สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์จีน
| วันที่ 1 | กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) 22.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน แอร์ไชน่า (CA) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาร |
| วันที่ 2 | กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) – ปักกิ่ง (สนามบินปักกิ่งแคปิตอล) (CA980 : 01.30 - 07.10) ต้าเหลียน (สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่ยจือ) (CA1605 : 09.40 - 10.55) – จัตุรัสซิงไห่ - ถนนโบราณตงกวน – ย่านถนนประวัต |
| วันที่ 3 | ต้าเหลียน – เวนิสแห่งทิศบูรพา (ไม่รวมค่าล่องเรือกอนโดลา) - นั่งรถรางเมืองต้าเหลียน – ท่าเรือประมงต้าเหลียน – ท่าเรือข้ามฟากอ่าวป๋อไห่ เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3) นำท่านสู |
| วันที่ 4 | เยียนไถ - ท่าเรือประมงเยียนไถ - ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว - เว่ยไห่ – ถนนคบเพลิงหมายเลข 8 - เรือบลูวิส 04.30 น. MORNING CALL จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนลงจากเรือ เดินทางถึง เมืองเยียนไถ ที่ซึ่งสายลมแห่ง |
| วันที่ 5 | ชิงเต่า – เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง – ถนนจงซาน - พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่า ท่านละ 1 แก้ว) - ถนนคนเดินไถตง - ชมแสงสีชายหาดหมายเลข 3 เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอา |
| วันที่ 6 | ชิงเต่า - จางชิว - เมืองโบราณหมิงสุ่ย – บ้านเกิดหลี่ชิงเจ้า – น้ำพุม่อเฉวียน - น้ำพุร้อยสาย – โรงทอผ้าตระกูลเมิ่ง + Workshop ช่างตีเหล็ก - โชว์เฉวียนซิ่ว เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| วันที่ 7 | จี่หนาน - ทะเลสาบต้าหมิง - ถนนโบราณชวี่สุ่ย - บ่อน้ำพุเสือดำ - ถนนคนเดินควนโฮ่วหลี่ – จี่หนาน (สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง) - กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) ) (SC8075 : 21.50-01.55+1) เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้อ |
| รอบเดินทาง | ราคาผู้ใหญ่ | ราคาเด็ก | ที่นั่งว่าง | สถานะ |
| 2026-10-26 - 2026-11-01 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-10-29 - 2026-11-04 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-02 - 2026-11-08 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-05 - 2026-11-11 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-09 - 2026-11-15 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-12 - 2026-11-18 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-16 - 2026-11-22 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-23 - 2026-11-29 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-25 - 2026-12-01 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-30 - 2026-12-06 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-02 - 2026-12-08 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-10 - 2026-12-16 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-14 - 2026-12-20 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-16 - 2026-12-22 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-23 - 2026-12-29 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-01-14 - 2027-01-20 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-02-22 - 2027-02-28 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-02-25 - 2027-03-03 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-03-01 - 2027-03-07 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-03-08 - 2027-03-14 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-03-11 - 2027-03-17 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-03-15 - 2027-03-21 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2027-03-18 - 2027-03-24 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
โปรแกรมการเดินทางทัวร์จีน
กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ)
22.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน แอร์ไชน่า (CA) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
(จำกัดสัมภาระสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่องท่านละ 1 ใบ และต้องมีน้ำหนักสัมภาระไม่เกิน 23 ก.ก. ** ไฟลท์เช็คทรู (Check-through) จะรับสัมภาระอีกครั้ง ณ สนามบินปลายทางเมืองต้าเหลียน)
กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) – ปักกิ่ง (สนามบินปักกิ่งแคปิตอล) (CA980 : 01.30 - 07.10) ต้าเหลียน (สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่ยจือ) (CA1605 : 09.40 - 10.55) – จัตุรัสซิงไห่ - ถนนโบราณตงกวน – ย่านถนนประวัติศาสตร์รัสเซีย
01.30 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินปักกิ่งแคปิตอล โดย แอร์ไชน่า (CA) เที่ยวบินที่ CA980 ** บริการอาหารร้อนหรือ SNACK BOX บนเครื่อง รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **
07.10 น. เดินทางถึง สนามบินปักกิ่งแคปิตอล แกนกลางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งความสมมาตร ปักกิ่งคือเมืองที่ได้รับการออกแบบขึ้นภายใต้ปรัชญาความสมดุลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และจักรวาล ด้วยประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกกว่า 3,000 ปี และการทำหน้าที่เป็นราชธานีของราชวงศ์โบราณถึง 6 ราชวงศ์ยาวนานกว่า 800 ปี เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปักกิ่งสะท้อนผ่าน **"เส้นแกนกลางประวัติศาสตร์" ซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เส้นแกนสมมตินี้ทอดตัวยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ เชื่อมโยงสถาปัตยกรรมพระราชวังหลวงโบราณ จัตุรัสอันกว้างใหญ่ และหอสักการะฟ้าดินเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบและสมมาตร สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องความมั่นคงและบารมีอันเกรียงไกรของจักรพรรดิในอดีตที่ยังคงแผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศจนถึงปัจจุบัน
จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองจากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่องในเที่ยวบินถัดไป
09.410 น. ออกเดินทางจาก สนามบินปักกิ่งแคปิตอล สู่ สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่ยจือโดย แอร์ไชน่า (CA) เที่ยวบินที่ CA1605 ** บริการอาหารร้อนหรือ SNACK BOX บนเครื่อง รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **
10.55 น. เดินทางถึง สนามบินต้าเหลียนโจวสุ่ยจือ ลมหายใจแห่งท้องทะเล และท่วงทำนองที่ตะวันตกบรรจบตะวันออก เมื่อเอ่ยถึง ต้าเหลียน ภาพที่ปรากฏในใจของผู้ที่เคยมาเยือนไม่ใช่ภาพของเมืองอุตสาหกรรมที่เร่งรีบ แต่เป็นภาพของเมืองท่าชายฝั่งที่อบอวลด้วยสายลมเย็นจากอ่าวป๋อไห่และทะเลเหลือง เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแดนเหนือ” และ “เมืองแห่งความโรแมนติก” ของประเทศจีน ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปอันวิจิตรและวิถีชีวิตริมทะเลแบบตะวันออกผสมผสานกันได้อย่างเปี่ยมเสน่ห์
ต้าเหลียนเป็นเมืองที่ค่อนข้างเยาว์วัยทว่ามีเบื้องหลังที่น่าหลงใหล เมืองนี้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จากหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่ได้รับการพลิกโฉมโดยสถาปนิกและวิศวกรชาวรัสเซียผู้หลงใหลในผังเมืองของฝรั่งเศส พวกเขาตั้งใจออกแบบเมืองนี้ให้มีลักษณะผังเมืองแบบรัศมีวงกลมที่แผ่ออกจากจัตุรัสกลางคล้ายกรุงปารีส ก่อนจะผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น และกลับคืนสู่ผืนแผ่นดินจีนในที่สุด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)
บ่าย ยินดีต้อนรับท่านสู่ต้าเหลียนด้วย จัตุรัสซิงไห่ แลนด์มาร์กอันเป็นสัญลักษณ์และหัวใจสำคัญของเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง จัตุรัสแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1997 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งเมืองต้าเหลียน และได้รับการบันทึกว่าเป็น จัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 1.76 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าจัตุรัสเทียนอันเหมินของปักกิ่งถึงสองเท่า! ที่นี่คือสถานที่ที่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่มาบรรจบกับความงดงามของธรรมชาติชายฝั่งทะเลได้อย่างลงตัว คุณจะได้สัมผัสสายลมทะเลอันสดชื่น ชมฝูงนกนางนวลที่บินว่อนเหนือผืนน้ำ และตื่นตาตื่นใจไปกับทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของสะพานข้ามทะเลซิงไห่เบย์ ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา นับเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางในต้าเหลียนที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
