สถานที่ท่องเที่ยวทัวร์จีน
| วันที่ 1 | กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – ฉางซา (สนามบินฉางซาหวงฮัว) (FD480 : 07:50 - 12:10) – อาณาจักรขนม ร้านขายขนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก – ถนนคนเดินหวงซิงลู่ – ตึก IFS x POP MART – ฉางเต๋อ 04.30 น. พร้อมกันที่ สนาม |
| วันที่ 2 | ฉางเต๋อ - ล่องเรือทะเลสาบต้นหลิว – ถนนคนเดินต้าเสี่ยวเหอเจีย – เมืองโบราณเฟิ่งหวง - ถนนคนเดินสือป้าน - สะพานสายรุ้ง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3) นำท่านล่องเรือ ณ ผืนน้ำที่ |
| วันที่ 3 | วันที่สาม จี๋โส่ว - เฮ่อเฟิง - แกรนด์แคนยอนผิงซาน (รวมล่องเรือไปกลับ) - เซวียนเอิน – ล่องเรือแพมังกร เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6) นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮ่อเฟิง (ระยะทาง 3 |
| วันที่ 4 | อุทยานด่านประตูสิงห์ + นั่งรถเปิดประทุนข้ามสะพานไม้ล้อคลื่น - เอินซือ – อิสระช้อปปิ้งเมืองลูกสาว เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9) นำท่านเดินทางสู่ อุทยานด่านประตูสิงห์หรืออุทย |
| วันที่ 5 | เอินซือ - ฉงชิ่ง (โดยรถไฟความเร็วสูง) – สถานีรถไฟทะลุตึก - ตรอกโบราณบันได 18 ขั้น - ชมวิวกลางคืน ณ ย่านหงหยาต้ง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9) นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเอิน |
| วันที่ 6 | ช้อปปิ้งถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเป่ย - หอศิลป์แห่งฉงชิ่ง – ตรอกโบราณเซี่ยฮ่าวหลี่ - ฉงชิ่ง (สนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย) - กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) (FD553 : 18:55 – 21.00) เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภ |
| รอบเดินทาง | ราคาผู้ใหญ่ | ราคาเด็ก | ที่นั่งว่าง | สถานะ |
| 2026-10-22 - 2026-10-27 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-10-24 - 2026-10-29 | 23,888.- | 23,888.- | 25 | จอง |
| 2026-10-29 - 2026-11-03 | 23,888.- | 23,888.- | 25 | จอง |
| 2026-10-31 - 2026-11-05 | 23,888.- | 23,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-07 - 2026-11-12 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-14 - 2026-11-19 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-21 - 2026-11-26 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-11-28 - 2026-12-03 | 24,888.- | 24,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-05 - 2026-12-10 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
| 2026-12-10 - 2026-12-15 | 25,888.- | 25,888.- | 25 | จอง |
โปรแกรมการเดินทางทัวร์จีน
กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – ฉางซา (สนามบินฉางซาหวงฮัว) (FD480 : 07:50 - 12:10) – อาณาจักรขนม ร้านขายขนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก – ถนนคนเดินหวงซิงลู่ – ตึก IFS x POP MART – ฉางเต๋อ
04.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 3 ประตู 1 โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ไทย แอร์เอเชีย (FD) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ
07.50 น. ออกเดินทางจาก สนามบินดอนเมือง สู่ สนามบินฉางซาหวงฮัว โดย สายการบินไทยแอร์เอเชีย (FD) เที่ยวบินที่ FD480
หมายเหตุ: เที่ยวบินนี้ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มรวมอยู่ในค่าตั๋วโดยสาร อย่างไรก็ตาม สายการบินมีบริการจำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวบนเที่ยวบิน ท่านสามารถเลือกซื้อได้จากพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ทั้งนี้ รายการสินค้าและราคาขึ้นอยู่กับที่สายการบินกำหนด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเที่ยวบิน
