้อนอันลึกซึ้งของความทรงจำ ความผูกพัน และสายเลือดของชาวจีนโพ้นทะเลที่สร้างสรรค์ขึ้นบนชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะกู่ลั่งอวี่ คฤหาสน์สวนริมทะเลแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 โดย หลินเอ่อร์เจีย มหาเศรษฐีผู้รักชาติ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความคิดถึงบ้านเกิด ณ คฤหาสน์ปั่นเฉียวบนเกาะไต้หวันหลังจำต้องพลัดพรากจากมา สถาปัตยกรรมของสวนจึงเปี่ยมด้วยกลิ่นอายความคิดถึง ผสานศิลปะการจัดสวนแบบหมินหนาน (ฮกเกี้ยนใต้) คลาสสิกเข้ากับกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกอย่างประณีตเหนือกาลเวลา หัวใจอันเป็นเอกลักษณ์ของสวนซูจวงคือแนวคิดการออกแบบ “ซ่อนทะเล” และ “เสริมภูเขา” เมื่อก้าวผ่านประตูสวนเข้ามา ท่านจะยังมองไม่เห็นผืนน้ำใหญ่ จนกระทั่งเดินเลี้ยวผ่านแนวกำแพงและซุ้มประตูพระจันทร์ ทิวทัศน์ทะเลเปิดกว้างจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ สะพานสี่สิบสี่ สะพานหินคดเคี้ยวรูปมังกรทอดยาวเลียบทะเล ซึ่งสร้างขึ้นในวาระที่เจ้าของสวนมีอายุครบ 44 ปี เมื่อยามน้ำขึ้น คลื่นทะเลจะไหลเอ่อผ่านประตูกลั้นน้ำเข้ามาในสระสวน เกิดเป็นภาพสะท้อนของคลื่นน้ำและ ศาลาชมจันทร์ ที่งดงามจับตา
สัมผัสท่วงทำนองแห่งกาลเวลา ณ พิพิธภัณฑ์เปียโนกู่ลั่งอวี่ ท่ามกลางสายลมทะเลอันอ่อนละมุนและเสียงเกลียวคลื่นซัดกระทบโขดหินแกรนิตของเกาะกู่ลั่งอวี่ ซ่อนตัวอย่างสง่างามอยู่ภายในเรือนฟังคลื่น ของสวนซูจวงริมชายหาด สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความคิดถึงและความผูกพันของ “ชาวจีนโพ้นทะเล” สะท้อนผ่านเรื่องราวของ คุณหู โหย่วอี้ (Hu Youyi) นักดนตรีและนักสะสมชาวกู่ลั่งอวี่ผู้ไปตั้งรกรากในออสเตรเลีย แต่ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับบ้านเกิด จึงได้ส่งมอบคอลเลกชันเปียโนโบราณล้ำค่ากว่าร้อยหลังข้ามน้ำข้ามทะเลกลับคืนสู่เกาะแห่งดนตรีแห่งนี้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายใน อาคารจะโอบล้อมท่านด้วยกลิ่นอายไม้โบราณและมนต์เสน่ห์แห่งศตวรรษที่ 18–20 ยลโฉมเปียโนโบราณหายากระดับตำนานหลากหลายสัญชาติ ทั้งเปียโนสลักลายวิจิตรสไตล์คลาสสิก เปียโนปิดทองคำแท้ เปียโนสี่เหลี่ยมรุ่นแรกสุดของโลก เปียโนตั้งตรงที่สูงที่สุด ตลอดจนเปียโนกลไกอัตโนมัติโบราณที่ขับกล่อมบทเพลงคลาสสิกให้ก้องกังวาน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
บ่าย นำท่านสัมผัสกับกลิ่นอายอันมีเอกลักษณ์บนเกาะมรดกโลกแห่งนี้ ณ ถนนคนเดินหลงโถวลู่ อันเปรียบเสมือนหัวใจที่มีชีวิตชีวาที่สุดบนเกาะกู่ลั่งอวี่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ “หนานหยาง” ผสมผสานเสน่ห์สถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโคโลเนียลและตึกแถวโบราณอิฐแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของฝูเจี้ยนตอนใต้ ตลอดสองฝั่งถนนสายประวัติศาสตร์แห่งนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้าร้านน้ำชาเก่าแก่อายุนับศตวรรษ และแผงสตรีทฟู้ดเลื่องชื่อที่ส่งกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง เสียงกระทะฉ่าจากการทอดหอยนางรมสดสูตรโบราณ กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำซุปบะหมี่ผัดใบชา ลูกชิ้นปลาเนื้อเด้งสอดไส้หมูสับทำมือ และรสสัมผัสเหนียวนุ่มหอมงาคั่วของขนมโมจิโบราณตระกูลเย่ ล้วนชวนให้ย้อนวันวานสู่วิถีชีวิตอันรุ่งเรืองของชาวจีนโพ้นทะเลในอดีต นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยร้านขนมเปี๊ยะอบสดใหม่ ร้านชาและของฝากงานศิลป์บรรยากาศเรโทร ให้ท่านได้เดินทอดน่องสัมผัสสายลมทะเล ละเลียดชิมของอร่อย และซึมซับมนต์เสน่ห์เกาะอันแสนโรแมนติกอย่างเพลิดเพลิน
นำท่านโดยสารเรือกลับสู่แผ่นดินใหญ่จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองซัวเถา (ระยะทาง 248 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองท่าประวัติศาสตร์ริมชายฝั่งมณฑลกวางตุ้งตะวันออก ศูนย์รวมจิตวิญญาณ ความผูกพัน และรากเหง้าอันลึกซึ้งของลูกหลานชาวแต้จิ๋วทั่วโลก เมืองที่ทุกซอกซอยเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความทรงจำของผู้คนที่เคยออกเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างตำนานในแผ่นดินสยามหัวใจอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของเมืองเก่าซัวเถา โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมหรือตึกแถวสไตล์โคโลเนียลผสมหนานหยาง (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ที่เรียงรายอย่างวิจิตร ซุ้มระเบียงโค้ง ลวดลายปูนปั้นคลาสสิก และทางเดินที่มีหลังคาคลุมสะท้อนภาพยุคทองของการค้าขายในอดีต