ย้อนเวลาสู่เสน่ห์ร้อยปีแห่งเมืองต้าเหลียน ก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์บน ถนนโบราณตงกวนย่านประวัติศาสตร์ที่เป็นดั่งภาพสะท้อนจิตวิญญาณและความทรงจำอันล้ำค่าของเมืองต้าเหลียน ย่านนี้ก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 โดยกลุ่มชาวซานตงที่อพยพข้ามทะเลมาตั้งถิ่นฐานและบุกเบิกย่านการค้าของชาวจีนท่ามกลางยุคอาณานิคม หลังจากผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์โครงสร้างดั้งเดิม ถนนโบราณตงกวนได้เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเต็มรูปแบบ กลายเป็นย่านประวัติศาสตร์สุดฮิปที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคของสถาปัตยกรรมอิฐแดงสไตล์ยุโรปและญี่ปุ่น เข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
ย้อนเวลาสู่ความโรแมนติกสไตล์ยุโรป ณ ถนนประวัติศาสตร์รัสเซีย เพียงแค่ก้าวข้ามสะพานเซิ่งลี่ ท่านจะรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองเก่าของรัสเซียในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถนนสายประวัติศาสตร์ที่มีความยาวประมาณ 430 เมตรเส้นนี้ ถือเป็นถนนสายแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองต้าเหลียน ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงที่จักรวรรดิรัสเซียเข้ามาเช่าพื้นที่และวางผังเมือง ตลอดสองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารสไตล์รัสเซียดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมยุโรปกว่า 38 หลัง โดดเด่นด้วยหลังคาทรงโดมหัวหอม ผนังอิฐสีแดง และลวดลายแกะสลักไม้อันประณีต ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง พิพิธภัณฑ์ศิลปะต้าเหลียน อาคารสไตล์วิกตอเรียน-บาวาเรียนแสนสวยที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนน และ อดีตศาลากลางเมืองดาลนีที่ปลายถนน ซึ่งพร้อมจะเปลี่ยนภาพถ่ายของคุณให้กลายเป็นโปสการ์ดจากยุโรปในทันที
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก DALIAN ORANGE CRYSTAL ZHONGSHAN SQUARE หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ต้าเหลียน – เวนิสแห่งทิศบูรพา (ไม่รวมค่าล่องเรือกอนโดลา) - นั่งรถรางเมืองต้าเหลียน – ท่าเรือประมงต้าเหลียน – ท่าเรือข้ามฟากอ่าวป๋อไห่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
นำท่านสู่ เวนิสแห่งทิศบูรพา แลนด์มาร์กสุดโรแมนติกใจกลางเขตธุรกิจตงกั่ง เมืองท่าต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง สถานที่แห่งนี้ถูกเนรมิตขึ้นบนพื้นที่ทางน้ำยาวกว่า 4 กิโลเมตร โดยจำลองสถาปัตยกรรมคลาสสิกของเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มารวมไว้ได้อย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นคลองส่งน้ำ สะพานหินทรงโค้ง หรือจัตุรัสเซนต์มาร์กจำลองที่มีฝูงนกพิราบโบยบิน ในยามเย็น แสงอาทิตย์อัสดงจะสะท้อนผืนน้ำเป็นสีส้มทอง ก่อนที่ไฟประดับสีอบอุ่นตามตัวตึกจะค่อยๆ สว่างขึ้น เปลี่ยนเมืองน้ำแห่งนี้ให้กลายเป็นดินแดนเทพนิยายที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกและมนต์สะกด
ย้อนเวลาไปกับ รถรางโบราณเมืองต้าเหลียน พาท่านเดินทางข้ามกาลเวลาไปสัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองต้าเหลียน ก้องกังวาลด้วยเสียงระฆังกังวานใสและเสียงกึกกักของล้อเหล็กที่บดไปตามรางรถไฟท่ามกลางตึกสูงระฟ้า คือท่วงทำนองแห่งอดีตที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในเมืองต้าเหลียนมานานกว่าศตวรรษ (เปิดให้บริการครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909) รถรางประจำเมืองไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสาธารณะทั่วไป แต่เปรียบเสมือน "พิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่" ที่ค่อยๆ พานักเดินทางลัดเลาะผ่านย่านเมืองเก่า ภายในตัวรถกรุด้วยไม้แท้โทนสีอบอุ่น มีโคมไฟเพดานสไตล์ตะวันตกย้อนยุค และราวจับทองเหลืองสีน้ำตาลทอง ให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ย้อนยุค เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)