12.10 น. เดินทางถึง สนามบินฉางซาหวงฮัว เมืองฉางซา เสน่ห์อันร้อนแรงของเมืองแห่งความสุขและแสงสีที่ไม่เคยหลับใหล หากประเทศจีนตอนกลางคือดินแดนแห่งอารยธรรมอันรุ่งเรือง "ฉางซา" เมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ก็เปรียบเสมือนชีพจรที่เต้นอย่างทรงพลังและมีสีสันที่สุด เมืองนี้ไม่ใช่เพียงแค่จุดผ่านทางเพื่อไปสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น เป็นพื้นที่ที่อารยธรรมโบราณกว่า 3,000 ปีของแคว้นฉู่ มาบรรจบกับวิถีชีวิตสุดล้ำของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน "เมืองที่ผู้คนมีความสุขที่สุดในประเทศจีน" ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัส
หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านออกเดินทางสู่ภัตตาคาร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)
นำท่านสู่ อาณาจักรขนมขบเคี้ยว ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ปลุกความตื่นเต้นและเติมเต็มจินตนาการในวัยเด็กของ เมกาสโตร์สุดอลังการใจกลางเมืองฉางซา ที่เพิ่งได้รับการบันทึกสถิติโลกโดยกินเนสส์บุ๊ค ให้เป็น ร้านขายขนมขบเคี้ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา เป็น "ธีมพาร์คในร่มสำหรับคนรักขนม" ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 13,000 ตารางเมตร (ใหญ่เท่ากับสนามบาสเกตบอล 30 สนามรวมกัน!) ภายในรวบรวมขนมขบเคี้ยวสารพัดชนิดกว่า 35,000 รายการ จาก 6,500 แบรนด์ดังทั่วโลก และครอบคลุมกว่า 70 ประเทศ มีคำเปรียบเปรยแสนน่ารักว่า "หากคุณชิมขนมที่นี่วันละ 1 ชนิด คุณจะต้องใช้เวลาเกือบศตวรรษ (ประมาณ 96 ปี) ถึงจะชิมได้ครบทั้งหมด!"
สัมผัสกับชีพจรที่แท้จริงของเมือง ณ ถนนคนเดินหวงซิงลู่ ถนนคนเดินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษแห่งนี้เปรียบเสมือน "จิตวิญญาณของชาวฉางซา" ตลอดระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ท่านจะได้พบกับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างตึกรามบ้านช่องสไตล์โบราณและอาคารพาณิชย์อันทันสมัย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่ส่องประกายยามค่ำคืน เสียงดนตรีจากศิลปินเปิดหมวก และกลิ่นอายความหอมของสตรีทฟู้ดท้องถิ่นที่ลอยมาตามลม ยิ่งไปกว่านั้น ถนนสายนี้ยังเชื่อมต่อโดยตรงกับห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่างตึก IFS และร้านของเล่นศิลปะระดับโลกอย่าง POP MART ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักช้อปและสายกินอย่างจุใจ
นำท่านเดินทางสู่ เมืองฉางเต๋อ (ระยะทาง 168 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน เปรียบเสมือนภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่มีชีวิต ในอดีตฉางเต๋อมีชื่อว่า อู่หลิง เมืองหน้าด่านสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อมณฑลหูหนานเข้ากับเสฉวนและกุ้ยโจว ทว่าสิ่งที่ทำให้เมืองนี้ตราตรึงใจผู้คนมานับพันปีไม่ใช่เพียงชัยภูมิทางยุทธศาสตร์ แต่คือความงดงามทางธรรมชาติและจิตวิญญาณอันเงียบสงบ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นแรงบันดาลใจของตำนาน“ดินแดนลูกท้อสวรรค์” ในวรรณกรรมคลาสสิกของกวีเอกเถาหยวนหมิง—ยูโทเปียในอุดมคติที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สงบสุข และกลมกลืนกับธรรมชาติ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก TANG’S HOTEL CHANGDE หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ฉางเต๋อ - ล่องเรือทะเลสาบต้นหลิว – ถนนคนเดินต้าเสี่ยวเหอเจีย – เมืองโบราณเฟิ่งหวง - ถนนคนเดินสือป้าน - สะพานสายรุ้ง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