นำท่านสัมผัสกับกลิ่นอายความทรงจำแห่ง เสี่ยวกงหยวน หัวใจประวัติศาสตร์ ภาพจำอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงยุคทองแห่งการค้าทางทะเลและรากเหง้าของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ย่านเมืองเก่าแห่งนี้ สายตาจะสะดุดกับผังเมืองทรงพัดอันเป็นเอกลักษณ์ รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณ ผสมผสานสไตล์ยุโรปนีโอคลาสสิกเข้ากับศิลปะแต้จิ๋วโบราณ ซุ้มทางเดินโค้งและลวดลายปูนปั้นนูนต่ำพาเราย้อนเวลากลับไปสู่ทศวรรษ 1930 ยุคที่บรรพบุรุษแต้จิ๋วเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล “ล่องใต้สู่หนานหยาง” เพื่อแสวงโชค ก่อนจะส่งความคิดถึงและเงินกลับมาสร้างบ้านเกิดเมืองนอน ศูนย์กลางของย่านนี้คือ ศาลาอนุสรณ์ซุนยัตเซ็น ศาลาไม้แปดเหลี่ยมอันสง่างามที่เปรียบเสมือนหมุดหมายแห่งประวัติศาสตร์ ใกล้กันคือ ห้างสรรพสินค้าหนานเซิง อาคาร 7 ชั้นสีครีมวินเทจที่เคยทันสมัยที่สุดในอดีตและมีลิฟต์โดยสารตัวแรกของเมือง เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ โคมไฟสีแดงและแสงไฟวอร์มไวท์ตามแนวตึกฉีโหลวจะเริ่มสว่างไสว ขับเน้นบรรยากาศคลาสสิกเสมือนฉากในภาพยนตร์ย้อนยุค กลิ่นหอมอบอวลของชาแต้จิ๋ว ก๋วยเตี๋ยวหลอดสูตรซัวเถา และขนมกู้ยช่ายทอดลอยตามลม ชวนให้นั่งจิบชาแกล้มขนมโบราณ ซึมซับความรื่นรมย์และเรื่องราวผูกพัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4) ติ่มซำ สัมผัสวิถีแห่งความทรงจำกับรสชาติ “ติ่มซำ” ฉบับกวางตุ้ง–แต้จิ๋วขนานแท้ ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยไออุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของชาจีนร้อนๆ วัฒนธรรม "หยำฉา" หรือการจิบน้ำชาแกล้มติ่มซำ ถือเป็นภาพสะท้อนจิตวิญญาณและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวจีนโพ้นทะเลและชาวกวางตุ้งที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS SHANTOU หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

ซัวเถา - ศาลเจ้าไฮตังม่า – สุสานพระเจ้าตากสิน - เมืองโบราณแต้จิ๋ว - วัดไคหยวน - ถนนผายฝ่าง - สะพานเซียงจื่อ – ศาลเจ้ามังกรเขียว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)
นำท่านเดินทางสู่ เกาะหม่าอวี่ หรือที่ชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วคุ้นเคยในชื่อ ไฮตังม่า เกาะเล็กๆ อันเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง ณ บริเวณปากอ่าวซัวเถา จุดบรรจบระหว่างผืนน้ำและประวัติศาสตร์การพลัดถิ่นอัน ในอดีต เกาะแห่งนี้คือด่านสุดท้ายและสัญลักษณ์แห่งการลาจากของบรรพชนชาวแต้จิ๋ว ผู้ก้าวขึ้น "เรือสำเภาหัวแดง" (อั้งท้าวจึง) เพื่อมุ่งหน้าข้ามน้ำข้ามทะเลสู่สยามและดินแดนโพ้นทะเล โดยทุกคนจะต้องแวะขึ้นเกาะเพื่อกราบไหว้ขอพรจากองค์เจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว) ณ ศาลเจ้าเล่าม่ากง และ ศาลเจ้าซิงม่ากง เพื่อความเป็นสิริมงคลและความปลอดภัยท่ามกลางเกลียวคลื่นมหาสมุทร บรรยากาศบนเกาะอบอวลไปด้วยความทรงจำ กลิ่นอายลมทะเลเค็มจางๆ เสียงคลื่นกระทบแนวโขดหิน และภาพเรือประมงไม้ดั้งเดิมที่ลอยลำเคียงข้างความยิ่งใหญ่ของสะพานซัวเถาเบย์ ผู้มาเยือนจะได้เดินทอดน่องเลียบสะพานไม้ริมชายฝั่ง ชื่นชมงานจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าวิถีชีวิตประมงและวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ขึ้นไปชมทัศนียภาพ 360 องศาบน ศาลาเถาจู้ ในยามเย็นที่แสงอาทิตย์อัสดงสาดประกายสีส้มทองลงบนผืนน้ำ
นำท่านเดินทางสู่ สุสานพระเจ้าตากสินมหาราช ท่ามกลางความเงียบสงบอันร่มรื่นของหมู่บ้านหัวฝู่ ในเขตเฉิงไห่ นครซัวเถา แผ่นดินถิ่นกำเนิดของ “นายแต้เจียว” พระราชบิดาในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์จีนโพ้นทะเลที่สะท้อนความผูกพันอันแน่นแฟ้นข้ามคาบสมุทรระหว่างสยามและแดนแต้จิ๋ว ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยมนต์ขลังและรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ยอดนักรบผู้กอบกู้เอกราชชาติไทย