บ่าย นำท่านสัมผัสเสน่ห์ยุโรปคลาสสิกริมอ่าวป๋อไห่ สู่ ท่าเรือประมงต้าเหลียน ดินแดนที่กลิ่นอายความโรแมนติกแบบยุโรปโคจรมาพบกับวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิมอย่างลงตัว ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสวนมหาสมุทรเหล่าหู่ทาน การออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์นิวอิงแลนด์ของสหรัฐอเมริกาและท่าเรือประมงซานฟรานซิสโก ท่าเรือแห่งนี้โดดเด่นด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลสีสันพาสเทลสะดุดตา ตั้งเรียงรายตัดกับสีครามของน้ำทะเลและเรือประมงเหล็กที่จอดทอดสมออยู่ริมฝั่ง สวรรค์ของนักเดินทาง นำท่านอิสระเดินทอดน่อง หรือจะเลือกจิบกาแฟอุ่น ๆ ชมฝูงนกนางนวลที่บินร่อนไปมา และสัมผัสสายลมทะเลโชย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือต้าเหลียน เพื่อโดยสารเรือข้ามฟากอ่าวป๋อไห่
ที่พัก BOHAI OVERNIGHT CRUISE
<br>ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
<br>ห้องพักลักษณะเป็นเตียงคู่ 2 ชั้น ความสะอาดอยู่ในระดับมาตรฐาน มีอุปกรณ์พื้นฐานให้ เช่น หมอน ผ้าห่ม ผืนเล็ก และสบู่ ระบบเข้าห้อง ใช้ QR Code จากตั๋วสแกนเข้าห้อง (ระบบล็อคอัตโนมัติ) หากต้องการใช้คีย์การ์ดจะต้องนำพาสปอร์ตไปลงทะเบียนที่ล็อบบี้ชั้น 7
กระเป๋าสัมภาระ แนะนำให้แยกชุดสำหรับเปลี่ยนและของใช้จำเป็น (แปรงสีฟัน, ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่หากต้องการ) ใส่กระเป๋าใบเล็กแยกออกมา เนื่องจากขั้นตอนขึ้นเรือต้องยกกระเป๋าขึ้นรถบัสและขึ้นลิฟต์ด้วยตัวเอง เพื่อความสะดวกไม่ควรใช้กระเป๋าใบใหญ่เกินไป
<br>ระยะเวลา เรือจะออกจากท่าประมาณ 22:20 น. ถึงต้าหลียนประมาณ 06.00 น. – 07.00 น. และจะมีพนักงานปลุกตั้งแต่ 04:30 น. แนะนำให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่ตั้งแต่วันก่อนเดินทาง
<br>ขั้นตอนการขึ้นเรือ
<br> 1. ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและสแกนกระเป๋ามีแถวที่ยาวและใช้เวลา (โดยจะเริ่ม Standby ตั้งแต่ 20:30 น.) หลังจากสแกนตั๋วครั้งที่ 2 คณะจำเป็นต้องขึ้นรถบัสของท่าเรือเพื่อวิ่งเข้าสู่ตัวเรือ (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) โดยลูกค้าจะต้องยกกระเป๋าสัมภาระขึ้น-ลงรถด้วยตัวเอง
<br> 2. พื้นที่ส่วนกลาง
<br> มีโซนดูหนัง ห้องอาหารและบาร์บนเรือจะปิดให้บริการเวลา 23:00 น. แนะนำให้พกขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่มส่วนตัวติดตัวไว้
การเช็คเอาท์ พนักงานจะเริ่มเคาะประตูปลุกประมาณ 04:30 - 05:00 น. เพื่อเตรียมตัวลงเรือ
เยียนไถ - ท่าเรือประมงเยียนไถ - ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว - เว่ยไห่ – ถนนคบเพลิงหมายเลข 8 - เรือบลูวิส
04.30 น. MORNING CALL จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนลงจากเรือ
เดินทางถึง เมืองเยียนไถ ที่ซึ่งสายลมแห่งตำนานและกลิ่นอายไวน์บรรจบกับคลื่นทะเล ณ ปลายสุดของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน เมืองที่ไม่เพียงแต่มีชายหาดสีทองทอดยาวสุดสายตา แต่ยังเป็นดินแดนที่ทุกอณูของอากาศอบอวลไปด้วยเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ ตำนานลี้ลับ และกลิ่นหอมจรุงของไวน์ชั้นเลิศ ชื่อของเมือง "เยียนไถ" แปลตรงตัวว่า "หอควัน" ซึ่งมีที่มาจากหอสังเกตการณ์ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อจุดไฟให้สัญญาณควันเตือนภัยจากโจรสลัดในทะเล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
เริ่มต้นเช้าวันใหม่สู่ ท่าเรือประมงเยียนไถ สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของประเทศจีนที่ผสมผสานกลิ่นอายความโรแมนติกสไตล์ยุโรปเข้ากับวิถีชีวิตริมชายฝั่งทะเลเหลืองได้อย่างลงตัว ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรธรรมชาติที่ยื่นออกไปในทะเล ทำให้มีทัศนียภาพที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลถึงสามด้าน โดดเด่นด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์วิกตอเรียนและจอร์เจียนหลากสีสัน จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองเทพนิยายริมทะเล" ที่พร้อมสะกดสายตานักเดินทางทุกคนด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาด
นำท่านเช็คอินกับ ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว ท่ามกลางผืนทรายสีทองละเอียดที่ทอดยาวของชายหาดจินซาทาน งานศิลปะชิ้นเอกที่สะกดสายตาและดึงดูดใจผู้คนจากทั่วโลกทอดตัวอยู่อย่างสงบนิ่งริมชายฝั่งอ่าวป๋อไห่ ผลงานประติมากรรมทองแดงรูปวาฬสีน้ำเงินขนาดมหึมาที่ดูราวกับกำลังเกยตื้นอย่างโดดเดี่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยความสงบ ความหวัง และการรอคอย ประติมากรรมชิ้นนี้ออกแบบโดยศาสตราจารย์สง ซื่อเทา และศาสตราจารย์หลี่ เจิน จากสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติจีน (CAFA) ตัววาฬถูกออกแบบให้ลำตัวครึ่งหนึ่งจมลงไปในผืนทราย และหางชี้ขึ้นฟ้าคล้ายกำลังจะพลิกตัวลงสู่ผืนน้ำ ด้านในของตัววาฬได้รับการออกแบบให้โปร่งโล่งและซ่อนเครื่องเล่นปีนป่ายรวมถึงสไลเดอร์สำหรับเด็กเอาไว้ เปลี่ยนนิยามของ "ความโดดเดี่ยว" ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขและเสียงหัวเราะของครอบครัวได้อย่างน่าอัศจรรย์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7)