นำท่านล่องเรือ ณ ผืนน้ำที่กว้างใหญ่ราวกระจกเงาบานยักษ์ ณ ทะเลสาบต้นหลิว เผยความงามอันเงียบสงบที่สะกดทุกสายตา ทะเลสาบแห่งนี้ได้ชื่อมาจากรูปทรงที่เรียวยาวคล้ายกับใบหลิว และเป็นทะเลสาบน้ำจืดในเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน โดยมีความกว้างใหญ่กว่าทะเลสาบซีหู แห่งเมืองหางโจวถึงเกือบ 4 เท่า! ปล่อยใจไปกับสายลมโชยอ่อนที่พัดผ่านผืนน้ำสีมรกตจะช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว ทัศนียภาพรอบด้านถูกโอบล้อมด้วยทิวเขาเขียวขจี โดยมี "หอซือหม่า" อาคารสถาปัตยกรรมโบราณอันสง่างามตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งเพื่อรำลึกถึง "หลิว อวี่ซี" กวีเอกผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถัง
นำท่านอิสระช้อปปิ้ง ณ ถนนโบราณต้าเสี่ยวเหอ ถนนโบราณแห่งนี้ทอดตัวยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร เลียบไปตามแม่น้ำฉวนจื่อ โดยเป็นการบูรณะขึ้นใหม่ในปี 2016 เพื่อชุบชีวิตย่านท่าเรือการค้าอันรุ่งเรืองในอดีตช่วงทศวรรษ 1930 ที่เคยถูกทำลายไปในช่วงสงคราม โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่นี่สร้างขึ้นในลักษณะเรือนไม้โบราณและบ้านใต้ถุนสูงแบบดั้งเดิมของย่านลุ่มน้ำโขง-แยงซี แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักจากทิศตะวันตกไปตะวันออก ได้แก่ ถนนหม่าหยาง ถนนเสี่ยวเหอ และถนนต้าเหอ ถนนโบราณต้าเสี่ยวเหอไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของมณฑลหูหนาน ที่ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เคยเดินทางมาเยือนในเดือนมีนาคม ปี 2024 เพื่อชื่นชมการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฟิ่งหวง (ระยะทาง 282 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองโบราณที่งดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนได้ถือกำเนิดขึ้น ชื่อของเมืองนี้แปลว่า "หงส์" ตามตำนานที่เล่าขานว่าเคยมีหงส์สองตัวบินถลาลงมาเหนือเมืองแล้วหลงใหลในความงามจนมิอาจจากไปไหน ภูเขาที่โอบล้อมเมืองจึงมีรูปร่างคล้ายหงส์ที่กำลังสยายปีก มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1704 สมัยราชวงศ์ชิง ที่นี่เคยเป็นเมืองหน้าด่านทางการทหารที่สำคัญ เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าต่างๆ และต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่รุ่งเรือง เมืองโบราณแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาวเหมียว (ม้ง) และถู่เจีย ที่ยังคงสืบทอดวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากพื้นที่เขตเมืองเก่ามีมาตรการอนุรักษ์และจำกัดการจราจร จึงไม่อนุญาตให้รถบัสท่องเที่ยวขนาดใหญ่เข้าสู่บริเวณใจกลางเมือง ดังนั้น การสัญจรภายในพื้นที่จะเปลี่ยนไปใช้ "รถโดยสารบริการของทางเมืองเก่า ที่จัดไว้ให้แทน โดยรถบัสคันหลักของคณะทัวร์จะจอดรอรับ-ส่งท่าน ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณด้านนอก
นำท่านชม สะพานสายรุ้ง สะพานสายรุ้ง หรือ "หงเฉียว" ไม่ได้เป็นเพียงสะพานข้ามแม่น้ำถัวเจียงเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณของเมืองโบราณเฟิ่งหวง สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการบูรณะใหม่ในปี 2000 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเป็นสะพานมีหลังคาคลุม 2 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นทางเดินสัญจรขนาบข้างด้วยร้านค้าเล็กๆ ที่คึกคัก ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะและจุดชมวิวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าที่สายหมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือผืนน้ำ หรือยามค่ำคืนที่สะพานและอาคารบ้านเรือนริมน้ำสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ หงเฉียวคือภาพจำอันงดงามของเฟิ่งหวงที่นักเดินทางทุกคนต้องมาสัมผัส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก FENGHUANG INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่สาม จี๋โส่ว - เฮ่อเฟิง - แกรนด์แคนยอนผิงซาน (รวมล่องเรือไปกลับ) - เซวียนเอิน – ล่องเรือแพมังกร