ณ สุสานฉลองพระองค์ แห่งนี้ ปรากฏป้ายหินแกรนิตสลักอักษรจีนสีทองอย่างสง่างามว่า สุสานฉลองพระองค์และพระมาลาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งสยามประเทศ ซึ่งสร้างขึ้นตามธรรมเนียมจีนโบราณเมื่อปี ค.ศ. 1784 ภายหลังจากที่ข้าราชบริพารและพระญาติได้อัญเชิญฉลองพระองค์ 2 ชุด (ชุดไทยและชุดจีน) พร้อมพระมาลาข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาประดิษฐานไว้ยังมาตุภูมิ บริเวณลานสุสานโอบล้อมด้วยร่มไม้เขียวขจีและสายลมธรรมชาติอันสงบเย็น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาน้อมจิตสักการะ ระลึกถึงสายเลือดนักสู้ และสัมผัสจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ดิ้นรนของบรรพชนชาวไทย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) อาหารแต้จิ๋ว ต้นตำรับแท้ มื้ออาหารที่เปรียบดั่งการเดินทางย้อนเวลากลับสู่อ้อมกอดของความอบอุ่นในแบบฉบับ ทุกรสสัมผัสแฝงไปด้วยภูมิปัญญาการปรุงอาหารที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สูงสุดของอาหารแต้จิ๋วคือปรัชญา “คืนรสชาติสู่ธรรมชาติ” เน้นการดึงความสดหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาอย่างประณีต ไม่ปรุงแต่งรสจัดจ้านจนบดบังแก่นแท้
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองแต้จิ๋ว เมืองเก่าริมแม่น้ำหานเจียงที่ยังคงเก็บรักษาความทรงจำของวันวานไว้ตามถนนทุกสาย ที่นี่อาจเป็นเมืองซึ่งหลายคนเพิ่งมาเยือนเป็นครั้งแรก แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—จากเสียงภาษาที่เคยได้ยินในบ้าน กลิ่นชาร้อนในยามเช้า ไปจนถึงรสชาติอาหารในความทรงจำของครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก เมื่อแสงเย็นค่อย ๆ ทาบลงบนกำแพงเมืองเก่า มองเห็นเงาสะพานทอดยาวอยู่เหนือสายน้ำ
นำท่านออกเดินทางฟังเสียงรินชากังฟู (กังฮูเต๊) กลิ่นหอมอบอวลของใบชาเฟิ่งหวงตานฉง คละเคล้าไปกับกลิ่นธูปหอมจางๆ จากอารามศักดิ์สิทธิ์ พาจิตวิญญาณหวนคืนสู่บรรยากาศแห่งความทรงจำของบรรพชนชาวจีนโพ้นทะเล ณ เมืองโบราณแต้จิ๋ว เมืองประวัติศาสตร์อายุกว่า 1,600 ปี ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วจำนวนมาก เมื่อก้าวเข้าสู่ใจกลางเมืองโบราณ ทุกย่างก้าวบนถนนหินโบราณจะนำพาสู่มรดกทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมชีวิตชีวา เดินผ่านซุ้มประตูโบราณ ทอดผ่านตึกแถวโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีสผสมผสานจีน (ฉู่โหลว) เรียงรายด้วยซุ้มประตูหินแกะสลักโบราณอันทรงคุณค่าถึง 23 ซุ้ม สะท้อนเรื่องราวแห่งความกตัญญู เกียรติยศ และความสำเร็จของผู้คนในอดีต สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขนมพื้นบ้าน งานไม้แกะสลักสีทอง และโรงน้ำชาโบราณที่แว่วเสียงดนตรีงิ้วแต้จิ๋ว
มนต์เสน่ห์แห่งวันวานและรากเหง้าวัฒนธรรม ณ ถนนคนเดินผายฝ่าง อันเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคของชาวจีนโพ้นทะเล ทันทีที่ก้าวเท้าลงบนถนนหินโบราณสายนี้ สายตาจะสะกดด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของซุ้มประตูหินโบราณ (พายฟาง) ถึง 22-23 ซุ้ม ที่ตั้งตระหง่านทอดตัวยาวตลอดแนวถนน แต่ละซุ้มสลักลวดลายประณีตเล่าขานเรื่องราวเกียรติยศและคุณงามความดีของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์แต้จิ๋ว ขนาบข้างด้วยตึกแถวชิโน-โปรตุกีส ที่ผสมผสานศิลปะจีนดั้งเดิมเข้ากับกลิ่นอายตะวันตกได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพความทรงจำของชาวแต้จิ๋วที่ออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างเนื้อสร้างตัว ตลอดเส้นทาง คุณจะได้สัมผัสเสน่ห์อันเปี่ยมชีวิตชีวา