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเว่ยไห่ (ระยะทาง 69 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองท่วงทำนองแห่งขุนเขา สายลม และปราการโรแมนติกริมชายฝั่งตะวันออก หากเปรียบมณฑลซานตงเป็นบทกวีบทใหญ่ เมือง เมืองเวยไห่ย่อมเป็นวรรคทองที่พรรณนาถึงความสงบงามและเสรีภาพของท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เมืองท่าชายฝั่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของคาบสมุทรซานตงแห่งนี้ ถูกโอบล้อมด้วยผืนน้ำสีครามของทะเลเหลืองถึงสามด้าน และเป็นจุดที่ผืนแผ่นดินจีนขยับเข้าใกล้คาบสมุทรเกาหลีมากที่สุด ส่งผลให้เวยไห่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่ผสมผสานอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองชายทะเลที่สะอาดบริสุทธิ์จนได้รับการยกย่องจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ชื่อของเมืองมีรากเหง้าอันทรงเกียรติยศมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1398 ในยุคราชวงศ์หมิง เมื่อครั้งที่ถูกสถาปนาขึ้นเป็น "เวยไห่เว่ย" ซึ่งมีความหมายอันเกรียงไกรว่า "ปราการผู้พิทักษ์ความเกรงขามแห่งท้องทะเล" เพื่อปกป้องชายฝั่งจากการรุกรานของโจรสลัด และในเวลาต่อมา ที่นี่ได้กลายเป็นอู่กำเนิดของกองทัพเรือเป่ยหยางอันทันสมัยยุคแรกของจีน
นำท่านเดินทางสู่ แลนด์มาร์กสุดโรแมนติกแห่งเมือง ณ ถนนคบเพลิงหมายเลขแปด ถนนสายสั้นๆ ความยาวประมาณ 800 เมตรนี้ ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น คามาคุระแห่งเมืองจีน ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเนินลาดชันจากทิศใต้ลงสู่ทิศเหนือ เมื่อคุณเดินจากยอดเนินลงไป ภาพของน้ำทะเลสีน้ำเงินครามของอ่าวป๋อไห่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างช้าๆ ราวกับภาพวาดในแอนิเมชันญี่ปุ่นที่หลุดออกมาในโลกความจริง สองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารสไตล์ตะวันตกสีพาสเทลหวานละมุน ร้านกาแฟสุดชิค และล่าสุดยังมีประติมากรรม พระจันทร์เหนือทะเล ขนาดใหญ่ถึง 6 เมตร ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งเพื่อส่องแสงนวลตาในยามค่ำคืน เสน่ห์ของที่นี่ไม่เคยเลือนหาย ไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูร้อนที่สดใส หรือฤดูหนาวที่มีหิมะโปรยปรายตัดกับน้ำทะเลสีเข้ม
นำท่านเช็คอินที่รู้สึกแปลกใหม่ไม่เหมือนใครก็คือ เรือบูลวิส อัญมณีลับแห่งชายฝั่งหรงเฉิง เมืองเว่ยไห่ เรือบูลวิส เป็นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามาขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นในปี 1985 เดิมทีมีกำหนดเดินทางไปปรับปรุงที่ท่าเรือหลงเหยียน แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 พายุไต้ฝุ่นได้พัดพากระแสน้ำและลมแรงจนทำให้เรือลำนี้เสียหลักและเกยตื้นอยู่บริเวณแนวชายฝั่งอย่างถาวร เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการกู้เรือและซ่อมแซมนั้นสูงเกินกว่ามูลค่าที่เหลืออยู่ เจ้าของเรือจึงตัดสินใจละทิ้งเรือลำนี้ไว้ ณ ที่แห่งนี้ ทว่า... ความเงียบเหงาและรอยสนิมเกาะกรังบนเรือเหล็กขนาดยักษ์ที่จอดนิ่งอยู่กลางทะเลสีคราม กลับสร้างเสน่ห์อันน่าทึ่ง ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์วันสิ้นโลก ภาพของเรือยักษ์ผู้โดดเดี่ยวตัดกับเกลียวคลื่นสีขาวและฝูงนกนางนวลที่บินวนรอบๆ ได้กลายมาเป็นแลนด์มาร์กสุดโรแมนติกที่ดึงดูดใจนักเดินทางและช่างภาพจากทั่วโลกให้มาเยือนเพื่อเก็บภาพความทรงจำอันน่าประทับใจ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก WEIHAI BRIGHT RADIANCE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ชิงเต่า – เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง – ถนนจงซาน - พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่า ท่านละ 1 แก้ว) - ถนนคนเดินไถตง - ชมแสงสีชายหาดหมายเลข 3