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮ่อเฟิง (ระยะทาง 314 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) อ้อมกอดแห่งขุนเขาและมนตร์เสน่ห์สีมรกตที่ซ่อนตัวในม่านหมอก อำเภอเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยปราการธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาคาสต์และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เครื่องฟอกอากาศบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ" ดีที่สุดแห่งหนึ่ง การเดินทางมาเยือนเฮ่อเฟิงจึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการก้าวข้ามผ่านกาลเวลาเข้าไปสู่โลกที่ธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิมยังคงประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7)
นำท่านเช็คอิน แกรนด์แคนยอนผิงซาน อัญมณีแห่งธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาในเขตเฮ่อเฟิง มณฑลหูเป่ย์ หนึ่งในจุดหมายอันโดดเด่นของเขตปกครองตนเองชนชาติถู่เจียและเหมียวเอินซือ หุบเขาแห่งนี้เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติมาอย่างยาวนาน โอบล้อมด้วยหน้าผาหินสูงชัน ป่าไม้เขียวชอุ่ม และสายน้ำสีเขียวมรกตที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขา สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบขณะเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางภายในหุบเขา ชมชั้นหิน รูปทรงหน้าผา และลำธารธรรมชาติที่เปลี่ยนมุมมองไปในทุกย่างก้าว ก่อนพบกับประสบการณ์สำคัญของการเดินทาง คือการ ล่องเรือผ่านช่องแคบกลางหุบผา ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวใสราวกระจก เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบผิวน้ำ จะมองเห็นเงาของเรือสะท้อนอยู่เหนือพื้นลำธาร จนเกิดภาพลวงตาคล้ายเรือกำลังลอยอยู่กลางอากาศ กลายเป็นภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของผิงซานที่นักเดินทางและช่างภาพต่างใฝ่ฝันอยากมาสัมผัสด้วยตาตนเอง ระหว่างล่องเรือ สองข้างทางคือผาหินสูงตระหง่านที่ค่อย ๆ บีบตัวเข้าหากัน เบื้องล่างเป็นสายน้ำสงบนิ่ง ส่วนเบื้องบนมีเพียงแนวฟ้าแคบ ๆ ทอดผ่านช่องเขา เสียงพายกระทบน้ำและเสียงธรรมชาติที่สะท้อนก้องไปตามหน้าผา ช่วยสร้างบรรยากาศราวกับกำลังเดินทางเข้าสู่ดินแดนลับแลที่ตัดขาดจากโลกภายนอก ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งผสานความงดงาม ความยิ่งใหญ่ และความสงบของธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
เดินทางสู่ เซวียนเอิน (ระยะทาง 129 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) คำตอบที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงบของเอินซือ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลหูเป่ย สถานที่ที่ธรรมชาติ วัฒนธรรม และแสงสีได้ร่วมกันเขียนบทกวีบทใหญ่ที่จะตราตรึงใจผู้มาเยือนไปตลอดกาล หัวใจของเซวียนเอินไหลเวียนอยู่บน แม่น้ำก้งสุ่ย" แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตและวัฒนธรรมของคนที่นี่มาหลายชั่วอายุคน