ท่ามกลางกลิ่นอายความทรงจำอันอบอุ่นของเมืองโบราณแต้จิ๋ว วัดไคหยวน ยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณและสายใยผูกพันมายาวนานกว่า 1,200 ปี ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ. 738 ในรัชสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง) วัดแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีแห่งพุทธศาสนสถานภาคตะวันออกของกวางตุ้ง” ที่ยังคงเก็บบันทึกประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และร่องรอยแห่งศรัทธาของบรรพชนแต้จิ๋วไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูไม้โบราณเข้ามา เสียงความจอแจภายนอกจะพลันจางหายไป แทนที่ด้วยความสงบนิ่งและกลิ่นหอมละมุนของควันธูปที่ลอยอวลในอากาศ สายตาจะสะดุดกับความวิจิตรงดงามของหลังคาสไตล์แต้จิ๋วประดับลวดลายเครื่องกระเบื้องเคลือบโบราณ (เฉี่ยมซื้อ) ที่ทนแดดทนฝนมานับร้อยปี เสาหินแกะสลักอักษรและลวดลายมังกรสมัยราชวงศ์ถัง-ซ่ง รวมถึงงานแกะสลักไม้ปิดทองแต้จิ๋วอันประณีตงดงามเหนือท้องพระโรงต้าสงเป๋าเตี้ยน สำหรับชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋ว บรรยากาศภายในวัดไคหยวนคือภาพสะท้อนของความผูกพันข้ามมหาสมุทร เพราะแผ่นป้าย ศาลา และสิ่งปลูกสร้างหลายจุดได้รับการร่วมแรงร่วมใจบูรณะจากชาวจีนโพ้นทะเลผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างรากฐานในต่างแดนแล้วกลับมาทำนุบำรุงบ้านเกิด ในยามลมฤดูใบไม้ร่วงหรือลมหนาวพัดผ่าน ลานร่มไม้อันร่มรื่นใต้ร่มโพธิ์ใหญ่จะขับเน้นให้วัดแห่งนี้เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความหลัง ชวนให้นึกถึงเรื่องเล่าของบรรพบุรุษที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
นำท่านเดินรับสายลมเย็นแห่งแม่น้ำหานเจียง พัดผ่านทิวทัศน์อันคุ้นเคยที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำของชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก ทันทีที่ทอดสายตามอง สะพานเซียงจื่อ หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการในนาม สะพานกว่างจี้ สะพานโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ. 1171) แห่งนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 4 มหาสะพานโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และเป็นสะพานเปิด-ปิดแบบทุ่นลอยน้ำแห่งแรกของโลก เอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่มีสะพานใดเหมือน คือแนวคิด เรือสิบแปดลำ เกาะยี่สิบสี่เกาะ โดยหัวสะพานทั้งสองฝั่งสร้างด้วยเสาหินและคานศิลา ประดิษฐานศาลาเก๋งจีนโบราณที่มีรูปทรงวิจิตรแตกต่างกันถึง 24 หลัง ขณะที่ส่วนกึ่งกลางของสะพานคือขบวนเรือไม้โบราณ 18 ลำผูกร้อยเรียงข้ามลำน้ำ ในอดีตสะพานแห่งนี้เคยเป็นตลาดนัดลอยน้ำอันคึกคักสมคำกล่าว "สะพานยาวหนึ่งลี้ ตลาดนัดหนึ่งลี้" ยามเดินทอดน่องบนแผ่นหินโบราณ รับฟังเสียงสายน้ำกระทบเรือไม้
สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งศรัทธาและกลิ่นอายจีนโพ้นทะเลที่ ศาลเจ้ามังกรเขียว หรือ ศาลเจ้าแชเล่งเอี๊ย ศูนย์รวมจิตวิญญาณและสายใยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก่อนที่ชาวแต้จิ๋วจะลงเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างเนื้อสร้างตัวยังดินแดนสยามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างต้องเดินทางมากราบไหว้ขอพรให้การเดินทางราบรื่น ปลอดภัย และกิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง ทันทีที่เดินทางมาถึงสายตาของท่านจะถูกสะกดด้วยความวิจิตรของสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วชั้นครู โดยเฉพาะศิลปะ “เชี่ยนฉือ” หรือการตัดกระเบื้องเคลือบสีโบราณมาประดับลวดลายมังกร หงส์ และเรื่องราวสามก๊กบนสันหลังคา จนได้รับการขนานนามว่าเป็นดั่ง "โรงละครบนหลังคา" ที่เปล่งประกายระยิบระยับล้อกับแสงอาทิตย์ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานองค์ อันจี้เซิ่งหวัง หรือเทพเจ้าก๊กอ๋อง (หวังคั่ง) ในฉลองพระองค์ปักดิ้นทองคำอันประณีตงดงาม เสียงระฆังและเสียงอธิษฐานที่ดังกังวานแผ่วเบาท่ามกลางแสงเทียนสีส้มอบอุ่น กลับไปสู่วันวาน สัมผัสความอบอุ่นของรากเหง้าทางวัฒนธรรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6) ลิ้มรสความเลิศรสระดับตำนานกับ ห่านพะโล้แต้จิ๋ว เมนูชูโรงอันเป็นดั่งจิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมอาหารของชาวแต้จิ๋ว และเป็นรสชาติแห่งความทรงจำที่ผูกพันกับสายเลือดมาอย่างยาวนาน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บรรยากาศของมื้ออาหาร กลิ่นหอมกรุ่นอันลุ่มลึกของน้ำพะโล้สูตรโบราณ เคี่ยวกรำสมุนไพรจีนนับสิบชนิดผสมผสานกับความเผ็ดหอมละมุนของ ข่าแต้จิ๋ว คัดสรร ห่านหัวสิงโต ราชาแห่งห่านพื้นถิ่นซัวเถา นำมาตุ๋นจนน้ำพะโล้ซึมลึกเข้าสู่ทุกอณูเนื้อ