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองชิงเต่า (ระยะทาง 201 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ที่ซึ่งลมหายใจแห่งยุโรปและจิตวิญญาณจีนบรรจบกันริมฝั่งทะเลเหลือง ในมณฑลซานตงอันกว้างใหญ่ มีนครแห่งหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทวีปยุโรปแห่งทิศบูรพา” เมืองนั้นคือ “ชิงเต่า” ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองท่าที่สำคัญ แต่เป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิตซึ่งวาดแต่งด้วยสีสันของประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง วัฒนธรรมที่ผสมผสาน และทิวทัศน์ชายทะเลที่งดงามจับใจ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของชิงเต่าถือกำเนิดจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชิงเต่าซึ่งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ได้กลายเป็นเขตเช่าของเยอรมนี แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียง 16 ปี แต่ชาวเยอรมันได้วางรากฐานเมืองสมัยใหม่ไว้อย่างมั่นคง ทั้งระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทางที่กว้างขวาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่ยังคงงดงามมาจนถึงทุกวันนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)
บ่าย นำท่าน เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน เริ่มต้นที่ ตรอกกว่างซิงหลี่ จุดเช็คอินสุดฮิปแห่งชิงเต่าที่ลมหายใจแห่งอดีตยังมีชีวิต ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ "หลี่-ย่วน" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน
ไม่ไกลจากตรอกกว่างซิ่ง จะเป็นที่ตั้งของ ถนนจงซาน ย้อนเวลาสู่หัวใจแห่งชิงเต่า กลิ่นอายยุโรปบนถนนสายประวัติศาสตร์ ถนนสายที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตซึ่งบันทึกเรื่องราวกว่าศตวรรษของเมืองชิงเต่า ในฐานะ "จุดเช็คอินยอดฮิต" ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ถนนสายนี้คือศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน การได้เดินทอดน่องไปบนถนนจงซานเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปในยุคที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเริ่มหลอมรวมกัน
เข้าสู่ใจกลางเมืองเก่าชิงเต่าพบกับ อาสนวิหาร โบสถ์เซนต์ไมเคิล หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "เทียนจู่เจี้ยวถัง" (โบสถ์คาทอลิก) ที่ตั้งตระหง่านดุจปราสาทในเทพนิยาย ด้วยหอคอยแฝดสไตล์โกธิกและโรมาเนสก์ที่สร้างขึ้นในปี 1934 สถาปัตยกรรมเยอรมันแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ แต่ยังเป็นฉากหลังสุดโรแมนติกที่คู่รักนิยมมาถ่ายภาพแต่งงานมากที่สุดแห่งหนึ่งในชิงเต่า เสียงระฆังที่ดังกังวานทุกชั่วโมงเสริมสร้างบรรยากาศให้พื้นที่โดยรอบเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังและกลิ่นอายแบบยุโรปโบราณ
นำท่านเปิดประตูสู่ตำนานเบียร์ร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ก้าวเข้าสู่โลกแห่งฟองเบียร์และประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวาที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ถือเป็นจุดกำเนิดของเบียร์ที่โด่งดังที่สุดของจีน ที่ซึ่งได้รับมรดกทางวัฒนธรรมจากเยอรมันเมื่อปี 1903 ได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมจีนอย่างลงตัว เดินย้อนเวลาไปในอาคารอิฐแดงเก่าแก่สไตล์โกธิค สัมผัสกลิ่นหอมของมอลต์และฮอปส์ที่อบอวลไปทั่ว พร้อมชมเครื่องจักรต้มเบียร์ทองแดงขนาดยักษ์ที่เคยใช้งานจริง และปิดท้ายทริปด้วยการชิมเบียร์สดๆ ที่ส่งตรงจากถังหมัก เป็นประสบการณ์ที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสและจะทำให้คุณหลงรักเมืองชิงเต่ามากยิ่งขึ้น
แน่นอน... ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือการ ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่าสด (ท่านละ 1 แก้ว) รสชาติต้นตำรับที่ส่งตรงจากถังบ่ม สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา จะมีเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการแทน
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินไถตง หัวใจแห่งการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืนของชิงเต่า ศูนย์กลางการค้าที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตลาดอันเป็นเหมือนเวทีขนาดใหญ่ที่จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เทรนด์แฟชั่นล่าสุด และที่สำคัญที่สุดคือ สวรรค์ของอาหารสตรีทฟู้ดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วบริเวณ ตามแผนการเดินทางของคุณ นี่คือช่วงเวลาอิสระที่คุณจะได้ปลดปล่อยความเป็นนักช้อปและนักชิมในตัวคุณให้เต็มที่ ท่ามกลางแสงไฟนีออนหลากสีสันและพลังงานที่ไม่เคยหลับใหลของชาวเมืองชิงเต่า