สัมผัสหนึ่งในกิจกรรมยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงที่สุด ล่องแพมังกร แพไม้ไผ่ซึ่งนำมาต่อเรียงกันเป็นขบวนยาว รูปลักษณ์คล้าย “มังกรทอง” กำลังเลื้อยผ่านสายน้ำอย่างสง่างาม เมื่อขบวนแพเริ่มเคลื่อนตัว แสงไฟสีทองจะส่องประกายไปตามลำตัวมังกร ก่อนสะท้อนลงบนผิวน้ำเป็นระลอกระยิบระยับ สร้างบรรยากาศทั้งตื่นตา โรแมนติก และเปี่ยมด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำก้งสุ่ย ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง สะพานเหวินหลาน และ อาคารโม่ต๋าโหลว ซึ่งได้รับการประดับไฟจนโดดเด่นเหนือริมน้ำ เสียงดนตรีที่ลอยมากับสายลม ผสานกับแสงสีและเงาของขบวนแพบนแม่น้ำ ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นการแสดงที่มีเมืองทั้งเมืองเป็นฉากหลัง ความพิเศษของ “หลงโหยวก้งสุ่ย” ไม่ได้อยู่เพียงความงดงามของแสงไฟ หากยังเป็นการนำวิถีแห่งสายน้ำ แพไม้ไผ่ และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ร่วมสมัย ให้ผู้มาเยือนได้ชมซวนเอินจากมุมมองที่แตกต่าง—เมืองซึ่งมีภูเขาเป็นฉาก มีแม่น้ำเป็นหัวใจ และมีมังกรทองนำทางไปสู่ค่ำคืนอันน่าจดจำ
หมายเหตุ พื้นที่ริมแม่น้ำเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวแบบเปิด แต่กิจกรรมล่องแพและการแสดงบางรายการอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก เวลาให้บริการและรูปแบบการแสดงอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ ระดับน้ำ และประกาศของผู้ให้บริการ
สัมผัสหนึ่งในกิจกรรมยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงที่สุด ล่องแพมังกร แพไม้ไผ่ซึ่งนำมาต่อเรียงกันเป็นขบวนยาว รูปลักษณ์คล้าย “มังกรทอง” กำลังเลื้อยผ่านสายน้ำอย่างสง่างาม เมื่อขบวนแพเริ่มเคลื่อนตัว แสงไฟสีทองจะส่องประกายไปตามลำตัวมังกร ก่อนสะท้อนลงบนผิวน้ำเป็นระลอกระยิบระยับ สร้างบรรยากาศทั้งตื่นตา โรแมนติก และเปี่ยมด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำก้งสุ่ย ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง สะพานเหวินหลาน และ อาคารโม่ต๋าโหลว ซึ่งได้รับการประดับไฟจนโดดเด่นเหนือริมน้ำ เสียงดนตรีที่ลอยมากับสายลม ผสานกับแสงสีและเงาของขบวนแพบนแม่น้ำ ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นการแสดงที่มีเมืองทั้งเมืองเป็นฉากหลัง ความพิเศษของ “หลงโหยวก้งสุ่ย” ไม่ได้อยู่เพียงความงดงามของแสงไฟ หากยังเป็นการนำวิถีแห่งสายน้ำ แพไม้ไผ่ และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ร่วมสมัย ให้ผู้มาเยือนได้ชมซวนเอินจากมุมมองที่แตกต่าง—เมืองซึ่งมีภูเขาเป็นฉาก มีแม่น้ำเป็นหัวใจ และมีมังกรทองนำทางไปสู่ค่ำคืนอันน่าจดจำ
หมายเหตุ พื้นที่ริมแม่น้ำเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวแบบเปิด แต่กิจกรรมล่องแพและการแสดงบางรายการอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก เวลาให้บริการและรูปแบบการแสดงอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ ระดับน้ำ และประกาศของผู้ให้บริการ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก XUANEN JIANGUO HIDDEN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
อุทยานด่านประตูสิงห์ + นั่งรถเปิดประทุนข้ามสะพานไม้ล้อคลื่น - เอินซือ – อิสระช้อปปิ้งเมืองลูกสาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
นำท่านเดินทางสู่ อุทยานด่านประตูสิงห์หรืออุทยานซือจื่อกวน มหัศจรรย์สะพานลอยน้ำแห่งเอินซือ เส้นทางสายน้ำบนผืนมรกต ลองจินตนาการถึงผืนน้ำสีเขียวมรกตใสราวกับกระจกที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามโตรกผาหินปูนอันสูงชัน ท่ามกลางความเงียบสงบของป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทันใดนั้น สะพานไม้ทุ่นน้ำยาวกว่า 400 เมตรก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า คลื่นน้ำพลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่นยามที่มีรถยนต์แล่นผ่านอย่างช้าๆ นี่คือภาพจำอันน่าทึ่ง ซือจื่อกวาน เป็นหนึ่งในสามด่านโบราณที่สำคัญของซวนไฮไลต์สำคัญคือการ นั่งรถชมวิวของอุทยานข้ามสะพานลอยน้ำ ซึ่งคดเคี้ยวไปตามแนวหุบเขา