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS SHANTOU หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

ซัวเถา – พิพิธภัณฑ์โพยก๊วน - ศาลเจ้าเอียงบู๊ซัว - ศาลเจ้าไต่ฮงกง - ห้าง MIXC
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านเยือน พิพิธภัณฑ์โพยก๊วน สถานที่ซึ่งเก็บรักษาเรื่องราวของจดหมายหลายหมื่นฉบับที่ครั้งหนึ่งเคยเดินทางข้ามทะเล จากมือของชาวจีนโพ้นทะเลกลับสู่ครอบครัวในบ้านเกิด คำว่า เฉียวพี, โพยก๊วน หรือที่เรียกว่า “อิ๋นซิ่น” หมายถึงเอกสารซึ่งรวม จดหมายจากและเงินที่ส่งกลับบ้าน ไว้ในฉบับเดียว ทุกแผ่นกระดาษจึงมิได้บรรจุเพียงตัวอักษรและตัวเลข หากยังซ่อนความห่วงใย ความหวัง และคำสัญญาว่า แม้อยู่ห่างไกลเพียงใดก็จะไม่ลืมผู้ที่เฝ้ารออยู่เบื้องหลัง จากเรื่องราวของชายหนุ่มซึ่งจากบ้านริมทะเลซัวเถา เดินทางลงเรือไปทำงานยังสยาม มาลายา สิงคโปร์ หรือดินแดนอันห่างไกล หลายปีผ่านไป เขาอาจยังไม่มีโอกาสกลับบ้าน สิ่งเดียวที่เดินทางกลับมาแทนตัวเขาได้ คือกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่เขียนด้วยลายมือ บอกเล่าความเป็นอยู่ ฝากความคิดถึงถึงพ่อแม่และภรรยา พร้อมเงินจำนวนหนึ่งสำหรับซื้อข้าว ส่งลูกเข้าเรียน ซ่อมหลังคาบ้าน หรือประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นอีกหนึ่งฤดูกาล ภายในพิพิธภัณฑ์ ท่านจะได้ชมจดหมาย ซองเอกสาร ตราประทับ สมุดบัญชี และหลักฐานจากกิจการรับส่ง ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดเส้นทางอันยาวไกลของความผูกพันระหว่างคนจากบ้านกับคนที่อยู่บ้าน ลายหมึกซึ่งเลือนจางไปตามกาลเวลา
รอยพับบนกระดาษ และถ้อยคำธรรมดาอย่าง “ขอให้ทางบ้านสบายดี” กลับมีพลังพาเข้าไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้คนในอดีต—ผู้ซึ่งต้องอดทนทำงานอยู่ต่างแดน โดยมีครอบครัวเป็นเหตุผลสำคัญของทุกความพยายาม จึงเปรียบเสมือน “จดหมายจากโพ้นทะเล” ที่ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำหวานซึ้ง หากบอกรักผ่านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และเงินทุกจำนวนที่เก็บออมส่งกลับบ้าน เอกสารเฉียวพีได้รับการขึ้นทะเบียนในโครงการความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 2013 เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์การอพยพและชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเล การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการชมเอกสารโบราณ แต่เป็นการเปิดอ่านหัวใจของผู้คนจากอีกยุคสมัย สำหรับนักเดินทางชาวไทยเชื้อสายจีน บางนามสกุล บางถ้อยคำ หรือบางเรื่องราว อาจทำให้รู้สึกราวกับกำลังพบจดหมายฉบับหนึ่งที่บรรพบุรุษเคยฝากไว้—เพื่อบอกกับลูกหลาน
นำท่านเดินทางสู่ เอียงบู้ซัว หรือ เสวียนอู่ซาน ท่ามกลางกลิ่นควันธูปหอมกรุ่นที่ลอยอวลท่ามกลางสายลมทะเลพัดเอื่อย คือบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณและความทรงจำของชาวจีนโพ้นทะเลทั่วเอเชียอาคเนย์ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ริมชายฝั่งเมืองลู่เฟิง เป็นที่ตั้งของ วัดหยวนซานซื่อ วัดโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ. 1127) ศูนย์รวมศรัทธาสองสายทั้งพุทธและเต๋า ซึ่งประดิษฐาน องค์ตั่วเล่าเอี้ย (เจ้าพ่อเสือ / เสวียนเทียนซ่างตี้) องค์ประธานที่ชาวแต้จิ๋วและชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพบูชาข้ามกาลเวลาและท้องทะเล ความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบหลิ่งหนานโบราณสะท้อนผ่านงานประดับกระเบื้องเคลือบตัดแปะบนสันหลังคาโค้งช้อย ลวดลายมังกร หงส์ และเทวดาที่ยังคงสีสันสดใสแม้ผ่านแดดลมมาหลายศตวรรษ ผู้มาเยือนจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวิหารไม้โบราณ 99 ห้อง ชมป้ายพระราชทานและป้ายอักษรพู่กันโบราณจากบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างหลินเจ๋อสวี เดินเลียบสวนหินโบราณสู่ เจดีย์ฝูซิง เจดีย์หิน 8 เหลี่ยม 3 ชั้น เพื่อขึ้นไปรับลมชมทัศนียภาพกว้างไกลของอ่าวเจี๋ยสือ และเมืองชายฝั่ง สัมผัสความผูกพันลึกซึ้งของวิถีศรัทธาดั้งเดิมที่หล่อเลี้ยงลูกหลานมาทุกยุคทุกสมัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