เย็น อิสระอาหารเย็น ณ ถนนคนเดินไถตง
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก QINGDAO SCO LANYUN INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ชิงเต่า - จางชิว - เมืองโบราณหมิงสุ่ย – บ้านเกิดหลี่ชิงเจ้า – น้ำพุม่อเฉวียน - น้ำพุร้อยสาย – โรงทอผ้าตระกูลเมิ่ง + Workshop ช่างตีเหล็ก - โชว์เฉวียนซิ่ว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 12)
นำท่านเดินทางเข้าสู่ดินแดนที่ประวัติศาสตร์และธรรมชาติไหลร้อยรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ณ เมืองจางชิว (ระยะทาง 313 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เขตปกครองอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของนครจี่หนาน มณฑลซานตง ดินแดนแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นอู่อารยธรรมโบราณ "หลงซาน" เจ้าของเครื่องปั้นดินเผาสีดำเนื้อบางดุจเปลือกไข่อันเลื่องชื่อยุคก่อนประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ซุกซ่อนความโรแมนติกและจิตวิญญาณแห่งช่างฝีมือเอาไว้อย่างลึกซึ้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 13)
บ่าย นำท่านเข้าชม เมืองโบราณแห่งสายน้ำอันงดงามที่สุดในเจียงเป่ย สู่ เมืองโบราณหมิงสุ่ย ท่านจะได้สัมผัสกับสมญานาม "เมืองสายน้ำแห่งแดนเหนือที่งดงามที่สุด" ภาพของกำแพงอิฐสีเทาโบราณ สะพานหินโค้งทอดข้ามลำคลอง และบ้านเรือนสไตล์จีนดั้งเดิมที่มีสายน้ำใสสะอาดผุดขึ้นจากใต้ดินไหลผ่านหน้าบ้าน จะทำให้ท่านรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ที่นี่คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความอ่อนช้อยโรแมนติกของเมืองริมน้ำทางตอนใต้ (เจียงหนาน) เข้ากับความโอ่อ่า สง่างาม และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมทางตอนเหนือ เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองโบราณแห่งนี้ คุณจะได้เดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการตามรอย "หลี่ชิงจ้าว" กวีหญิงผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ณ บ้านเกิดของเธอ ดื่มด่ำความมหัศจรรย์ของน้ำพุธรรมชาติอย่าง น้ำพุโม่เฉวียน ที่พุ่งขึ้นมาอย่างทรงพลังจนดูเหมือนน้ำหมึกสีเข้มแต่กลับใสสะอาดบริสุทธิ์ น้ำพุโม่เฉวียนพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกหินปูนใต้ดินลึกด้วยกำลังมหาศาล ส่งเสียงน้ำไหลซัดสาดดังกึกก้องประดุจเสียงฟ้าร้อง ด้วยความลึกของบ่อบวกกับเงาสะท้อน ผิวน้ำจึงดูใสสะอาดจนเป็นสีเขียวเข้มอมดำขลับคล้ายน้ำหมึก อันเป็นที่มาของชื่อ "โม่เฉวียน" (น้ำพุหมึก) และ น้ำพุร้อยสาย
จากนั้นเปิดประสบการณ์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ โรงทอผ้าตระกูลเมิ่ง "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ซึ่งสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของจีน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากตระกูลเมิ่ง ผู้ก่อตั้ง "รุ่ยฝูเสียง" แบรนด์ผ้าไหมอายุกว่าร้อยปีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ที่นี่คุณจะได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งพ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ตามวิถีขงจื๊อ ชมการสาธิตเครื่องทอผ้าไม้แบบโบราณที่ยังคงส่งเสียงขับขานเบาๆ และ โรงตีเหล็กโบราณ ที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางกลิ่นอายของเตาเผาถ่านหินอันร้อนแรง จากตำนานอันเลื่องลืออย่าง "ช่างตีเหล็กจางชิวเลื่องลือไปทั่วหล้า" และ "กระทะเหล็กจางชิว" อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ต้องผ่านการตีด้วยมืออย่างประณีตถึง 36,000 ครั้ง จนได้พื้นผิวเรียบเนียนเป็นเงาราวกับกระจกโดยไม่ต้องเคลือบสารเคมีใด ๆ
ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนอันแสนโรแมนติกด้วย เฉวียนซิ่ว การแสดงแสงสีเสียงและน้ำพุดนตรีสุดอลังการที่จะเนรมิตค่ำคืนของคุณให้เต็มไปด้วยความทรงจำอันงดงาม การแสดงนี้ใช้ฉากหลังเป็นกำแพงเมืองโบราณอันสง่างามและหยิบยก "สายน้ำพุธรรมชาติ" ซึ่งเป็นจิตวิญญาณอันมีชีวิตชีวาของเมืองแห่งนี้มาเป็นตัวเอกหลัก โดยผสมผสานศิลปะการร่ายรำแบบจีนคลาสสิก ดนตรีบรรเลงอันไพเราะ เทคโนโลยีม่านน้ำพุ แสงเลเซอร์สีสันตระการตา และการแสดงโดรนแปรอักษรบนท้องฟ้า (เช่น โดรนรูปนกฟีนิกซ์สยายปีกพ่นไฟ) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของหมีแพนด้าสมบัติชาติ เรื่องราวลี้ลับจากตำนานโป๊ยเซียน และจิตวิญญาณแห่งกวีหญิงชื่อดังแห่งยุคราชวงศ์ซ่ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก MINGSHUI ANCIENT YIANYUE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