เมื่อรถเคลื่อนผ่าน ผืนสะพานจะขยับขึ้นลงตามแรงน้ำ เกิดเป็นระลอกคลื่นแผ่กระจายออกไปด้านข้าง ราวกับรถกำลังแล่นอยู่บนผิวน้ำ เบื้องหน้าเป็นทางโค้งที่ทอดยาวเข้าไปท่ามกลางขุนเขา ส่วนสองข้างทางโอบล้อมด้วยป่าไม้และเงาภูเขาที่สะท้อนลงบนลำน้ำ สร้างมุมมองแปลกตาและกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของการเดินทาง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเอินซือ (ระยะทาง 48 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนเร้น และอ้อมกอดแห่งวัฒนธรรมถู่เจีย ท่ามกลางเทือกเขาอู๋หลิงอันสลับซับซ้อนทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลหูเป่ย มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติและจิตวิญญาณโบราณเอาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องราวของเอินซือนั้นหยั่งรากลึกย้อนไปได้นับพันปี ตั้งแต่ยุคของ "แคว้นปา" ผู้เป็นบรรพบุรุษของชาวถู่เจียในปัจจุบัน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเสมือนป้อมปราการธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงชัน ทำให้ดินแดนแห่งนี้แยกตัวอยูอย่างสงบและปกครองตนเองภายใต้ระบบ "ตู้ซื่อ" หรือระบบหัวหน้าเผ่าสืบตระกูลมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1728 ในรัชสมัยของจักรพรรดิหย่งเจิ้นแห่งราชวงศ์ชิง ดินแดนแห่งนี้จึงได้รับการผนวกรวมเข้ากับส่วนกลาง และได้รับพระราชทานนามอันเป็นมงคลว่า "เอินซือ" ซึ่งมีความหมายอันลึกซึ้งว่า "ความเมตตาอันเปี่ยมล้นจากองค์จักรพรรดิ"
เดินทางสู่ เมือลูกสาวถู่เจีย เติมเต็มค่ำคืนนี้ให้สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยสีสัน เมืองโบราณแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งช้อปปิ้งธรรมดา แต่เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่รวบรวมวัฒนธรรมและจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ถู่เจีย เอาไว้อย่างครบถ้วน ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบบ้านโบราณยกพื้นสูง ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ที่นี่ได้รับสมญานามว่าเป็น "เมืองแห่งความรักและเมืองแห่งการนัดพบ" เนื่องจากเป็นสถานที่สืบสานประเพณี "เทศกาลลูกสาว" หรือที่รู้จักกันในนาม "วันวาเลนไทน์แห่งตะวันออก" เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองโบราณในยามค่ำคืน คุณจะได้สัมผัสกับแสงไฟนีออนหลากสีที่สะท้อนกับหลังคากระเบื้องโบราณ กลิ่นหอมของสตรีทฟู้ดท้องถิ่นที่ลอยมาตามสายลม และเสียงหัวเราะอันสนุกสนานจากลานกิจกรรม "ดื่มเหล้าชามแล้วปาถ้วย" อันเลื่องชื่อ นับเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานเสน่ห์ทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวที่สุด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก ENSHI SHENGLI INTER HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เอินซือ - ฉงชิ่ง (โดยรถไฟความเร็วสูง) – สถานีรถไฟทะลุตึก - ตรอกโบราณบันได 18 ขั้น - ชมวิวกลางคืน ณ ย่านหงหยาต้ง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเอินซือ เพื่อโดยสารรถไฟความเร็วสูงสู่ เมืองฉงชิ่ง มหานครที่ถูกสร้างขึ้นโดยท้าทายทุกกฎเกณฑ์ของแรงโน้มถ่วงและภูมิศาสตร์ "เมืองภูเขา" ที่เติบโตและซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ตามหุบเขาและริมแม่น้ำ จนได้รับสมญานามสมัยใหม่ว่าเป็น "มหานคร 3 มิติสุดมหัศจรรย์" เมืองที่ท่านจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากภาพยนตร์ไซไฟ ที่ซึ่งชั้น 1 ของตึกหนึ่งอาจเชื่อมต่อกับชั้น 20 ของตึกข้างๆ, ที่ที่ท่านจะได้เห็นรถไฟฟ้าวิ่งทะลุกลางตึกอพาร์ตเมนต์, และที่ที่ Google Maps อาจต้องยอมแพ้ให้กับความซับซ้อนของถนนหนทางที่สร้างทับกันไปมาถึง 5 ระดับ จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระแล้ว นำท่านออกเดินทางเข้ารับประทานอาหารเช้า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)