บ่าย นำท่านนมัสกาลขอพร ณ ศาลเจ้าไต่ฮงกง ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาอันเงียบสงบในตำบลเหอผิง (หั่วเพ้ง) ศาลเจ้าไต่ฮงกงยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานแห่งจิตวิญญาณและความผูกพันอันลึกซึ้งของชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกรนิตแกะสลักอันโอ่อ่าอลังการ หนานเจียงอีเฟิง สัมผัสแรกที่ต้อนรับท่านคือกระแสลมบริสุทธิ์จากหุบเขาที่พัดพากลิ่นหอมอบอวลของไม้จันทน์และควันธูปศักดิ์สิทธิ์ ผสานเสียงระฆังทองเหลืองกังวานแว่วที่สะท้อนถึงความสงบและร่มเย็น สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน การได้มาเยือนดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนการเดินทางกลับคืนสู่ “ต้นธารแห่งมหาเมตตา” ขององค์หลวงปู่ไต้ฮงกง พระภิกษุในสมัยราชวงศ์ซ่งผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม จริยวัตรอันงดงามในการโปรดสัตว์ รักษาผู้ยากไร้ สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ และจัดระเบียบฌาปนกิจผู้ไร้ญาติ ซึ่งกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในประเทศไทย บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์อันเคร่งขรึม ศาลาบรรพชนและสถาปัตยกรรมไม้แกะสลักผสานงานหินสไตล์แต้จิ๋วโบราณที่ประณีตงดงาม สระมรกตหยกเจ้าแม่กวนอิม และขั้นบันไดหินทอดยาวขึ้นสู่เนินเขา เปิดโอกาสให้ทุกคนได้กราบสักการะขอพรทั้งด้านสุขภาพ ความแคล้วคลาดปลอดภัย และความสุขสงบในจิตใจ พร้อมซึมซับเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เชื่อมร้อยหัวใจจากแดนไกล
นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซัวเถาจากนั้นอิสระช็อปปิ้ง ณ ห้าง MIX C เดอะ มิกซ์ซี ซัวเถา ภาพสะท้อนอันโอ่อ่าและสง่างามของเมืองซัวเถายุคใหม่ ศูนย์การค้าระดับเมกะโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ท่ามกลางสถาปัตยกรรมกระจกและเส้นสายโครงสร้างอันทันสมัย ภายในกลับซ่อนหัวใจอันอบอุ่นของ วัฒนธรรมแ และจิตวิญญาณแต้จิ๋ว เอาไว้อย่างกลมกลืน สัมผัสบรรยากาศที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะโซน ตรอกวัฒนธรรมแต้จิ๋วจำลองที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตดั้งเดิมของตึกแถวโบราณแบบซื่อเตี่ยนจิน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาตานฉง (กังฮูชา) คละเคล้าไปกับเสียงน้ำชาเดือดปุดและเสียงเจื้อยแจ้วของการพูดคุยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวแต้จิ๋ว ร้านอาหารเลื่องชื่อพร้อมเสิร์ฟรสชาติดั้งเดิมที่ชาวจีนโพ้นทะเลคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวสไลด์สดลวกหม้อไฟซุปกระดูกเข้มข้น ห่านพะโล้สูตรโบราณหนังตึงเนื้อนุ่ม ขนมกู่ช่าย และหอยทอดร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน ตลอดทั้ง 7 ชั้นเหนือพื้นดินและชั้นใต้ดิน เพลิดเพลินกับร้านค้าแบรนด์ชั้นนำระดับสากลและคาเฟ่สไตล์ร่วมสมัยที่ชวนให้ผ่อนคลายและดื่มด่ำกับความเจริญรุ่งเรืองของเมืองท่าประวัติศาสตร์แห่งนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS SHANTOU หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

ซัวเถา – หย่งติ้ง – บ้านดิน จีนฮากกา หย่งติ้ง - จางโจว – เมืองโบราณจางโจว - ชมการแสดงลมหวนคืนถิ่นหมิ่นหนาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหย่งติ่ง (ระยะทาง 41 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เขตปกครองตนเองชนชาติถู่เจียและม้งเอินซือ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลหูเป่ย์ เมืองที่เปรียบดั่งภาพวาดพู่กันจีนอันลึกลับ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหินปูนคาสต์สูงตระหง่าน ลำธารสีเขียวมรกตใสกระจ่างดุจกระจกเงา และม่านหมอกบางเบาที่ลอยละล่องคลอเคลียยอดผา ที่นี่ไม่ได้มีเพียงธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อลังการระดับมรดกทางธรรมชาติ แต่ยังเปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณแห่งอารยธรรมโบราณของชนเผ่าถู่เจียและม้ง ที่สืบทอดวิถีชีวิตดั้งเดิม สถาปัตยกรรมเรือนไม้ และเสียงเพลงพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน
หมู่บ้านดินโบราณหย่งติ้ง สู่มหากาพย์แห่งสถาปัตยกรรมดินอัดและสายใยตระกูลที่สืบทอดมานับร้อยปี แหล่งมรดกโลกยูเนสโกอันทรงคุณค่า ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความทรงจำและกลิ่นอายรากเหง้าของชาวจีนแคะ (ฮากกา) ภาพกำแพงดินสีน้ำตาลอบอุ่นทรงกลมตระหง่านตัดกับขุนเขาเขียวขจี ไฮไลต์อันน่าเกรงขามคือ ราชาแห่งบ้านดิน วงกลมซ้อนกัน 4 ชั้นอย่างน่าอัศจรรย์ มีห้องหับมากกว่า 400 ห้อง เสมือนเมืองขนาดย่อมที่ร้อยเรียงผู้คนในตระกูลเดียวกันไว้ใต้หลังคาเดียว เมื่อเดินลอดซุ้มประตูหินเข้ามา จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงและใบชาท้องถิ่นที่ลอยมาตามลม เสียงไม้กระดานลั่นเบาๆ ยามก้าวเดิน โคมไฟสีแดงสดที่แขวนเรียงรายตามระเบียงทางเดินวงกลม และภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่นั่งจิบชาและสนทนากันอย่างอบอุ่น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11) อาหารจีนแคะ ลิ้มลองรสแท้แห่งภูมิปัญญาบรรพบุรุษกับ มื้ออาหารฮากกา มื้ออาหารที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความหลังและจิตวิญญาณ สะท้อนเรื่องราวการเดินทาง การปรับตัว และความอบอุ่นของสายสัมพันธ์ในครอบครัวที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน เอกลักษณ์อันโดดเด่นของอาหารจีนแคะเน้นรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม หอมมัน และเค็มนำเล็กน้อย เพื่อมอบพลังงานและความอบอุ่น นำเสนอผ่านเมนูระดับตำนานที่ปรุงด้วยความพิถีพิถัน แกล้มน้ำซุปใสเคี่ยวข้ามคืนกับรากไม้และสมุนไพรจีน ช่วยปรับสมดุลธาตุ บำรุงกำลัง และคลายความเหนื่อยล้า
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองจางโจว (ระยะทาง 109 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) จางโจว ไออุ่นแห่งความทรงจำ เมืองโบราณริมแม่น้ำจิ่วหลงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี เมืองแห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจและรากเหง้าอันลึกซึ้งของวัฒนธรรมหมินหนาน และเป็นมาตุภูมิของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมหาศาลที่เคยล่องเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างชีวิตยังดินแดนโพ้นทะเล บรรยากาศของจางโจวอบอวลไปด้วยความสงบ อ่อนโยน และเงียบสงบ ราวกับเข็มนาฬิกาถูกปรับให้เดินช้าลงเพื่อเปิดทางให้ทุกหัวใจได้หวนรำลึกถึงเรื่องราวแห่งวันวาน
นำท่านชมการแสดงชุด หวนคืนสู่ถิ่นหมินหนาน สู่ห้วงเวลาแห่งความทรงจำและเสียงคลื่นลมทะเลโบราณกับมหาอุปรากรและศิลปะการแสดงสดแบบอินเทอร์แอ็กทีฟสมจริง ณ โรงละครเฉียวเซียง ใจกลางเมืองโบราณจางโจว ที่นี่จะพาคุณเดินทางย้อนกลับไปสู่ยุคต้นศตวรรษที่ 20 ยุคที่บรรพบุรุษชาวจีนตอนใต้ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด ล่องเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดการแสดง ท่านจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ชมที่นั่งดูอยู่ห่างๆ แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว ด้วยรูปแบบการเดินชมไปตามฉากจำลองที่มีชีวิต สัมผัสความรู้สึกอาลัยริมท่าเรือโบราณเย่ว์กั่ง ก้าวขึ้นเรือสำเภา “ซุ่นไท่” ท่ามกลางละอองน้ำทะเลที่พัดกระทบใบหน้า เสียงคลื่นซัดสาด และแรงโคลงเคลงของพื้นเรือที่สมจริง ซาบซึ้งไปกับเรื่องราวของ “โพยก๊วน” หรือจดหมายพร้อมเงินส่งกลับบ้านของชาวจีนโพ้นทะเล อันเป็นสายใยผูกพันความรัก ความหวัง และคำสัญญาว่าจะกลับคืนสู่มาตุภูมิ ผสานมนต์เสน่ห์ศิลปะดั้งเดิมอย่างงิ้วเกอไจ่ซีและหุ่นกระบอกหมินหนาน กลิ่นอายความหลังอันอบอุ่นและทรงพลังนี้จะสร้างความประทับใจลึกซึ้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีสายเลือดของชาวจีน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12) รสสัมผัสแห่งความมงคลและมนต์เสน่ห์โต๊ะจีน น้ำซุปเป๋าฮื้อตุ๋น สำรับอาหารที่ถือเป็นหัวใจและสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์คงหนีไม่พ้น จานเด่นระดับตำนานแห่งดินแดนหมินหนาน ที่สืบทอดภูมิปัญญาการปรุงอาหารชั้นสูงจากรุ่นสู่รุ่น