จี่หนาน - ทะเลสาบต้าหมิง - ถนนโบราณชวี่สุ่ย - บ่อน้ำพุเสือดำ - ถนนคนเดินควนโฮ่วหลี่ – จี่หนาน (สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง) - กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) ) (SC8075 : 21.50-01.55+1)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 15)
พาทุกท่านไปสัมผัสกับหัวใจแห่ง "เมืองแห่งสายน้ำพุ" ณ ทะเลสาบต้าหมิง อัญมณีเม็ดงามใจกลางเมืองจี่หนานที่รวบรวมเอาความงามทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์นับพันปีมารวมไว้ในที่เดียว ทะเลสาบต้าหมิงเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจี่หนาน ความมหัศจรรย์ของทะเลสาบแห่งนี้คือการเป็นจุดรวมของน้ำพุธรรมชาติสายต่างๆ ทั่วเมือง ทำให้น้ำในทะเลสาบมีความใสสะอาดและมีระดับน้ำที่คงที่ตลอดทั้งปี ภาพของทิวต้นหลิวที่ลู่ลมโอบล้อมผืนน้ำกว้างใหญ่ และดอกบัวหลวงที่ชูช่อเบ่งบานในช่วงฤดูร้อน เป็นภาพจำที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับกวีและศิลปินจีนมาหลายยุคหลายสมัย รวมถึง มาร์โก โปโล (Marco Polo) นักเดินทางระดับโลกที่เคยมาเยือนและยกย่องความงดงามของสถานที่แห่งนี้
นำทุกท่านก้าวเข้าสู่ ถนนชวีสุ่ย ตรอกซอกซอยโบราณที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ถนนสายนี้คือภาพสะท้อนจิตวิญญาณอันแท้จริงของเมืองจี่หนาน ภายใต้คำจำกัดความสุดคลาสสิกที่ว่า "ทุกบ้านมีน้ำพุ ทุกครัวเรือนมีต้นหลิว" ลำธารใสสะอาดที่ไหลมาจากน้ำพุธรรมชาติจะขนานไปกับถนนหินแกรนิตโบราณ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนดั้งเดิมหลังคากระเบื้องสีดำและกำแพงสีขาว มีกิ่งหลิวสีเขียวชอุ่มลู่ลมอย่างอ่อนช้อย ภาพของชาวเมืองที่ยังคงมาตักน้ำ ซักผ้า หรือนั่งจิบชาริมน้ำพุอย่างเป็นกันเอง เป็นความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและโรแมนติกอย่างที่สุด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 16)
บ่าย นำท่านเข้าชม จิตวิญญาณแห่งเมืองน้ำพุจี่หนาน บ่อน้ำพุเสือดำ เปรียบเสมือนหัวใจและจิตวิญญาณที่สะท้อนวิถีชีวิตอันแท้จริงของชาวเมืองนี้ บ่อน้ำพุแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคูเมืองโบราณ น้ำพุธรรมชาติแห่งนี้มีอัตราการพุ่งของน้ำแรงเป็นอันดับสองในบรรดาน้ำพุที่มีชื่อเสียงทั้ง 72 สายของจี่หนาน ไฮไลต์อันเป็นเอกลักษณ์คือภาพของน้ำแร่ธรรมชาติใสบริสุทธิ์ราวกับมรกตที่พวยพุ่งอย่างทรงพลังออกจากปากรูปปั้นหัวเสือหินแกะสลัก 3 หัวไหลลงสู่สระน้ำสี่เหลี่ยมด้านล่าง เสียงน้ำที่ไหลผ่านถ้ำหินปูนธรรมชาติซัดกระทบโขดหิน ผสานกับเสียงลมที่ก้องอยู่ในถ้ำเกิดเป็นเสียงคำรามทุ้มต่ำคล้ายเสียงเสือคำราม อันเป็นที่มาของชื่อ "บ่อน้ำพุเสือดำ" ท่ามกลางทิวทัศน์ของต้นหลิวที่ลู่ลม สะพานหินโบราณ และวิถีชีวิตของชาวเมือง
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินควานโฮ่วหลี่ ตรอกโบราณสุดฮิปใจกลางเมืองจี่หนาน มณฑลซานตง ที่ซึ่งกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองกว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง ได้หลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่างลงตัวที่สุด คำว่า ”ควาน” แปลว่า ความกว้างขวางโอบอ้อมอารี และ "โฮ่ว" แปลว่า ความเมตตากรุณาอันเปี่ยมล้น ชื่ออันเป็นมงคลนี้สะท้อนถึงนิสัยใจคอของชาวจี่หนานที่มีความโอบอ้อมอารีและยินดีต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างถิ่นเสมอมา ปัจจุบันย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับการบูรณะใหม่อย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ทั้งกำแพงอิฐสีเทา หลังคากระเบื้องสีเข้ม และลานสไตล์สี่ประสาน แต่ภายในกลับคึกคักไปด้วยร้านอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟ บาร์สุดชิค และงานศิลปะร่วมสมัย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 23 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
21.55 น. ออกเดินทางจาก สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SC4079
01.50 น. +1 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ




























