นำท่านแวะเช็คอิน สถานีรถไฟฟ้าทะลุตึก (Liziba Station) ชมภาพรถไฟฟ้าวิ่งทะลุกลางอาคารพักอาศัยอย่างกลมกลืน ขบวนแล้วขบวนเล่าที่แล่นผ่านไปอย่างแม่นยำไร้เสียงรบกวน กลายเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกของความอัจฉริยะทางวิศวกรรมและการออกแบบเมือง ที่สะท้อนแนวคิด “เมืองซ้อนเมือง” ของฉงชิ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ประสบการณ์สุดตื่นตา Only in Chongqing ที่ต้องมาเห็นด้วยตาตนเอง (ไม่ได้นั่งรถไฟ)
ระหว่างวันนำท่านแวะชม ตรอกบันได 18 ขั้น ตรอกบันไดที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่เชื่อมโยงระหว่างตอนบนและตอนล่างของเมือง ทั้งยังเชื่อมต่อระหว่างปัจจุบันและอดีตได้อย่างลงตัว ในอดีต ที่นี่เคยเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและสะท้อนภาพของ "เมืองเก่าฉงชิ่ง" ที่ชัดเจนที่สุด ตลอดการเดินทา ท่านจะเดินทางผ่านขั้นบันไดสูงชันที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนไม้เล็กๆ ร้านตัดผม โรงน้ำชา และเสียงจอแจของผู้คนที่ใช้เส้นทางนี้ในชีวิตประจำวัน ที่นี่คือที่ที่ความทรงจำในวัยเด็กของชาวเมืองหลายต่อหลายรุ่นได้ถือกำเนิดขึ้น แม้กาลเวลาจะทำให้ภาพในอดีตเลือนลางไป แต่จิตวิญญาณได้ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ด้วยการบูรณะและสร้างสรรค์ขึ้นใหม่รูปแบบที่งดงามและน่าประทับใจ สำหรับท่านที่ชื่นชอบการจิบเบียร์เคล้าบรรยากาศเสมือนตลาดหุ้นใจกลางฉงชิ่ง มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ผสมผสานวัฒนธรรมเบียร์เข้ากับความตื่นเต้นของโลกการเงินได้อย่างลงตัว "เทรดเดอร์เบียร์" ที่นี่ไม่ใช่แค่บาร์เบียร์ธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งจำลองบรรยากาศของตลาดหลักทรัพย์มาไว้ในโลกของเครื่องดื่ม ด้วยแนวคิดสุดสร้างสรรค์ที่ราคาเบียร์แต่ละชนิดจะผันผวนขึ้นลงตามความต้องการของลูกค้าแบบเรียลไทม์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หงหยาต้ง หมู่ตึกโบราณสไตล์ "เตี้ยวเจี่ยวโหล" ที่ปลูกสร้างซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างน่าทึ่งบนหน้าผาสูงชัน สะท้อนถึงภูมิปัญญาของชาวปาหยี ในอดีตที่สามารถสร้างบ้านเรือนให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติอันสูงชันของฉงชิ่ง เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าและโคมไฟสีทองนับพันดวงถูกจุดขึ้นพร้อมกัน... ที่นี่จะกลายร่างเป็นพระราชวังแห่งแสงสีที่ราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการ แสงสีทองอร่ามที่ส่องสว่างออกมาจากอาคารไม้แต่ละชั้น ตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืนและเงาสะท้อนบนผิวน้ำ เป็นภาพที่งดงามราวกับมีมนต์สะกด และทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต่างนึกถึงฉากในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องดังอย่างจับใจ
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก MADISON HOTEL CHONGQING JIEFANGBEI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ช้อปปิ้งถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเป่ย - หอศิลป์แห่งฉงชิ่ง – ตรอกโบราณเซี่ยฮ่าวหลี่ - ฉงชิ่ง (สนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย) - กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) (FD553 : 18:55 – 21.00)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในสนามบิน (มื้อที่ 14)