น้ำซุปสีทองอำพันที่ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างพิถีพิถันนานหลายชั่วโมงด้วยไฟอ่อน ผสานความหวานลึกซึ้งจากโครงไก่ กระดูกหมู กังป๋วย (หอยเชลล์แห้ง) และเครื่องยาสมุนไพรจีนสูตรดั้งเดิม ให้รสชาติที่กลมกล่อม นุ่มนวล ชุ่มคออย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยไม่มีความเลี่ยนแม้แต่น้อย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก WANDA REALM ZHANGZHOU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เมืองโบราณจางโจว - วัดหนานผู่โถว – สะพานเหยียนอู่ - เซียะเหมิน (สนามบินเซียะเหมินเกาฉี) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (TG611: 16:10 – 18.30)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
ย่างก้าวเข้าสู่อ้อมกอดแห่งกาลเวลา ณ เมืองโบราณจางโจว หัวใจทางวัฒนธรรมหมินหนานประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี บรรยากาศของที่นี่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความทรงจำกลิ่นอายหนานหยางที่คุ้นเคย สองข้างทางเรียงรายด้วยสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณก่อด้วยอิฐแดงและกระเบื้องโบราณ หลังคาโค้งปลายหางนกนางแอ่น ผสมผสานกลิ่นอายศิลปะตะวันตกและจีนดั้งเดิมอย่างลงตัว เดินลัดเลาะไปตามถนนสายประวัติศาสตร์อย่างถนนไต้หวัน และถนนฮ่องกง ท่านจะสะดุดตากับซุ้มประตูหินโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่แกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา แสงแดดยามเย็นทอดผ่านซอกตึก ขับเน้นสีแดงอิฐให้ดูอบอุ่น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชุมชนพื้นถิ่นที่ยังคงอยู่อาศัยจริง เสียงเคาะไม้จากโรงแสดงหุ่นกระบอกโบราณจางโจว เสียงพ่อค้าแม่ค้าพูดคุยด้วยสำเนียงภาษาหมินหนานอันเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวบะหมี่หลู่เมี่ยน, หอยทอดสไตล์หมินหนาน, ขนมหวานสี่กั่วทัง ตลอดจนร้านน้ำชาโบราณที่ส่งกลิ่นหอมของใบชาอูหลงคั่ว
สัมผัสจิตวิญญาณแห่งฮกเกี้ยน ณ วัดหนานผู่โถว ท่ามกลางร่มเงาของแมกไม้โบราณและขุนเขาอู่เหล่าเฟิง ที่โอบล้อม ศูนย์รวมจิตใจและหมุดหมายแห่งความศรัทธาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีนับแต่สมัยราชวงศ์ถัง สำหรับลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล วัดแห่งนี้เปรียบเสมือน “ท่าเรือแห่งจิตวิญญาณ” ที่บรรพบุรุษผู้ล่องสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลสู่สยามและดินแดนเอเชียอาคเนย์มักเข้ามากราบสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม เพื่อขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัยก่อนออกเดินทางไกล บรรยากาศภายในวัดอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของควันธูปไม้จันทน์ ผสานกับสายลมทะเลที่พัดผ่านยอดไม้ เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินเข้ามา จะพบกับสระบัวและสระปล่อยสัตว์น้ำ (บ่อเต่า) ทอดประกายระยิบระยับ ตัววิหารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบหมินหนานดั้งเดิม หลังคากระเบื้องสีส้มดินเผาตกแต่งลวดลายสันหลังคาแอ่นโค้งทรงหางนกนางแอ่น อันวิจิตร เมื่อเดินลึกขึ้นไปตามแนวผาหินแกรนิตด้านหลัง จะพบกับจารึกอักษรโบราณบนหน้าผาโดยเฉพาะตัวอักษรจีนคำว่า “佛” ( พระพุทธะ) สีแดงขนาดยักษ์สูงสง่า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
บ่าย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินเซี่ยะเหมินเกาฉี เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์การบินไทย (TG) พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
16.35 น. ออกเดินทางจาก สนามบินเซี่ยะเหมินเกาฉี สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย การบินไทย เที่ยวบินที่ TG611
มีบริการอาหารว่าง Snack box บนเครื่อง (รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
19.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ทัวร์จีน ทัวร์จีน

เงื่อนไขทัวร์จีน

** กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในโปรแกรมทัวร์จีน **
ทัวร์จีน

ทัวร์จีน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทัวร์จีน