นำท่านอิสระช้อปปิ้ง ณ ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเป่ย ใจกลางฉงชิ่งที่ชีพจรไม่เคยหลับใหล ณ ศูนย์กลางของความคึกคักนี้ มี อนุสาวรีย์ปลดแอก ตั้งตระหง่านเป็นแกนกลาง เรื่องราวคือการเดินทางของฉงชิ่ง จากเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในหน้าประวัติศาสตร์ สู่การเป็นมหานครแห่งอนาคต อนุสาวรีย์แห่งนี้ยืนเป็นพยานเงียบๆ ท่ามกลางตึกระฟ้าที่ทันสมัย ห้างสรรพสินค้าหรูหรา และแสงสีนีออนที่สาดส่องแข่งกับดวงดาวในยามค่ำคืน ทันทีที่ก้าวเข้ามา คุณจะรู้สึกได้ถึงพลังงานที่มองไม่เห็น คือเสียงพูดคุยของผู้คน เสียงเพลงที่ดังมาจากร้านค้า และกลิ่นหอมของสตรีทฟู้ดที่ลอยมาทักทาย พร้อมกับสตรีทสไตล์ที่จัดจ้านและเป็นตัวของตัวเองที่สุดของชาวฉงชิ่ง
นำท่านเช็คอิน ณ หอศิลป์แห่งฉงชิ่ง สถานที่ซึ่งตัวอาคารนั้นก็คืองานศิลปะชิ้นเอกชิ้นแรกที่ท่านจะได้พบ
อาคารอันโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ของกล่องไม้ขีดไฟของยักษ์ หรือมัดตะเกียบขนาดมหึมาที่ถูกวางทิ้งไว้ใจกลางเมือง เปลือกนอกของอาคารทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยแท่งสี่เหลี่ยมสีแดงอิฐที่เรียงตัวกันในแนวตั้งอย่างเป็นระเบียบแต่ทรงพลัง สร้างลวดลายของแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน รูปทรงที่คล้ายตะเกียบหรือป่าไผ่ คือการคารวะต่อวัฒนธรรมตะวันออกและธรรมชาติของภูมิภาค ผสานกับการตีความสถาปัตยกรรม "เตี้ยวเจี่ยวโหล" หรือบ้านเรือนบนเสาสูงที่ชาวบ้านในอดีตสร้างบนหน้าผาสูงชัน ให้ออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัย ฉาบด้วยสีแดง สีของความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศ "หม่าล่า" คือสีของพลัง ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณที่ไม่เคยยอมแพ้ของชาวฉงชิ่ง (ไม่เข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์)
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามแม่น้ำแยงซี เพื่อไปตามหาหัวใจดวงเดิมของฉงชิ่งในย่านที่ราวกับถูกกาลเวลาลืมเลือนไป ที่นี่คือ ตรอกโบราณเซี่ยฮ่าวหลี่ เศษเสี้ยวสุดท้ายของฉงชิ่งในอดีตที่ยังคงหายใจอยู่จริง ย่างเท้าไปบนขั้นบันไดหินที่ถูกขัดจนมันวาวด้วยกาลเวลา ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยแคบๆ ที่สองข้างทางคือบ้านเรือนไม้เก่าแก่ ซึ่งบางหลังอาจมีร่องรอยผุพัง แต่ทุกร่องรอยนั้นคือเรื่องราว คือความทรงจำของชีวิตผู้คนที่เคยอยู่ที่นี่ ท่านจะได้เห็นภาพชีวิตของผู้คน ราวตากผ้าที่แขวนอยู่นอกหน้าต่าง เสียงพูดคุยที่ลอยแว่วมาจากในบ้าน ชาวบ้านที่นั่งพักผ่อนอยู่หน้าประตู ที่นี่คือที่ที่ความวุ่นวายของมหานครตามเข้ามาไม่ถึง เมื่อเดินมาถึงจุดชมวิว ท่านจะได้เห็นภาพพาโนรามาของมหานครฉงชิ่งยุคใหม่ที่อยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำ เป็นภาพสะท้อนของ "อดีต" และ "ปัจจุบัน" ที่ทรงพลังและน่าประทับใจที่สุด
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานฉงชิ่งเจียงเป่ย เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย (FD) พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
18.55 น. ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง สู่ สนามบินดอนเมือง กรุงเทพ โดย สายการบินไทย แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD553 หมายเหตุ: เที่ยวบินนี้ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มรวมอยู่ในค่าตั๋วโดยสาร อย่างไรก็ตาม สายการบินมีบริการจำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวบนเที่ยวบิน ท่านสามารถเลือกซื้อได้จากพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ทั้งนี้ รายการสินค้าและราคาขึ้นอยู่กับที่สายการบินกำหนด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเที่ยวบิน
21.00 น. เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ




























































